ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

7

พระวาทะทรงเป็นพระเจ้า

พระวาทะทรงเป็นพระเจ้าหมายความว่าอย่างไร ความคิดและแผนการของเราก็เป็นของเรา "ฉันจะไปลอนดอน" คือ “คำพูด” หรือการสื่อสารที่แสดงความประสงค์ของฉัน แผนการของพระเจ้าในพระคริสต์เป็นเช่นเดียวกัน "เขาเป็นเหมือนคนที่คอยนับอยู่ข้างใน" (สุภาษิต 23:7) เมื่อพระเจ้าทรงพระดำริ พระองค์ก็เป็นเช่นนั้น ดังนั้นพระวาทะหรือพระดำริของพระเจ้าก็คือพระเจ้า "พระวาทะคือพระเจ้า" พระเจ้าและพระวาทะของพระองค์จึงมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด สดุดี 29:8 กล่าวว่า "พระสุรเสียงของพระเจ้าสั่นถิ่นทุรกันดาร พระเจ้าทรงสั่นป่าดง" ส่วนข้อความที่ว่า "เจ้าทั้งหลายก็ไม่ฟังเรา" (เยเรมีย์ 25:7) เป็นเรื่องสามัญในข้อความของผู้เผยพระวจนะ แท้จริงแล้วพระเจ้าหมายความว่า "เจ้าไม่ฟังคำพูดของเราที่มาทางผู้เผยพระวจนะ" ดาวิดถือพระวจนะของพระเจ้าว่าเป็นเสมือนตะเกียงและความสว่าง (สดุดี 119:105) และยังพูดว่า "ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นประทีปของข้าพระองค์ พระเจ้าทรงกระทำให้ความมืดของข้าพเจ้าสว่าง" (2 ซามูเอล 22:29) เป็นที่เข้าใจได้ว่าพระวจนะของพระเจ้าถูกเปรียบเทียบเป็นบุคคลคือเป็นพระเจ้า คือถูกกล่าวถึงเหมือนว่าเป็นบุคคลทั้งที่ไม่ใช่ (ดู Digression 5 "หลักการเปรียบเทียบเป็นบุคคล")

พระเจ้าทรงสัตย์จริง (ยอห์น 3:33; 8:26; 1 ยอห์น 5:10) และพระวจนะของพระองค์เป็นความจริง (ยอห์น 17:17) พระเยซูทรงระบุถึงพระองค์เองด้วยถ้อยคำของพระองค์จนพระองค์ทรงเปรียบเทียบถ้อยคำของพระองค์เป็นบุคคล "ถ้าผู้ใดไม่ยอมรับเราและไม่รับคำของเรา ผู้นั้นจะมีสิ่งหนึ่งพิพากษาเขา คำที่เราได้กล่าวแล้วนั้นแหละจะพิพากษาเขาในวันสุดท้าย" (ยอห์น 12:48) พระเยซูตรัสถึงถ้อยคำของพระองค์เหมือนหนึ่งว่าถ้อยคำของพระองค์เป็นบุคคลหรือตัวของพระองค์เอง คำพูดของพระองค์ถูกเปรียบเทียบเป็นบุคคลเพราะมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับพระองค์

พระวาทะของพระเจ้าก็ถูกเปรียบเทียบเป็นบุคคลเช่นกัน คือเป็นพระเจ้าพระองค์เอง เช่น ในยอห์น 1:1-3 กล่าวว่า "พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ" (ยอห์น 1:3) “พระเจ้าทรงเนรมิตสร้าง” ทุกสิ่งโดยพระบัญชาของพระองค์ (ปฐมกาล 1:1) ดังนั้นพระวาทะของพระเจ้าถึงถูกกล่าวถึงเสมือนว่าเป็นพระเจ้าพระองค์เอง สิ่งสำคัญจากเรื่องนี้คือ การมีพระวาทะของพระเจ้าในใจเราทำให้เราและพระเจ้าอยู่ใกล้ชิดกัน

จากปฐมกาล 1 เรารู้ว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้สร้าง ทรงสร้างโดยใช้พระวาทะ ไม่ใช่ใช้พระคริสต์ (ยอห์น 1:1-3) "โดยพระวจนะของพระเจ้า ฟ้าสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นมา กับบริวารทั้งปวง ก็ด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์ พระองค์ตรัส มันก็เกิดขึ้นมา" (สดุดี 33:6,9) แม้ในปัจจุบัน ก็เป็นเพราะพระวาทะของพระองค์ จักรวาลจึงดำเนินไป
"พระองค์ทรงใช้พระบัญญัติของพระองค์ออกไปยังแผ่นดินโลก พระวจนะของพระองค์ไปเร็ว พระองค์ประทานหิมะอย่างปุยขนแกะ…พระองค์ทรงใช้พระวจนะของพระองค์ออกไป…และน้ำก็ไหล" (สดุดี 147:15-18)

พระวาทะของพระเจ้าเป็นพลังเนรมิตสร้าง พระองค์ทรงใช้พระวาทะของพระองค์เพื่อให้พระเยซูบังเกิดจากครรภ์ของมารีย์ พระวาทะ ซึ่งก็คือแผนการของพระเจ้าที่กระทำการโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ลูกา 1:35) ทำให้พระคริสต์ปฏิสนธิ มารีย์ตระหนักถึงความจริงข้อนี้เมื่อนางได้รับแจ้งเรื่องการตั้งครรภ์พระเยซู "ข้าพเจ้าพร้อมที่จะเป็นไปตามคำของท่าน" (ลูกา 1:38)

เรารู้ว่าพระวาทะ/พระวิญญาณของพระเจ้าสะท้อนให้เป็นพระประสงค์ของพระองค์ ซึ่งปรากฏอยู่ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม กิจการของอัครทูต 13:27 กล่าวถึงพระเยซูตามคำอุปมาของผู้เผยพระวจนะในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมว่า "ชาวกรุงเยรูซาเล็มกับพวกเจ้าขุนมูลนายมิได้รู้จักพระองค์ หรือเข้าใจคำของผู้เผยพระวจนะทั้งหลาย" เมื่อพระคริสต์ทรงบังเกิด พระวาทะ/พระวิญญาณของพระเจ้าปรากฏอยู่ในพระเยซูคริสต์ อัครสาวกยอห์น โดยการดลใจจากพระเจ้า ได้กล่าวถึงการที่แผนการของพระเจ้าปรากฏอยู่ในพระคริสต์ผู้ที่พวกสาวกสามารถมองเห็นและจับต้องได้ ท่านตระหนักว่า พวกสาวกได้รับมือกับพระวาทะของพระเจ้านั่นคือ แผนการของพระองค์เรื่องความรอดในพระคริสต์ (1 ยอห์น 1:1-3) แม้เราจะไม่เห็นพระคริสต์ แต่เรายินดีได้ว่า โดยการเข้าใจพระองค์อย่างถูกต้อง เราสามารถรู้น้ำพระทัยของพระเจ้าที่มีต่อเราและมั่นใจในชีวิตนิรันดร์ได้ (1 เปโตร 1:8-9) เราควรถามตัวเราว่า "ฉันรู้จักพระคริสต์อย่างถ่องแท้จริงหรือ" การยอมรับว่าครั้งหนึ่งมีชายแสนดีชื่อเยซูยังไม่เป็นการเพียงพอ โดยการศึกษาพระคริสตธรรมคัมภีร์อย่างต่อเนื่อง และด้วยใจอธิษฐาน เราก็สามารถเข้าใจพระองค์ได้อย่างรวดเร็วในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา และเราสามารถที่จะมีความเกี่ยวข้องกับพระองค์ได้โดยการรับบัพติศมา

<<ย้อนกลับ ||

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ