ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

6

ความสัมพันธ์ของพระเจ้ากับพระเยซู

การพิจารณาถึงการที่พระเจ้าทรงให้พระเยซูฟื้นขึ้นจากความตายทำให้เราคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าและพระเยซู ถ้าหากทั้งสองพระองค์ “มีความเท่าเทียมกัน…เป็นอมตะเหมือนกัน” อย่างที่พวกที่เชื่อในเรื่องตรีเอกานุภาพสั่งสอน ความสัมพันธ์ก็ต้องอยู่ในระดับเสมอภาค ซึ่งไม่ใช่ความจริง ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าและพระคริสต์คล้ายความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยา "พระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของชายทุกคน และชายเป็นศีรษะของหญิง และพระเจ้าทรงเป็นพระเศียรของพระคริสต์" (1 โครินธ์ 11:3) "พระคริสต์ทรงเป็นของพระเจ้า" (1 โครินธ์ 3:23) เช่นเดียวกับที่ภรรยาเป็นของสามี

พระเจ้าพระบิดามักจะถูกกล่าวถึงในฐานะเป็นพระเจ้าของพระคริสต์ การที่พระเจ้าถูกอธิบายว่าเป็น "พระเจ้าพระบิดาแห่งพระเยซูคริสตเจ้าของเรา" (1 เปโตร 1:3;
เอเฟซัส 1:17) แม้หลังจากที่พระคริสต์เสด็จสู่สวรรค์ ยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสองพระองค์ ทั้งในปัจจุบันและในช่วงชีวิตของพระคริสต์บนโลก พวกที่เชื่อในเรื่องตรีเอกานุภาพจะอ้างว่า พระคริสต์ถูกพูดถึงในฐานะที่เป็นน้อยกว่าพระเจ้าในขณะที่พระองค์ทรงมีชีวิตอยู่บนโลก จดหมายต่างๆ ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ถูกเขียนขึ้นหลายปีหลังจากที่พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ แต่ก็ยังคงพูดถึงพระเจ้าว่าเป็นพระบิดาแห่งพระคริสต์ พระเยซูทรงถือว่าพระบิดาเป็นพระเจ้าของพระองค์

พระธรรมวิวรณ์ซึ่งเป็นพระธรรมเล่มสุดท้ายในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ถูกเขียนขึ้นอย่างน้อย 30 ปีหลังจากที่พระเยซูได้รับเกียรติและเสด็จสู่สวรรค์ แต่ก็ยังคงพูดถึงพระเจ้าโดยใช้คำว่า "พระเจ้าพระบิดาของพระองค์" (วิวรณ์ 1:6) พระธรรมเล่นนี้เป็นข่าวสารจากพระเยซูเมื่อฟื้นขึ้นจากความตายและได้รับเกียรติถึงผู้ที่เชื่อ พระองค์ตรัสถึง "พระวิหารแห่งพระเจ้าของเรา…พระนามพระเจ้าของเรา…เมืองของพระเจ้าของเรา" (วิวรณ์ 3:12) แสดงว่าแม้แต่เวลานั้น พระองค์ก็ยังทรงคิดถึงพระบิดาว่าเป็นพระเจ้า ดังนั้นพระองค์จึงไม่ใช่พระเจ้า

ตลอดชีวิตของพระองค์ พระเยซูตรัสถึงพระบิดาในวิธีที่คล้ายๆ กัน พระองค์ตรัสถึงการเสด็จสู่สวรรค์ว่า "ขึ้นไปหาพระบิดาของเราและพระบิดาของท่านทั้งหลาย ไปหาพระเจ้าของเราและพระเจ้าของท่านทั้งหลาย (ยอห์น 20:17) เมื่ออยู่บนไม้กางเขน พระเยซูทรงสำแดงความเป็นมนุษย์ออกมาอย่างชัดเจน "พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย" (มัทธิว 27:46) คำพูดเหล่านี้คงไม่เป็นที่เข้าใจได้หากพูดโดยพระเจ้า การที่พระเยซูทรง "ร้องอธิษฐานและทูลวิงวอนด้วยน้ำพระเนตรไหล" แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันเด่นชัดระหว่างทั้งสองพระองค์ (ฮีบรู 5:7; ลูกา 6:12) พระเจ้าอธิษฐานทูลขอต่อพระองค์เองไม่ได้ แม้กระทั่ง บัดนี้ พระคริสต์ก็ยังคงอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อเรา (โรม 8:26,27; 2 โครินธ์ 3:18)

ความสัมพันธ์ของพระคริสต์กับพระเจ้าตลอดชีวิตของพระคริสต์บนโลกไม่มีอะไรแตกต่างกับเวลานี้ พระองค์ยังคงเกี่ยวข้องกับพระเจ้าในฐานะที่พระเจ้าเป็นพระบิดาและพระเจ้าของพระองค์ ทั้งยังอธิษฐานทูลวิงวอนต่อพระเจ้าด้วย ซึ่งเป็นสถานะเดิม แม้หลังจากที่พระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากความตายและเสด็จสู่สวรรค์ ตลอดชีวิตของพระองค์บนโลก พระองค์ทรงเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า (กิจการของอัครทูต 3:13,26; อิสยาห์ 42:1; 53:11) ผู้รับใช้ทำตามความประสงค์ของเจ้านายและไม่มีทางที่จะมีสถานะเท่านายจ้าง (ยอห์น 13:16) พระคริสต์ทรงย้ำว่าอำนาจและสิทธิอำนาจที่พระองค์ทรงมีนั้นมาจากพระเจ้า ไม่ใช่สิทธิของพระองค์เอง "เราจะทำสิ่งใดตามอำเภอใจไม่ได้ เรามิได้มุ่งที่จะทำตามใจของเราเอง แต่ตามพระประสงค์ของพระเจ้าผู้ทรงใช้เรามา…พระบุตรจะกระทำสิ่งใดตามใจไม่ได้" (ยอห์น 5:30,19)

<<ย้อนกลับ ||

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย