ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

พื้นฐานพระคริสตธรรมคัมภีร์

2

เราควรรับบัพติศมาอย่างไร

มีความคิดที่ว่าสามารถรับบัพติศมาได้โดยการพรมน้ำลงบนหน้าผาก โดยเฉพาะเด็กทารก การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่การรับบัพติศมาตามที่พระคริสตธรรมคัมภีร์กำหนด

คำว่า “Baptizo” ในภาษากรีกซึ่งแปลว่า “รับบัพติศมา” ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ได้แปลว่าพรมน้ำ แต่หมายความว่า ล้างสะอาดและลงไปในของเหลว (ดูคำจำกัดความในหนังสือของ Robert Young และ James Strong) คำนี้ภาษากรีกใช้กับการที่เรือล่มและจมลงไปใต้น้ำ และยังใช้กับผ้าที่ถูกย้อมจากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่ง โดยการจุ่มหรือการแช่ลงในสีย้อมผ้า การย้อมผ้าจะต้องเอาผ้าลงในสีย้อมแทนที่จะเอาสีย้อมมาพรมบนผ้า การลงแช่ในน้ำเป็นการรับบัพติศมาที่ถูกต้องจริงๆ

- “ยอห์นก็ให้บัพติศมาอยู่ที่อายโนนใกล้หมู่บ้านสาลิม เพราะที่นั่นมีน้ำมาก และผู้คนก็พากันมารับบัพติศมา” (ยอห์น 3:23) หมายความว่า การรับบัพติศมาต้องใช้ “น้ำมาก” ถ้าแค่พรมน้ำไม่กี่หยด น้ำถังเดียวก็พอเพียงสำหรับคนจำนวนเป็นร้อย ผู้คนพากันมาที่ริมฝั่งแม่น้ำจอร์แดนนี้เพื่อรับบัพติศมา แทนที่ยอห์นจะเดินทางไปหาผู้คนพร้อมกับน้ำในขวด

- พระเยซูก็รับบัพติศมาในแม่น้ำจอร์แดนเช่นกัน “ครั้นพระองค์ทรงรับบัพติศมาแล้ว ในทันใดนั้นก็เสด็จขึ้นจากน้ำ” (มัทธิว 3:13-16) บัพติศมาของพระองค์คือการแช่ลงในน้ำ พระองค์ทรง “เสด็จขึ้นจากน้ำ” หลังจากรับบัพติศมา พระเยซูทรงรับบัพติศมาเพื่อเป็นแบบอย่างให้เรา ไม่มีใครอ้างว่าติดตามพระเยซูอย่างแท้จริงได้ หากไม่รับบัพติศมาโดยการลงแช่ในน้ำอย่างที่พระเยซูคริสต์ทรงกระทำ

- ฟีลิปและข้าราชการชาวเอธิโอเปีย ก็ “ลงไปในน้ำ ฟิลิปก็ให้ท่านรับบัพติศมาเมื่อท่านทั้งสองขึ้นจากน้ำแล้ว” (กิจการของอัครทูต 8:38,39) ข้าราชการท่านนั้นขอรับบัพติศมาเมื่อท่านเห็นน้ำ “นี่แน่ะมีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา”(กิจการของอัครทูต 8:36) เป็นไปไม่ได้เลยที่คนที่เดินทางข้ามทะเลทรายจะไม่นำน้ำติดตัวสักขวด ถ้าบัพติศมาใช้แค่น้ำพรม ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้น้ำที่โอเอซิส

- บัพติศมาคือการฝัง (โคโลสี 2:12) หมายถึงการปกคลุมทั้งตัว

- บัพติศมาคือการ “ชำระล้าง” บาป (กิจการของอัครทูต 22:16) การกลับใจเสียใหม่อย่างแท้จริงคือ การ “ชำระ” ดังปรากฏในวิวรณ์ 1:5,
ทิตส 3:5; 2 เปโตร 2:22; ฮีบรู 10:22 การชำระนี้เกี่ยวข้องกับบัพติศมาโดยการลงแช่มากกว่าโดยการประพรม

พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมบ่งชี้ไว้หลายครั้งว่าวิธีเข้าสู่พระเจ้าคือการล้าง

นักบวชต้องล้างร่างกายอย่างสมบูรณ์ในอ่างหรือที่เรียกว่า “อ่างล้างมือ” ก่อนที่จะเข้ารับใช้พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อ (เลวีนิติ 8:6; อพยพ 40:32) ชาวอิสราเอลต้องล้างเพื่อชำระตนเองจากความสกปรก (เฉลยธรรมบัญญัติ 23:11)

ชายคนหนึ่งชื่อนาอามาน เป็นโรคเรื้อน เขาแสวงหาการรักษาจากพระเจ้าของอิสราเอล เขาเป็นเหมือนตัวแทนของคนที่ถูกรุมเร้าด้วยบาป มีชีวิตอยู่อย่างคนต่างอันเกิดจากบาป เขาจะหายจากโรคได้หากลงไปชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดน แต่แรกเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะยอมรับว่าพระเจ้าต้องการให้เขาทำอะไรเช่นนั้น หรือน่าจะให้เขาลงชำระร่างกายในแม่น้ำใหญ่ที่มีชื่อเสียง เช่น แม่น้ำอบานา เราก็อาจจะรู้สึกว่าเป็นการยากที่จะเชื่อว่าการทำสิ่งสามัญเช่นนั้น จะสามารถนำความรอดมาให้เรา เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าที่จะคิดว่าการงาน และการเกี่ยวข้องกับคริสตจักรใหญ่ๆ (เหมือนแม่น้ำใหญ่ เช่น แม่น้ำอบานา) จะทำให้เรารอดได้ไม่ใช่การเกี่ยวข้องกับความหวังแท้จริงของอิสราเอล หลังจากที่ลงชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดนแล้ว เนื้อของท่าน “ก็กลับคืนเป็นอย่างเนื้อของเด็กเล็กๆ และท่านก็สะอาด” (2 พงศ์กษัตริย์ 5:9-14)

ตอนนี้เราก็เหลือความสงสัยเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับบัพติศมาว่าคือการลงแช่ในน้ำหลังจากต้องเข้าใจหลักการพื้นฐานของข่าวประเสริฐ การให้คำจำกัดความเกี่ยวกับบัพติศมาโดยอิงพระคริสตธรมคัมภีร์นี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสถานะของผู้ให้รับ
บัพติศมา การรับบัพติศมาโดยการลงแช่ในน้ำหลังรับเชื่อข่าวประเสริฐ โดยทางทฤษฎีแล้ว สามารถกระทำเองได้โดยผู้ขอรับบัพติศมา แต่การรับบัพติศมาเป็นการรับด้วยเหตุผลของหลักคำสอนที่ถูกต้อง จึงขอแนะนำว่าผู้รับบัพติศมาควรรับ
บัพติศมาจากผู้ที่เชื่ออย่างถูกต้อง และสามารถประเมินระดับความรู้ของผู้ที่รับ
บัพติศมา

ดังนั้น จึงมีประเพณีที่ว่าควรจะต้องมีการคุยอย่างลึกซึ้งกับผู้รับบัพติศมาก่อนที่จะรับบัพติศมา เรื่องที่คุยอาจจะเป็นคำถามอย่างเช่นคำถามของตอนท้ายของแต่ละบทของหนังสือเล่มนี้ สาวกเดินทางหลายพันไมล์เพื่อช่วยคนเพียงคนเดียวให้ได้รับบัพติศมา เป็นความอัศจรรย์ที่คนคนหนึ่งมาถึงความหวังที่แท้จริงของชีวิตนิรันดร์ และที่เราไม่ใส่ใจจำนวนของผู้ที่รับเชื่อ คุณภาพไม่ใช่ปริมาณของผู้ที่รับเชื่อ ที่เป็นหัวใจของการประกาศข่าวประเสริฐ

<<ย้อนกลับ || หน้าถัดไป>>

1 พระเจ้า
2 พระวิญญาณของพระเจ้า
3 พระสัญญาของพระเจ้า
4 พระเจ้ากับความตาย
5 แผ่นดินของพระเจ้า
6 พระเจ้าและความชั่วร้าย
7 การบังเกิดพระเยซู
8 ธรรมชาติของพระเยซู
9 การรับบัพติศมา
10 ชีวิตในพระคริสต์

  


คำเผยพระวจนะส่วนตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-