Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา

กำเนิดระบบสุริยะ

ระบบสุริยะประกอบด้วย ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ทั้ง 9 ดวงและดวงจันทร์บริวาร ดาวเคราะห์น้อย และดาวหาง การกำเนิดของระบบสุริยะ มีผู้เสนอทฤษฎีมากมาย อาทิเช่นGeorges Buffon นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส ได้เสนอว่า ดวงอาทิตย์นั้นเกิดขึ้นก่อนอยู่แล้ว และถูกดาวหางวิ่งเข้าชน ทำให้บางส่วนของดวงอาทิตย์หลุดออกมากลายเป็นดาวเคราะห์ Forest Moulton และ Thomas Chamberlain ได้เสนอทฤษฎีว่า ดาวเคราะห์ได้มีการถือกำเนิดขึ้นมาจากการที่ดวงดาวที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์หลายสิบเท่าได้ผ่านเข้ามาใกล้กับดวงอาทิตย์ ทำให้สสารบางส่วนหลุดออกมาจากดวงอาทิตย์ และสสารเหล่านี้เองที่เป็นต้นกำเนิดของดาวเคราะห์ ทฤษฎีเนบิวลา ที่เสนอโดย Kant และ Laplace โดยเสนอว่า ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อยและดาวหางเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน โดยเกิดจากกลุ่มก๊าซที่ยุบด้วยแรงโน้มถ่วง ซึ่งมีดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลาง แล้วมีดาวเคราะห์ก็ค่อยๆรวมตัวขึ้นจากกลุ่มก๊าซรอบๆดวงอาทิตย์ แต่ทฤษฎีนี้ยังมีบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ทำให้นักดาราศาสตร์ปัจจุบันยังศึกษากำเนิดระบบสุริยะต่อไป โดยดูจากดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่รอบดาวฤกษ์ดวงอื่นประกอบด้วย Horold Urey ได้เสนอข้อมูลการกำเนิดระบบสุริยะโดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของอุกกาบาต ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มาเหล่านี้ ได้นำไปสู่ทฤษฎีเกี่ยวกับการกำเนิดระบบสุริยะในปัจจุบัน

กำเนิดดวงอาทิตย์
ระบบสุริยะถือกำเนิดขึ้นจากกลุ่มก๊าซเมื่อประมาณ 4.5 พันล้านปีมาแล้ว กลุ่มก๊าซนี้ประกอบไปด้วยไฮโดรเจน ฮีเลียม และธาตุหนักอีกเล็กน้อย แรงโน้มถ่วงจะทำให้กลุ่มก๊าซนี้ยุบตัว ทำให้อะตอมต่างๆอยู่ใกล้กันและก๊าซมีความหนาแน่นมากขึ้น จนท้ายที่สุดในบริเวณใจกลางที่มีความหนาแน่นสูงนี้จะอัดแน่นและร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์กลายเป็นดาวหรือดวงอาทิตย์ ส่วนก๊าซที่อยู่โดยรอบจะยุบตัวลงเป็นแผ่นเหมือนกับจาน

การกำเนิดดาวเคราะห์
กลุ่มฝุ่นก๊าซที่อยู่โดยรอบดาวที่กำลังเกิดใหม่นี้จะมีการรวมกันเป็นก้อนโคจรรอบดวงดาวเกิดใหม่ จากนั้นแรงดึงดูดระหว่างมวลจะดึงดูดก้อนเหล่านี้เข้าด้วยกันจนกลายเป็นวัตถุที่มีรูปร่างขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะรวมกันกลายเป็นดาวเคราะห์ โดยก้อนฝุ่นที่มีการรวมกันที่บริเวณด้านในของระบบสุริยะ จะประกอบไปด้วยหินแข็งเป็นส่วนมาก เมื่อก้อนฝุ่นเหล่านี้รวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆจะทำให้เกิดดาวเคราะห์วงใน อันได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร ซึ่งระหว่างที่เกิดนี้ ก็จะยังคงมีการรวมเข้ามาของก้อนฝุ่นเรื่อยๆ ทำให้ภายในดาวเคราะห์มีการแบ่งออกเป็นชั้นๆ ได้แก่ แก่นแมนเทิล และเปลือก โดยสสารที่หนักที่สุด เช่น เหล็ก จะจมลงสู่ใจกลางกลายเป็นแก่น ส่วนธาตุที่เบาลงมา เช่น ซิลิเกต และออกไซด์ของเหล็กและแมกนีเซียมจะอยู่รอบๆแก่นในชั้นของแมนเทิล ส่วนสสารที่เบาจะอยู่ด้านบนสุดและแข็งตัวกลายเป็นเปลือก ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์จะเกิดขึ้นระหว่างและหลังจากการกำเนิดของดาวเคราะห์เนื่องจากการชนของอุกกาบาตและกลไกการเย็นตัวของดาวเคราะห์ ซึ่งกลไกการเย็นตัวนี้จะใช้เวลาขึ้นกับขนาดของดาวเคราะห์ โดยดาวเคราะห์ที่มีขนาดเล็ก เช่น ดวงจันทร์ จะใช้เวลาสั้นเพียงแค่ 3 พันล้านปี ในขณะที่ดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่จะใช้เวลาในการเย็นตัวนานขึ้น



ส่วนก้อนฝุ่นที่อยู่ในบริเวณส่วนนอกของระบบสุริยะ จะมีกลไกการเกิดดาวเคราะห์ที่แตกต่างออกไป ทั้งนี้เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำกว่า ทำให้ที่บริเวณนี้มีน้ำที่อยู่ในสภาพน้ำแข็งสะสมอยู่รวมกับหินแข็ง และในบริเวณที่ไกลออกไปเรื่อยๆ อุณหภูมิจะลดต่ำลงต่อไป จนสารอื่นๆ เช่น แอมโมเนีย มีเทน ก็จะอยู่ในสภาพน้ำแข็งเช่นกัน ทำให้ก้อนฝุ่นที่อยู่ในบริเวณนี้เป็นก้อนฝุ่นประกอบไปด้วยน้ำ แอมโมเนีย และมีเทนในสภาพที่เป็นของแข็งรวมกับหินแข็งอีกเล็กน้อย ก้อนฝุ่นเหล่านี้จะรวมตัวกันจนมีขนาดประมาณโลก

ก้อนฝุ่นนี้จะดึงดูดก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียมจากกลุ่มก๊าซที่อยู่โดยรอบเข้าไป โดยก้อนฝุ่นที่มีมวลมาก เช่น ดาวพฤหัส และดาวเสาร์ จะสามารถดึงดูดก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียมเข้าไว้ได้มาก จนมีอัตราส่วนเทียบกับธาตุอื่นๆในอัตราที่ใกล้เคียงกับอัตราส่วนของธาตุในดวงอาทิตย์ โดยที่ส่วนดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนนั้นมีมวลไม่มาก ดังนั้นปริมาณของไฮโดรเจนและฮีเลียมที่ดึงดูดไว้จึงมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับปริมาณธาตุชนิดอื่น อันได้แก่ คาร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน ซิลิกอน และ เหล็ก

ดวงจันทร์ของดาวเคราะห์บางดวง เช่นดวงจันทร์ของดาวพฤหัสและดาวเสาร์ ถือกำเนิดขึ้นด้วยกระบวนการเดียวกันกับดาวเคราะห์ แต่มีขนาดเล็กกว่า แต่บางดวง เช่นดวงจันทร์ของโลก เกิดขึ้นภายหลัง โดยหลุดออกมาจากดาวเคราะห์

ในบางบริเวณ ก้อนฝุ่นในระบบสุริยะไม่สามารถรวมตัวกันจนมีขนาดใหญ่พอที่จะสามารถเป็นดาวเคราะห์หรือดวงจันทร์ของดาวเคราะห์ได้ เช่น ในบริเวณที่ไกลออกไปมากๆจากดวงอาทิตย์ ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำมาก ทำให้ก้อนฝุ่นเหล่านี้เป็นเหมือนกับน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองบริเวณได้แก่ แถบคิวเปอร์(Kuiper Belt) ที่อยู่เลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไป และกลุ่มของเมฆออร์ท (Oort Cloud) ที่อยู่ไกลออกไปถึงขอบของระบบสุริยะ ในบางครั้ง ก้อนน้ำแข็งที่อยู่ในกลุ่มเมฆออร์ทเหล่านี้อาจหลุดเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์เกิดเป็นดาวหาง (Comet)

นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่ก้อนฝุ่นไม่รวมกันอยู่ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัส โดยในส่วนก้อนฝุ่นในบริเวณนี้จะมีองค์ประกอบหลักเป็นหินแข็ง เรียกก้อนฝุ่นเหล่านี้ว่า ดาวเคราะห์น้อย (Asteroids) ดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ไม่สามารถรวมกันได้เนื่องจากแรงดึงดูดจากดาวพฤหัส อย่างไรก็ดีในปัจจุบันบางส่วนของดาวเคราะห์น้อยไม่อยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid Belt) แต่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com