Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

จักรวรรดิไศเลนทร์

17

     เมื่อนำผลการศึกษาหลักฐานทาประวัติศาสตร์และผลการขุดค้นทางโบราณคดี กรมศิลปกร บริเวณตอนกลางคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทย ทั้งในแถบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกและด้านตะวันตก พบหลักฐานมากมาย บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นดินแดนที่เริ่มต้นรับอารยธรรมอินเดียเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีหลักฐานมากมายแสดงให้เห็นว่า ดินแดนทางตอนกลางคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทย เคยเป็น “เส้นทางข้ามสมุทรจุดเชื่อมโลก” หรือสะพานเชื่อมต่อเส้นทางการเดินเรือของโลก ( Lanes Linking) มาตั้งแต่สมัยเริ่มต้นประวัติศาสตร์ ต่อมาพัฒนาการจุดนัดพบของพ่อค้าจากทั่วโลกเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับชาวพื้นเมืองมาไม่น้อยกว่า 2000 ปีแล้ว

เส้นทางข้ามสมุทรจุดเชื่อมโลก ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทางของพ่อค้าที่เดินทางมาจากโลกตะวันออก คือ จีน เวียดนาม จามปา โดยอาศัยกระแสลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทางของพ่อค้าที่เดินทางมาจากโลกตะวันตก จากอินเดีย ศรีลังกา อาหรับ เปอร์เซีย กรีก โรมัน โดยอาศัยลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พ่อค้าทุกทั่วโลก จึงเดินทางมาชุมนุมกันตรงจุดดังกล่าวทุกฤดูกาล ครั้นเมื่อถึงฤดูกาลลมมรสุมเปลี่ยนทิศทาง เรือสินค้าก็จะเดินทางกลับโดยอาศัยลมมรสุมประจำทิศ บรรทุกสินค้าแล่นตามลมกลับถิ่นฐานบ้านเมืองของตน เป็นวัฏจักรเช่นนี้มานานแสนนาน มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่า เมืองท่าบ้านควนลูกปัด อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ และอาณาบริเวณใกล้เคียงเคยเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรือง ต่อมาได้ย้ายไปที่ เมืองท่าตักโกลา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นเมืองท่าเรือสำคัญทางชายฝั่งทะเลตะวันตกดังกล่าวนี้ มีเส้นทางเดินบกข้ามคาบสมุทรติดต่อเชื่อมโยงกับ เมืองพันพาน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือเมืองท่าใกล้เคืองทางฝั่งทะเลตะวันออกของคาบสมุทรภาคใต้ จนอาจกล่าวได้ว่าดินแดนในบริเวณดังกล่าวน่าจะเป็นที่ตั้งของ “อาณาจักรสุวรรณภูมิยุคแรก” ซึ่งมี “เมืองพันพาน” เป็นเมืองหลวงของอาณาจักร



แม้ว่าความเห็นในเรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนให้เห็นชัดเจนไม่อาจโต้แย้งได้ก็ตาม แต่การค้นพบ “เทวรูปพระนารายณ์สวมหมวกทรงกระบอก” ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหลักฐานยืนยันว่าภายหลังจาก พระเจ้าจันทรคุปต์ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมริยะ ทรงประกาศยกเลิกประเพณีการห้ามิให้สร้างรูปเทพเจ้าอินเดียขึ้นมาเป็นรูปเคราพ ในสมัยต้นศตวรรษที่ 2 ชาวอินเดียจึงได้สร้าง เทวรูปเทพเจ้าของตน เช่น พระสุริยเทพ พระนารายณ์ พระศิวะ ขึ้นมากราบไหว้บูชา สันนิษฐานว่าพ่อค้าชาวอินเดียอาจนำติดต่อเข้ามายังดินแดน “สุวรรณภูมิ” ตั้งแต่สมัยนั้น

ต่อมาช่างชาวพื้นเมืองเมื่อได้รับความรู้ในศิลปะสมัยคุปตะอันงดงามในประเทศอินเดีย จึงได้สร้าง “เทวรูปพระนารายณ์สวมหมวกทรงกระบอก” โดยลอกเลียนแบบศิลปะสมัยคุปตะขึ้นมาประดิษฐานในเทวสถาน สำหรับกราบไหว้บูชา เทวรูปดังกล่าวค้นพบที่เขาศรีวิชัย อำเภอพุนพิน พบที่โบราณสถานเมืองเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่วัดพระนารายณ์ อำเภท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ศิลปะโบราณวัตถุดังกล่าวนี้สามารถกำหนดอายุทางโบราณคดีได้ตามหลักวิชาการ นักโบราณคดีสมัยนี้มีความเห็นว่ามีอายุเก่าแก่ถึง “สมัยสุวรรณภูมิ” และยังแพร่หลายข้ามอ่าวไทยไปยัง เมืองนวนคร ทางตอนใต้ของประเทศเขมร ขึ้นมายังผืนแผ่นดินคาบสมุทรอินโดจีนพบที่แหล่งโบราณคดี อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ว่า แหล่งโบราณคดีเมืองศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เส้นทางการแพร่ขยายศิลปกรรมที่สสักขึ้นด้วยศิลาอันงดงามและมีขนาดใหญ่ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ขยายอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากคาบสมุทรภาคใต้ขึ้นมายังคาบสมุทรอินโดจีน เป็นรากฐานปลูกฝังชาวพื้นเมืองให้นิยมศิลปวัฒนธรรมแบบอินเดีย แม้ว่าข้อสันนิษฐานนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด คงทราบเรื่องราวเพียงกระท่อนกระแท่นจากข้อความใน คัมภีร์มหาวงศ์พงศาวดารลังกา จดบันทึกไว้แต่เพียงว่า“เจ้าชายสุมิตร” แห่งราชวงศ์โมริยะ เสด็จลงเรือมายัง “กรุงสุวรรณปุระ”

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com