ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์

ประชาคมอาเซียน

มาเลเซีย (Malaysia)

การเมืองการปกครอง

จากการที่มาเลเซียเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ในที่สุด จึงได้มีการลอกเลียนแบบ โครงสร้างการเมืองการปกครองของอังกฤษมาใช้เป็นอย่างมาก ยกเว้นระบบรัฐสภาซึ่งมาเลเซียมีทั้ง รัฐบาลกลางหรือรัฐบาลสหพันธรัฐ (Federal Government) และรัฐบาลแห่งรัฐ (State Government) ทั้งนี้ โดยมีวิวัฒนาการทางการมืองการปกครองโดยทั่วไปแยกพิจารณาได้เป็น

รัฐธรรมนูญ

ก่อนที่สหพันธ์มลายาจะได้รับเอกราช 1 ปี บรรดาผู้นำ มลายู อันประกอบด้วยสุลต่าน และรัฐมนตรีจากกลุ่มพรรคพันธมิตรจำนวนหนึ่ง เดินทางไปลอนดอน เพื่อขอให้ ทางการอังกฤษตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยผู้พิพากษาชาวอังกฤษ ลอร์ด เรด (Lord Reid) ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ เซอร์ อิวอร์ เจนนิงส์ (Sir lvor Jennings) และผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายจากออสเตรเลีย อินเดีย และปากีสถาน อีกชาติละ 1 คน พร้อมกันนั้นสมาชิกของกลุ่มพรรคพันธมิตรได้มอบบันทึกเกี่ยวกับแนวทางของ รัฐธรรมนูญที่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวมลายูต้องการ เพื่อที่คณะกรรมการร่างฯ จะได้ใช้พิจารณาด้วย กระทั่งในต้นปี ค.ศ. 1957 รัฐธรรมนูญฉบับร่างซึ่งมีเนื้อหาไม่แตกต่างจากบันทึกของกลุ่มพรรคพันธมิตร เท่าใดนัก ก็ได้รับการเสนอต่อสุลต่านผู้ปกครอง และผู้นำทั้ง 3 พรรคกลุ่มร่วมพันธมิตร เพื่อพิจารณา ใน การนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาประกอบด้วย ตัวแทนของสุลต่าน และของรัฐบาลกลุ่มพรรค พันธมิตรกับข้าราชการชาวยุโรป โดยมีข้าหลวงใหญ่เป็นประธาน เพื่อพิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อน นำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งสหพันธ์และรัฐบาลอังกฤษต่อไป

จากกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมาสรุปได้ 3 ประการคือ ประการแรก ฝ่ายชาวจีน พยายามที่จะประนีประนอมกับฝ่ายชาวมลายู ทั้งที่เสียเปรียบในด้านสิทธิทั้งนี้เพื่อให้ได้เอกราชมาโดยเร็ว ประการที่สอง พรรคกลุ่มพันธมิตรประสบความสำเร็จในการรักษาสิทธิพิเศษของชาวมลายู และประการ สุดท้าย ในขณะที่ชาวมลายูได้อำนาจทางการเมืองขณะเดียวกับที่ชาวจีนได้ยึดอำนาจทางเศรษฐกิจมาไว้กับ ฝ่ายตน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญของประเทศเอกราชใหม่นี้ จึงเป็นบ่อเกิดของปัญหาทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในยุคต่อมาจนถึงปัจจุบัน

ในช่วง 15 ปีแรก รัฐธรรมนูญของสหพันธ์มลายา อาศัยรูปแบบของข้อตกลง สหพันธ์มลายาของปี ค.ศ. 1948 (Federation of Malaya Agreement) ในปี ค.ศ. 1963 ได้มีการแก้ไข เล็กน้อย และทำการเปลี่ยนชื่อเป็นรัฐธรรมนูญสหพันธรัฐมาเลเซีย เพื่อรองรับการเข้าร่วมเป็นประเทศ เดียวกันของสิงคโปร์ ซาบาห์ และซาราวัค แต่เมื่อสิงคโปร์ได้แยกประเทศออกไปในอีก 2 ปีต่อมา ก็ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอีกครั้ง และหลังจากนั้นรัฐธรรมนูญก็ได้รับการแก้ไขในวาระต่าง ๆ เพื่อ ตอบรับต่อสถานการณ์ทางการเมืองในยุคนั้น ๆ ระหว่างปี ค.ศ. 1957 ถึงปี ค.ศ. 1994 ได้มีการออก พระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญถึง 34 ฉบับ แต่ละฉบับจะมีมาตราและพระราชกำหนดแก้ไขในประเด็น ย่อย ๆ อยู่อีกหลายเรื่องด้วยกัน

 || หน้าถัดไป >>

สหพันธรัฐมาเลเซีย
ประวัติความเป็นมาและการก่อตั้งประเทศ
การเมืองการปกครอง
รู้จักมาเลเซีย
พระพุทธศาสนาในประเทศมาเลเซีย
ข้อมูลการค้าไทย-มาเลเซีย
สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย
ชาวไทยเชื้อสายมลายูในภาคใต้ของไทยและชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยในรัฐกลันตัน
การแต่งกายมาเลเซีย
การประมงไทยในมาเลเซีย

สาระความรู้ ข้อมูลอาเซียน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» "บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม
"บ้าน" คือการบอกเล่าความเป็นมา คือการบอกล่าวถึงพัฒนาการในการดำรงชีพของมนุษย์ "บ้าน" ที่อยู่อาศัยหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์ และบ่งบอกถึงความั่นคง

» ภูมิปัญญากีฬาไทย
กีฬาไทยที่บรรพชนไทยค้นคิด และถ่ายทอดมาสู่ลูกหลาน บางชนิดกลายเป็นตำนานและความทรงจำ และบางชนิดยังคงมีการเล่นกันอยู่

» สะพานสู่ฟ้าใหม่
สะพานข้ามน้ำเป็นสัญลักษณ์การข้ามอุปสรรคขวางกั้นไปสู่จุดหมาย และการเชื่อมโยงสิ่งตรงข้ามมา เพื่อสร้างเอกภาพอันกลมกลืนมั่นคง

» ทิวธงมงคลชัย
สิ่งสะท้อนความคิด และสืบทอดคติความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ของชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากยุคสมัยหนึ่งสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง ดุจตัวแทนที่น้อมนำสู่มงคลแห่งชีวิต

» พระราชลัญจกรประจำรัชกาล
ตราประจำพระมหากษัตริย์ แต่ละรัชกาล ซึ่งจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเริ่มต้นรัชกาล เพื่อประทับกำกับพระปรมาภิไธย ในเอกสารสำคัญต่างๆของชาติ ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน

» สามล้อไทย
วิถีหนึ่งของสายทาง ซึ่งแม้เวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป หากสายทางของสามล้อยังคงผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

» กีฬาสัตว์
ด้วยนิสัยช่างสังเกตของคนไทย จึงเป็นที่มาของกีฬาซึ่งใช้สัตว์เป็นผู้แข่งขัน จนกลายเป็นกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ยามว่างนับแต่อดีต

» ตาลปัตร พัดรอง
พัดที่ทำจากใบตาลมีหลายรูปแบบ สำหรับใช้โบกให้ความเย็น และใช้เป็นการบ่งบอกถึงฐานะ บรรดาศักดิ์ของผู้ใช้