ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>


ประชาคมอาเซียน

พม่า (Myanmar)

พม่า : เพื่อนบ้านที่เราไม่คุ้นเคย

พ.ต.เกรียงไกร แข็งแรง

คนไทยทุกคนรู้จักพม่า เราทราบถึงความสัมพันธ์ในเชิงคู่สงครามมาแต่อดีต การเสียกรุงศรีอยุธยาทั้งสองครั้งจนต้องถอยร่นมาก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี เราทราบถึงวีรกรรมในอดีตของพระศรีสุริโยทัย, การยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือแม้กระทั่งวีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน แต่ดูเหมือนว่านับแต่การตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ความสัมพันธ์กับพม่า (ทั้งในแง่สงคราม) เริ่มห่างเหินไปจนกระทั่งพม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ คนไทยส่วนใหญ่แทบไม่ทราบความเป็นไปของพม่า ปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงพม่าเราอาจนึกถึงความเป็นคู่ปรับในเชิงฟุตบอล, มวยไทย-พม่า และปัญหาตามแนวชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมไทยในหลาย ๆ เรื่อง เช่น ผลกระทบจากการปราบปรามชนกลุ่มน้อย, ยาเสพติด, แรงงานเถื่อน, โรคระบาด เป็นต้น โดยข้อเท็จจริงพม่านับเป็นเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดต่อประเทศไทยมากที่สุดที่เราคุ้นเคยน้อยที่สุด พม่ามี ภูมิหลังอย่างไร ? สังคมโลกมองพม่าอย่างไร ? หรือพม่ามองไทยอย่างไร ? เป็นสิ่งที่เราน่าจะศึกษาดูเพื่อความเข้าใจเพื่อนบ้านผู้นี้ให้มากยิ่งขึ้น

ภูมิหลัง : ประวัติศาสตร์พม่าจากมุมมองพม่า

ชนเผ่าที่เข้าครอบครองพม่าดั้งเดิมมีอยู่ 3 ชนเผ่า คือ มอญซึ่งอพยพจากทาง ตะวันออกเข้ามายังพม่าภาคใต้ มอญรับเอาอารยธรรมเขมรมาใช้ ชนเผ่าพม่า (Barmar/Burmans/Mramma) ซึ่งบ้างก็เรียกว่าพวกปยุหรือพยู (Pyu) อพยพจากจีน (ทิเบต) มาทางด้านเหนือ และชนเผ่าไท (Shan/Tai) ซึ่งอพยพมาจากภาคเหนือของไทย ประวัติศาสตร์ของพม่าจึงเป็นประวัติศาสตร์ของการรบพุ่งและความขัดแย้ง ชนชาวพม่าเริ่มปรากฏตัวและมีบทบาทในภูมิภาคของตนในห้วงศตวรรษที่ 9 โดยการก่อตั้งอาณาจักรพุกาม (Bagan) ควบคุมลุ่มน้ำอิรวดี (Ayeyarwady) รวมถึงเส้นทางการค้าระหว่าง จีน-อินเดีย ค.ศ.1056 พระเจ้าอนุรุทกษัตริย์พุกามตีเมืองสะเทิม (Thaton) เมืองหลวงของมอญ พม่าเริ่มรับเอาพุทธศาสนานิกายเถรวาทเข้ามา

  • ค.ศ.1277 กุปไลข่านแห่งมองโกลเริ่มรุกราน

  • ค.ศ.1287 พุกามแตก มอญเป็นอิสระเริ่มเกิดความขัดแย้งกับมอญและฉาน

  • ค.ศ.1312 เมืองปินยา แยกตัวตั้งราชวงศ์ของตน

  • ค.ศ.1315 เมืองสะแคง แยกตัวและตั้งราชวงศ์ของตน

  • ค.ศ.1364 ราชวงศ์ปินยาและราชวงศ์สะแคงหมดอำนาจ สร้างกรุงอังวะ (Ava)

  • ค.ศ.1385 สงครามระหว่างอังวะกับพะโค (หงสาวดี)

  • ค.ศ.1427 พระเจ้าโมยินทาโดตั้งราชวงศ์พม่าที่กรุงอังวะ

  • ค.ศ.1498 การรุกรานของโปรตุเกสโดย Phillip de Brito y Nicote เข้าควบคุม เมืองท่าด้านใต้พม่าสถาปนาตนเป็นผู้ปกครองจนถูก พระเจ้าอนอคะเปตลุนแห่งกรุงอังวะปราบได้ในปี 1613

  • ค.ศ.1531 พระเจ้าตะเบงชเวตี้เป็นกษัตริย์ตองอู เริ่มแผ่ขยายอิทธิพล

  • ค.ศ.1547 พระเจ้าตะเบงชเวตี้บังคับทำสนธิสัญญากับไทย

  • ค.ศ.1551 พระเจ้าตะเบงชเวตี้สวรรคตอาณาจักรเริ่มแตกแยกมอญก่อการกบฎ ขณะที่บุเรงนองขึ้นเป็นกษัตริย์

  • ค.ศ.1562-65 พระเจ้าบุเรงนองตีได้เมืองไทย

  • ค.ศ.1709 อังกฤษเปิดท่าเรือที่เมืองสิเรียม

  • ค.ศ.1729 ฝรั่งเศสเปิดท่าเรือที่เมืองสิเรียม

  • ค.ศ.1740 เกิดการกบฎภาคใต้โดยมอญจนสามารถตีได้พม่าภาคเหนือใน ปี 1752 แต่พระเจ้าอลองพญาปราบลงได้ในปีเดียวกัน ทั้งนี้ ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายหนุนหลังด้านการเงินให้กับมอญ ซึ่งการปราบ ปรามของฝ่ายพม่านี้กระทบไปถึงเมืองท่าของประเทศตะวันตกด้วย

  • ค.ศ.1752 พระเจ้าอลองพญาทำลายเมืองนีเกรสซึ่งเป็นเมืองท่าของอังกฤษ ในดินแดนพม่า เริ่มเกิดความขัดแย้งตามแนวชายแดนกับอินเดีย ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษแล้ว

  • ค.ศ.1766 พม่าเข้ารุกรานไทย ยึดอยุธยาได้ในปี 1767

  • ค.ศ.1776 ไทยเป็นเอกราชจากพม่า

  • ค.ศ.1824 สงครามพม่า-อังกฤษ ครั้งที่ 1 เสร็จสิ้นในปี 1826 พม่าพ่ายแพ้ เสียดินแดนริมทะเลตามสนธิสัญญายันดาโบ

  • ค.ศ.1852 สงครามกับอังกฤษครั้งที่ 2 พม่าเสียมณฑลพะโค

  • ค.ศ.1853 พระเจ้ามินดงครองราชย์ ถือเป็นยุครุ่งเรืองยุคหนึ่งของพม่า ทรงปฏิรูปการปกครอง การศึกษา มีการจัดสังคายนาพุทธศาสนา ครั้งที่ 5 ที่เมืองมัณฑะเลย์

  • ค.ศ.1878 พระเจ้าธีบอขึ้นครองราชย์ เริ่มบาดหมางกับอังกฤษอีกครั้งกรณี บริษัทบอมเบย์เบอร์มาซึ่งเข้ามาดำเนินกิจการป่าไม้

  • ค.ศ.1885 สงครามกับอังกฤษครั้งที่ 3 พม่าพ่ายแพ้กลายเป็นอาณานิคมของ อังกฤษในปี 1886 และถูกผนวกเข้าเป็นมณฑลหนึ่งของอินเดีย ในปีเดียวกัน พม่าเริ่มทำสงครามกองโจรต่อต้านอังกฤษ

  • ค.ศ.1937 พม่าแยกออกจากอินเดีย

  • ค.ศ.1942 สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นผลให้ญี่ปุ่นเข้ายึดครองพม่า กองโจรพม่า ต่อต้านอังกฤษโดยญี่ปุ่นให้สัญญาว่าจะให้เอกราชกับพม่าใน ช่วงนี้ มีนายพลอองซานเป็นผู้นำ

  • ค.ศ.1948 พม่าได้เอกราชจากอังกฤษจัดให้มีการเลือกตั้งในเดือน เม.ย. ปีเดียวกัน อองซานได้รับชัยชนะแต่ถูกคู่แข่งทางการเมืองฆาตกรรม ร่วมกับรัฐมนตรีอีก 6 คน ห้วงระยะเวลานี้พม่าเริ่มแตกแยกเป็น กลุ่มต่าง ๆ ได้แก่ ชาวเขา, คอมมิวนิสต์, มุสลิม และมอญ

  • ค.ศ.1948 อูนุขึ้นครองอำนาจ พม่าประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและ การแตกแยกในสังคม

  • ค.ศ.1959 เนวินกลายเป็นผู้มีอำนาจแท้จริงในรัฐบาล ทำการปฏิวัติ ในปี 1962 นำประเทศเข้าสู่ระบบสังคมนิยมมีสภาปฏิวัติแห่งชาติ (National Revolutionary Council) เป็นองค์กรบริหารประเทศ

  • ค.ศ.1974 เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า (Social Republic of the Union of Burma)

  • ค.ศ.1987-88 เกิดการต่อต้านรัฐบาลนำโดยผู้นำฝ่ายพลเรือน ดร.หม่อง หม่อง ความวุ่นวายนำสู่การปฏิวัติโดย SLORC (State Law and order Restoration Council) ความวุ่นวายนี้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 3,000 คน ในเวลา 6 สัปดาห์ อำนาจถูกเปลี่ยนถ่ายจากนายพลเนวินสู่ นายพลซอหม่อง ซึ่งให้สัญญาประชาคมว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้ง ขึ้นในปี 1989

  • ค.ศ.1989 ออง ซานซูจี บุตรสาวของอองซาน ซึ่งเดินทางกลับสู่พม่าในปี 1988 จัดตั้งพรรคการเมืองซื่อ National League for Democracy (NLD) ความนิยมจากมวลชนที่เพิ่มมากขึ้นเป็นผลให้รัฐบาลทหาร ของพม่าควบคุมตัวอองซานซูจีไว้ในบ้านพักของเธอ

  • ค.ศ.1990 การเลือกตั้งทั่วไปในพม่าเป็นชัยชนะของพรรค NLD ซึ่ง SLORC ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งนี้ อองซานซูจียังคงถูกควบคุมตัวและได้ รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปีต่อมาโดยที่รัฐบาลพม่าเริ่มผ่อน ปรนให้เธอสามารถออกจากบ้านพักได้ในปี 1995 ค.ศ.1996 นานาชาติเริ่มใช้นโยบายบีบบังคับทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลพม่า โดยเริ่มจากธนาคารโลกและ IMF ในกรณีการกักตัวอองซานซูจี และประเด็นสิทธิมนุษยชนมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ดีอาเซียน ในฐานะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ยึดถือนโยบายการทูตเชิงสร้างสรร (constructive engagement) ซึ่งมีความยืดหยุ่นไม่ปิดกั้นพม่า โดยเห็นว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียน

พม่าในปัจจุบัน

ข้อมูลของพม่าจาก CIA:The World Factbook 2000_ _Burma ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของหน่วยข่าวกรองสหรัฐอเมริกา(CIA:Central Intelligence Agency) ระบุไว้ดังนี้ (ค.ศ.2001)

  • ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ 22 00 N, 98 00 E

  • พื้นที่ 678,500 ตร.กม. (ดิน 657,740 ตร.กม. น้ำ 20,760 ตร.กม.)

  • ชายแดน บังกลาเทศ 193 กม., จีน 2,185 กม., อินเดีย 1,463 กม., ลาว 235 กม., ไทย 1,800 กม.

  • ชายฝั่ง 1,930 กม.

  • ภูมิอากาศ มรสุมเขตร้อน (มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ห้วง มิ.ย.-ก.ย.) ฤดูหนาว (มรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ห้วง ธ.ค.-เม.ย.)

  • ทรัพยากรที่สำคัญ น้ำมัน, ไม้, ดีบุก, พลวง, สังกะสี, ทองแดง, ทังสะเตน, ตะกั่ว, ถ่านหิน, อัญมณี, ก๊าซธรรมชาติ, พลังงานจากน้ำ

  • ป่าไม้ 49 %

  • พื้นที่เพาะปลูก 15 %

  • พื้นที่ชลประทาน 10,680 ตร.กม. (ปี 1993)

  • ภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว และพายุไซโคลน, น้ำท่วมและดินถล่ม ห้วงฤดูฝน (มิ.ย.-ก.ย.), ความแห้งแล้งตามฤดูกาล

  • ปัญหาด้านสภาพแวดล้อม การตัดไม้ทำลายป่า, มลภาวะจากอุตสาหกรรม, การขาดแคลนสาธารณูปโภคโดยเฉพาะระบบประปา

  • ลักษณะเด่นทางภูมิศาสตร์ เป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ใกล้เส้นทางเดินเรือ ในมหาสมุทรอินเดีย

  • ประชากร 41,734,853 คน

  • อัตราการตายจากเอดส์สูงขึ้น, อัตราการตายสูง,

  • อัตราเกิดต่ำ โครงสร้างทางอายุ 15-64 ปี (65 %)

  • อัตราเพิ่มประชากร 0.64 %

  • เชื้อชาติในพม่า พม่า 68 % ฉาน 9 % กะเหรี่ยง 7 % ยะไข่ 4 % จีน 3 % มอญ 2 % อินเดีย 2 % อื่น ๆ 5 %

  • ศาสนา พุทธ 89 % คริสต์ 4 % มุสลิม 4 % ภูติผีวิญญาณ 1 % อื่น ๆ 2 %

  • ภาษา พม่า ชนกลุ่มน้อยมีภาษาของตนเอง

  • การรู้หนังสือ 83.1 %

  • ระบอบการปกครอง รัฐบาลทหาร

  • เมืองหลวง ย่างกุ้ง (Yangon)

  • การแบ่งเขตปกครอง 7 มณฑล (division:yin-mya) 7 รัฐ (state:pyine-mya) ได้แก่
    - มณฑล Ayeyarwady, Bago, Magway, Mandalay, Sagaing, Tanintharyi, Yangon
    - รัฐ Chin, Kachin, Kayin, Kayah, Shan, Mon

  • วันชาติ 4 ม.ค.1948 ถือเป็นวันหยุดประจำชาติในทุกปี

  • ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทางการเมือง 18 ปี

  • ผู้บริหารประเทศ Chief of state : นายกรัฐมนตรี และประธานสภา SPDC (State Peace and Development Council) ซึ่งเดิมคือ SLORC ได้แก่ พล.อ.ตัน ฉ่วย (Than Shwe) ตั้งแต่ 23 เม.ย.1992 ซึ่งเปลี่ยนชื่อเมื่อ 15 พ.ย.97 head of government : พล.อ.ตัน ฉ่วย คณะรัฐมนตรี : สมาชิก SPDC, ทหาร รัฐสภา สภาเดียว คือ สภาประชาชน (Pyithu Hluttaw) สมาชิก 485 คน ใช้ระบบ Popular vote อายุสภาคราวละ 4 ปี

  • การเลือกตั้ง ครั้งล่าสุด 27 พ.ค.90 ซึ่งรัฐบาลทหารไม่รับรอง พรรค NLD 396 NUP 10 อื่น ๆ 79

  • พรรคการเมือง NLD (National League for Democracy) NUP (National Unity Party) พรรครัฐบาล USDA (Union Solidarity and Development Association) ฝ่ายรัฐบาล พรรคเล็ก ๆ อีก 8 พรรค

  • กลุ่มผลประโยชน์ ABSDF (All Burma Student Democratic Front) (Pressure groups) KIA (Kachin Independence Army) KNU (karen National Union) NCGUB (National Coalition Government of the Union Of Burma) กลุ่มผลประโยชน์เหล่านี้ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภาแต่ ไม่ได้ รับการยอมรับจากรัฐบาล จึงมุ่งสู่ป่าและต่อต้านรัฐบาล ตั้งแต่ 1990 กลุ่ม Shan UWSA (United Wa State Army)

  • ด้านเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจแบบผสมธุรกิจเอกชนส่วนใหญ่ ดำเนินการ ด้านเกษตรกรรม, อุตสาหกรรมเบา ภาครัฐจะควบคุมกิจ การด้านพลังงาน, อุตสาหกรรมหนักและการค้าข้าว นับ แต่ ปี1999 เป็นต้นมารัฐบาลเริ่มผ่อนคลายให้มีการลงทุน จากต่างประเทศมากขึ้น รัฐวิสาหกิจภายในประเทศขาด ประสิทธิภาพ การแปรรูปไม่ประสบผลสำเร็จ การค้ากับ ต่างประเทศต่ำเป็นผลจากตลาดมืด ปัญหาเศรษฐกิจ ปัจจุบันคือความไม่มีเสถียรภาพด้านการเงินและการคลัง จัดเป็นประเทศยากจน ในระยะสั้นคาดว่าการเติบโต เศรษฐกิจจะต่ำจากการดำเนินนโยบายภาครัฐ, ปัญหา การเมืองภายในประเทศ, การลงทุนจากต่างประเทศน้อย และการขาดดุลการค้า

  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ 59.4 พันล้านเหรียญ (1999)

  • (GDP: Growth Domestic Product)

  • อัตราการเจริญเติบโตของ GDP 4.6 % (1999)

  • รายได้ต่อหัว 1,200 เหรียญต่อปี

  • สัดส่วน GDP เกษตรกรรม 59 % อุตสาหกรรม 11 % บริการ 30 %

  • สัดส่วนประชากรที่ยากจน 23 % (1997)

  • อัตราเงินเฟ้อ 38 % (1999)

  • แรงงาน 19.7 ล้านคน (1998) แบ่งเป็น ภาคเกษตรกรรม 65 % อุตสาหกรรม 10 % บริการ 29 % อัตราว่างงาน 7.1 % (1997)

  • การงบประมาณ รายรับ 7.9 พันล้านเหรียญ รายจ่าย 12.2 พันล้านเหรียญ

  • อุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ได้แก่ สิ่งทอและรองเท้า ถุงเท้า, อุตสาหกรรมไม้, ทองแดง, ดีบุก, ทังสะเตน, เหล็ก

  • การส่งออก 1.2 พันล้านเหรียญ (1998) สิงคโปร์ 31 % ญี่ปุ่น 12 % ไทย 12 % จีน 9 % มาเลเซีย 8 %

  • หน่วยเงิน จ๊าด (Kyat)

  • ปีงบประมาณ 1 เม.ย. – 31 มี.ค.

  • ด้านการสื่อสาร โทรศัพท์ (สาย) 158,000 (1995) มือถือ 2,007 สถานีวิทยุ (1998) AM 2 FM 3 SW 3 สถานีโทรทัศน์ (1998) 2 ไม่มีระบบอินเตอร์เนต (1999)

  • ด้านการขนส่ง ทางรถไฟ 3,994 กม. กว้างของราง 1.0 ม. ทางหลวง 28,200 กม.(ปูผิว 3,440 กม.)(1996) ทางน้ำ 12,800 กม. (มีการสัญจรทางพาณิชย์ 3,200 กม.)

  • ระบบทางท่อ น้ำมันดิบ 1,343 กม. ก๊าซธรรมชาติ 330 กม.

  • เมืองท่า/อ่าว Bassein, Bhamo, Chauk, Mandalay, Moulmein, Myitkyina, Yangon, Akyab (Sittwe), Tavoy

  • เรือพาณิชย์ 40 ลำ (เรือสินค้าขนาดใหญ่ 13;ขนส่ง 20;บรรทุก 2, โดยสาร 3, เรือขนถ่ายน้ำมัน 2) (1999)

  • สนามบิน 80 แห่ง (1999) ปูผิว 10 แห่ง

  • สนาม ฮ.(มาตรฐาน) 1 (1999)

  • ด้านการทหาร อายุเกณฑ์ 18 ปี โครงสร้างกำลังสำรองตามอายุ 15-49: 11,865,696 คน (ช.) (ความสามารถในการตอบสนอง)(2000): 11,894,661 คน (ญ.) ตามความพร้อมและเหมาะสมของร่างกาย15-49:6,334,750 คน (ช.) (2000): 6,334,937 คน (ญ.) ผู้มีอายุครบเกณฑ์: 483,964 คน (ช.) (2000): 468,221 คน (ญ.) งบประมาณด้านการทหาร 39 ล้านเหรียญ (1997)

  • งบประมาณด้านการทหารต่อสัดส่วน GDP 2.1 %

ข้อมูลทางทหารสหรัฐระบุว่ามีความขัดแย้งตามแนวพรมแดนกับไทยเป็นระยะ ๆ และเป็นแหล่งผลิตยาเสพติด (ฝิ่น) ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากอาฟกานิสถาน การยอมประนีประนอมกับฝ่ายรัฐบาลของ Mong Tai Army (MTA) ซึ่งมีขุนส่าเป็นผู้นำเป็นผลให้การผลิตลดลง แต่การขาดกฎหมายรองรับรวมถึงมาตรการอื่น ๆ เป็นผลให้เกิดการระบาดของยาเสพติดอื่น ๆ เช่น ยาบ้า เป็นต้น

ปัญหาภายในพม่าในปัจจุบัน

รัฐบาลพม่าได้ประกาศว่าชนกลุ่มน้อยหรือกองกำลังติดอาวุธซึ่งเคยต่อต้านพม่าได้หันมาร่วมพัฒนาชาติโดยการวางอาวุธแล้วเข้าร่วมกับฝ่ายรัฐบาล อย่างไรก็ดีการรณรงค์ดังกล่าวในสายตาขององค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ระบุว่าเป็นการปราบปรามซึ่งใช้กำลัง ส่งผลให้ผู้ต่อต้านกลายเป็นนักโทษการเมือง 200 คน ซึ่งจน ถึงปัจจุบัน (ค.ศ.2000) มีนักโทษการเมือง 1,200 คนแล้ว การปราบปรามชนกลุ่มน้อยนั้นก่อให้เกิดผลกระทบเรื่องการย้ายถิ่นฐาน, การฆาตกรรม, การเกณฑ์แรงงานโดยเฉพาะในรัฐคะหยิ่น (Kayin State) เกิดปัญหาไร้ที่อยู่ของประชาชนและการเกณฑ์แรงงานติดตามมา รวมถึงปัญหาในการบีบบังคับให้สมาชิกของพรรค NLD (ฝ่ายค้าน) ลาออกในปี 1999 จำนวนถึง 34,000 คน ในปี 1996 มีการออกกฎอัยการศึกห้ามผู้มีคอมพิวเตอร์ใช้อินเตอร์เนตโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเสียก่อนผู้ฝ่าฝืนอาจต้องโทษสูงสุด 7-15 ปี

การเกณฑ์แรงงานนั้นพม่าถูกระบุว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนสูงโดยเฉพาะการเกณฑ์ชนกลุ่มน้อยเพื่อใช้แรงงานในการก่อสร้างสาธารณูปโภคในพื้นที่ ฉาน, คะหยิ่น และ คะยา รวมถึงเป็นแรงงานในการเคลื่อนย้ายสิ่งอุปกรณ์ทางทหารในเขตรัฐมอญและคะฉิ่น

ปัญหาของพม่าในปัจจุบันจึงถือได้ว่าปัญหาการบูรณาการชาติเป็นปัญหาหลัก นอกเหนือจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ งานศึกษาทางรัฐศาสตร์ในเชิงกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม (political socialization) พบว่าสังคมของพม่ามีลักษณะ ของการกล่อมเกลาให้คนในครอบครัวเกิดความไม่ไว้วางใจในมนุษยสัมพันธ์ (distrust of human relations) ขาดความมั่นใจในตนเองและนิยมใช้การขู่ให้เด็กกลัวจนเกิดความเคว้งคว้างขณะที่วิถีการเลี้ยงดูเป็นไปอย่างไม่เข้มงวด จึงมีลักษณะมองโลกในแง่ดี ซึ่งมีลักษณะ ขัดแย้งกับลักษณะความไม่ไว้วางใจ คนพม่านิยมเก็บความลับไว้กับตน ผลของการกล่อมเกลาทางสังคมของพม่าในระดับครอบครัวมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมทางการเมืองของพม่าในระดับมหภาค

ไทยกับพม่า:เพื่อนบ้านที่ไม่คุ้นเคย

ดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์ของพม่ามิได้กล่าวถึงไทยมากไปกว่าการรุกรานจากลัทธิล่าอาณานิคมซึ่งพม่าต้องตกเป็นเหยื่อเป็นระยะเวลานาน เป็นระยะเวลาที่ทุกข์ทนของพม่าเป็นระยะเวลาที่ต้องต่อสู้เพื่อเอกราช จากนั้นจึงเป็นเรื่องของการรวมชาติ โดยข้อเท็จจริงแล้วความขัดแย้งจนนำสู่สงครามระหว่างสองประเทศมีมูลเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ การมุ่งขยายเมืองท่าด้านตะวันตกฝั่งทะเลอันดามันของไทยซึ่งถือเป็นการทาบทับกับเขตอำนาจของพม่า และประเด็นความเชื่อในเรื่อง “ราชาธิราช” (ราชาแห่งราชา) ซึ่งกษัตริย์พม่ามักจะแสดงบุญญาธิการด้วยการรุกรานไทย ในแง่นี้คนพม่าจึงมิได้มีทัศนคติดังเช่น คนไทยที่มีต่อพม่าว่า พม่าคือศัตรูคู่ประวัติศาสตร์ของไทย ทัศนคติที่เป็นปรปักษ์ต่อพม่าเป็นมรดกที่ตกทอดมานับแต่ครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาคราวหลัง (พ.ศ.2310) จนมีการขยายแนวคิดดังกล่าวถึงขั้นที่ว่าพม่าคือศัตรูพระพุทธศาสนา หรือมารอันเป็นตัวแทนฝ่ายอธรรม ผู้นำทางการเมืองและภูมิปัญญาของไทยนับแต่ยุคปฎิรูปประเทศให้ทันสมัยมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดโฉมหน้าใหม่ของพม่าในฐานะปัจจามิตรสู่ประชาชนโดยผ่านลงมาทางองค์กรและบุคคลากรของรัฐ สงครามระหว่างไทยกับพม่าได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือปลุกเร้าสำนึกความเป็นชาติและความรู้สึกชาตินิยม ความรู้สึกที่เป็นปรปักษ์กับพม่าที่สัมผัสหรือรับรู้ได้ในปัจจุบันจึงนับเป็นผลิตผลอันเกิดจากการใช้ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้นำไทย นับแต่ยุคของการปฏิรูปประเทศเรื่อยมา มากกว่าจะเป็นผลที่สืบเนื่องโดยตรงจากสงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งหลัง

โดยข้อเท็จจริงพม่าเป็นเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดต่อกับไทยมากที่สุด ด้านพม่านั้นพม่ามีพรมแดนติดต่อไทยมากเป็นอันดับสองรองจากจีน ซึ่งพม่าให้ความสำคัญในการดำเนินการทูตระดับทวิภาคีผ่านทางมณฑลยูนาน จีนช่วยพม่าสร้างถนนและสะพานหลาย แห่งตามแนวชายแดนพม่าเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า เช่น การปรับปรุงถนนพม่า (Burma Road) เชื่อมระหว่างมัณฑะเลย์ไปยังเมืองต่าง ๆ ในรัฐฉาน เช่น ลาเฉียว (Lashio) และมูเซ (Muse), สะพานข้ามแม่น้ำฉ่วยลี่ (Shweli) 2 แห่งเชื่อมเมืองชายแดนพม่าและจีน คือ เมืองมูเซของพม่ากับเมืองหวันติ้ง (Wanting) และหยุยลี่ (Ruili) ของจีนในปี 1992 สะพานเชื่อมหว่านติ้งกับจูกุ๊ก (Kyukok) ของพม่าในปี 1993 ความไม่คุ้นเคยกับพม่าของไทยในปัจจุบันนั้นน่าจะเกิดจากสาเหตุหลัก 2 ประการคือ การเข้ายึดอำนาจของเนวินในปี 1962 ได้มีการนำเอานโยบายสังคมนิยมวิถีพม่า (Burmese way to Socialism) เข้ามาใช้ รัฐบาลไทยขณะนั้นมีความหวาดระแวงต่อลัทธิคอมมิวนิสต์และสังคมนิยมทำให้เกิดความไม่วางใจในการคบหาซึ่งมีผลกระทบในแง่นโยบายระดับทวิภาคี เช่นกรณีการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยของพม่าในฐานะรัฐกันชนในห้วงเวลานั้น เหตุผลอีกประการคือห้วงระยะเวลาของสังคมนิยมวิถีพม่านั้นได้ประกาศปิดประเทศทำให้พม่าขาดการติดต่อกับโลกภายนอกรวมถึงไทยไปช่วงระยะหนึ่ง

ปัจจุบันไทยมีการติดต่อกับพม่าได้หลากหลายช่องทางและวิธีการมากขึ้น ทั้งในระดับทวิภาคีเช่นการติดต่อค้าขายตามแนวชายแดน มีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับพื้นที่ คณะกรรมการทางการทหาร ในระดับพหุภาคีไทยและพม่าต่างเป็นสมาชิกอาเซียน ปัญหานั้นผู้เขียนเห็นว่ามีเพียงประเด็นของการดำเนินนโยบายการทูตทั้งสองระดับให้สอดคล้องกันและเป็นเอกภาพ รวมถึงการสร้างทัศนคติต่อพม่าในทางที่ดีให้เกิดขึ้นกับคนไทย พม่านั้นมีศักยภาพในด้านทรัพยากรสูงที่สามารถจะแสวงประโยชน์ร่วมกับเพื่อนบ้านเช่นไทย ผู้มีพรมแดนติดต่อเป็นระยะทางยาวและต่อเนื่อง

อ้างอิง

  • กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์,พระราชพงศาวดารพม่า เล่ม 1, กรุงเทพฯ:ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์,2505.

  • พรพิมล ตรีโชติ,มิติชาติพันธุ์ในความสัมพันธ์ไทย-พม่า,มติชนสุดสัปดาห์,ฉบับอังคาร 21 พ.ย.38;น.29-30. ,ฉบับอังคาร 28 พ.ย.38;น.32-33.

  • ภาณุวัตร วรรณถาวร,เยือนแผ่นดินโลกมืดสัมผัสชีวิตและการต่อสู้ของชนกลุ่มน้อย ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า,สยามรัฐรายวัน,ฉบับพฤหัสบดี 7 ธ.ค.38;น.22. ,

  • สัจจะไม่มีในหมู่โจรสงครามจึงเกิดขึ้นเพื่อทวงถามคำสัญญา, สยามรัฐรายวัน,ฉบับศุกร์ 8 ธ.ค.38;น.22.

  • ลิขิต ธีรเวคิน,ขอบข่ายและวิธีการศึกษารัฐศาสตร์,กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์สามศาสตร์,2529.

  • สุเนตร ชุตินธรานนท์,พม่ารบไทย:ว่าด้วยการสงครามระหว่างไทยกับพม่า,กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน,2539.

  • หม่องทิน อ่อง (แต่ง) เพ็ชรี สุมิตร (แปล),ประวัติศาสตร์พม่า,กรุงเทพฯ: สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย,2519.

  • อัศวิน พินิจวงษ์,ปัญหาการปิดพรมแดนชายแดนไทย-พม่า และการระงับการก่อสร้าง สะพานมิตรภาพไทย-พม่า,สยามรัฐรายวัน,ฉบับศุกร์ 8 ธ.ค.38.

  • http://www.britanica.com;Myanmar. http://www.lonelyplanet.com;Burma.

  • http://www.travel-burma.com. http://www.web.amnesty.org;Amnesty International Report 2000-Countryreports; Myanmar.

ประวัติศาสตร์ประเทศพม่า
ประวัติศาสตร์การเมืองพม่า
เปียงมนา เนปิดอว์ เมืองหลวงใหม่
พระพุทธศาสนาในประเทศพม่า
พม่า : เพื่อนบ้านที่เราไม่คุ้นเคย
การแต่งกายพม่า

สาระความรู้ ข้อมูลอาเซียน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» "บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม
"บ้าน" คือการบอกเล่าความเป็นมา คือการบอกล่าวถึงพัฒนาการในการดำรงชีพของมนุษย์ "บ้าน" ที่อยู่อาศัยหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์ และบ่งบอกถึงความั่นคง

» ภูมิปัญญากีฬาไทย
กีฬาไทยที่บรรพชนไทยค้นคิด และถ่ายทอดมาสู่ลูกหลาน บางชนิดกลายเป็นตำนานและความทรงจำ และบางชนิดยังคงมีการเล่นกันอยู่

» สะพานสู่ฟ้าใหม่
สะพานข้ามน้ำเป็นสัญลักษณ์การข้ามอุปสรรคขวางกั้นไปสู่จุดหมาย และการเชื่อมโยงสิ่งตรงข้ามมา เพื่อสร้างเอกภาพอันกลมกลืนมั่นคง

» ทิวธงมงคลชัย
สิ่งสะท้อนความคิด และสืบทอดคติความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ของชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากยุคสมัยหนึ่งสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง ดุจตัวแทนที่น้อมนำสู่มงคลแห่งชีวิต

» พระราชลัญจกรประจำรัชกาล
ตราประจำพระมหากษัตริย์ แต่ละรัชกาล ซึ่งจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเริ่มต้นรัชกาล เพื่อประทับกำกับพระปรมาภิไธย ในเอกสารสำคัญต่างๆของชาติ ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน

» สามล้อไทย
วิถีหนึ่งของสายทาง ซึ่งแม้เวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป หากสายทางของสามล้อยังคงผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

» กีฬาสัตว์
ด้วยนิสัยช่างสังเกตของคนไทย จึงเป็นที่มาของกีฬาซึ่งใช้สัตว์เป็นผู้แข่งขัน จนกลายเป็นกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ยามว่างนับแต่อดีต

» ตาลปัตร พัดรอง
พัดที่ทำจากใบตาลมีหลายรูปแบบ สำหรับใช้โบกให้ความเย็น และใช้เป็นการบ่งบอกถึงฐานะ บรรดาศักดิ์ของผู้ใช้

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-