ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์

สมภาร พรมทา

คำว่าวิทยาศาสตร์อาจมีความหมายได้สองอย่าง อย่างแรกคือความหมายในเชิงที่เป็นอยู่ (descriptive meaning) อย่างที่สองคือความหมายในเชิงที่ควรจะเป็น (normative meaning) ความหมายของวิทยาศาสตร์ในเชิงที่เป็นอยู่นั้นอาจดูได้จากกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่นักวิทยาศาสตร์ได้กระทำมาในอดีตและที่กำลังกระทำอยู่ในปัจจุบัน ทั้งหมดที่นักวิทยาศาสตร์กระทำนั้นคือความหมายของสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ ความหมายในแง่นี้พิจารณาอย่างกว้างๆอาจมีปัญหาเพราะว่าสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กระทำนั้นมีความหลากหลาย จะอย่างไรก็ตาม ในความหลากหลายนั้นย่อมจะต้องมีแกนกลางบางอย่างรองรับอยู่ ไม่เช่นนั้นเราคงไม่สามารถกล่าวได้ว่าสิ่งที่ดาร์วิน นิวตัน ไอน์สไตน์ เป็นต้นกระทำสามารถจัดอยู่ภายใต้กิจกรรมที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ได้

อะไรคือแกนกลางของกิจกรรมที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ ก่อนที่จะพิจารณาปัญหานี้ มีบางเรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจก่อน เราสามารถแยกกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ออกจากตัวนักวิทยาศาสตร์ และในความเป็นจริงเวลาที่เรากำลังมองหาความหมายของวิทยาศาสตร์จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องแยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน นักวิทยาศาสตร์นั้นคือมนุษย์เหมือนกับมนุษย์คนอื่นๆ เขาย่อมจะมีภูมิหลังทางศาสนา วัฒนธรรม จารีตประเพณีตลอดจนความคิดเห็นส่วนตัวบางอย่าง เช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไป บางคนอาจนับถือศาสนา บางคนอาจไม่นับถือศาสนา ในคนที่นับถือศาสนานั้นก็อาจนับถือศาสนาที่แตกต่างกันไป เช่นนักวิทยาศาสตร์บางคนอาจนับถือศาสนาที่สอนเรื่องพระเจ้า บางคนอาจนับถือศาสนาที่ไม่สอนเรื่องพระเจ้า กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์สามารถดำเนินการโดยคนที่มีความเชื่อทางศาสนา การเมือง จริยธรรมเป็นต้นแบบใดก็ได้



ในกรณีของศาสนานั้น บางครั้งเราจะเห็นว่าเนื้อหาของวิทยาศาสตร์บางอย่างอาจดูเหมือนจะส่งผลกระทบด้านลบต่อความเชื่อทางศาสนา สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่เสนอแนวความคิดที่อาจตีความว่ากระทบต่อคำสอนของศาสนานั้นเรามักพบว่าเป็นผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนา หรือแม้จะลงชื่อว่านับถือศาสนาแต่ก็ไม่ยอมให้คำสอนทางศาสนามามีอิทธิพลต่องานค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เราอาจยกชาร์ลส์ ดาร์วินมาเป็นตัวอย่างของนักวิทยาศาสตร์แบบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์บางคนก็นับถือศาสนา สำหรับคนประเภทนี้กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์เป็นคนละเรื่องกับคำสอนในทางศาสนา หรือไม่คำสอนทางศาสนานั้นมีสถานะอยู่เหนืองานค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ สิ่งที่วิทยาศาสตร์ค้นพบคือสิ่งช่วยส่องให้เนื้อหาของศาสนาชัดเจนหรือมีน้ำหนักมากขึ้น เราอาจยกไอแซ็ค นิวตันมาเป็นตัวอย่างสำหรับกรณีที่สองนี้ นิวตันเชื่อว่างานค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์คือสิ่งที่จะช่วยส่องให้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เขาเขียนเรื่องนี้เอาไว้ในงานบางชิ้นของเขาอย่างชัดเจน

แม้ว่าจะมีนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อในเรื่องศาสนาแตกต่างกันดังที่กล่าวมาข้างต้น ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่คนเหล่านี้นำเสนอก็มีลักษณะร่วมกันบางอย่าง และลักษณะที่ว่านี้เราอาจกล่าวได้ว่าคือความหมายของสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ ต่อไปนี้คือสิ่งที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นลักษณะร่วมของงานค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์

การใช้ประสาทสัมผัสสังเกตธรรมชาติ
พุทธศาสนาคืออะไร
จะเปรียบเทียบพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์อย่างไร
ข้อสังเกตปิดท้าย
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» "บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม
"บ้าน" คือการบอกเล่าความเป็นมา คือการบอกล่าวถึงพัฒนาการในการดำรงชีพของมนุษย์ "บ้าน" ที่อยู่อาศัยหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์ และบ่งบอกถึงความั่นคง

» ภูมิปัญญากีฬาไทย
กีฬาไทยที่บรรพชนไทยค้นคิด และถ่ายทอดมาสู่ลูกหลาน บางชนิดกลายเป็นตำนานและความทรงจำ และบางชนิดยังคงมีการเล่นกันอยู่

» สะพานสู่ฟ้าใหม่
สะพานข้ามน้ำเป็นสัญลักษณ์การข้ามอุปสรรคขวางกั้นไปสู่จุดหมาย และการเชื่อมโยงสิ่งตรงข้ามมา เพื่อสร้างเอกภาพอันกลมกลืนมั่นคง

» ทิวธงมงคลชัย
สิ่งสะท้อนความคิด และสืบทอดคติความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ของชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากยุคสมัยหนึ่งสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง ดุจตัวแทนที่น้อมนำสู่มงคลแห่งชีวิต

» พระราชลัญจกรประจำรัชกาล
ตราประจำพระมหากษัตริย์ แต่ละรัชกาล ซึ่งจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเริ่มต้นรัชกาล เพื่อประทับกำกับพระปรมาภิไธย ในเอกสารสำคัญต่างๆของชาติ ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน

» สามล้อไทย
วิถีหนึ่งของสายทาง ซึ่งแม้เวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป หากสายทางของสามล้อยังคงผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

» กีฬาสัตว์
ด้วยนิสัยช่างสังเกตของคนไทย จึงเป็นที่มาของกีฬาซึ่งใช้สัตว์เป็นผู้แข่งขัน จนกลายเป็นกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ยามว่างนับแต่อดีต

» ตาลปัตร พัดรอง
พัดที่ทำจากใบตาลมีหลายรูปแบบ สำหรับใช้โบกให้ความเย็น และใช้เป็นการบ่งบอกถึงฐานะ บรรดาศักดิ์ของผู้ใช้

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-