สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

เศรษฐศาสตร์เพื่อชุมชน

แนวคิดและทฤษฎี

ระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปมาก จากระบบเศรษฐกิจที่มีภาคเกษตรเป็นภาคนำทั้งการผลิต รายได้ และการจ้างงาน มาสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมการค้า และการบริการ แม้ว่าประชากรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 51 ยังคงทำงานอยู่ในภาคเกษตร แต่รายได้ภาคเกษตรพื้นฐาน ปัจจุบันนี้เหลือเพียงประมาณร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเท่านั้น

ความแตกต่างทางรายได้ ความร่ำรวยของคนกลุ่มน้อยและความยากจนของคนกลุ่มใหญ่ เกิดช่องว่างทางรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนออกไปทุกที

นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มต้นเป็นการพัฒนาที่ไม่สมดุล เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมและละเลยภาคเกษตรกรรม จึงทำให้ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลผลิตภาคเกษตรกรรมมีสัดส่วนลดลงตามลำดับ

แนวคิดการพัฒนาไม่สมดุลโดยการเน้นอุตสาหกรรม ก็คือ การสะสมอุตสาหกรรมโดยการดูดซับมูลค่าส่วนเกินจากภาคเกษตรใน 2 ลักษณะ

  • ลักษณะแรก คือ การแลกเปลี่ยนไม่เสมอภาค คือ การซื้อสินค้าเกษตรราคาถูกจากภาคชนบท แล้วขายสินค้าอุตสาหกรรมราคาแพง ผลผลิตส่วนเกินที่ภาคเกษตรผลิตได้ก็จะถูกยักย้ายจากภาคเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรมผ่านกลไกตลาด ที่ภาคอุตสาหกรรมมีอำนาจในตลาดมากกว่า จึงทำให้การแลกเปลี่ยนไม่เสมอภาค โดยภาคเกษตรได้มูลค่าต่ำ แต่ภาคอุตสาหกรรมได้มูลค่าสูง
  • ลักษณะที่สอง แรงงานจากภาคเกษตรจะเคลื่อนย้ายสู่ภาคอุตสาหกรรม อันเนื่องจากรายได้เกษตรไม่พอเพียงเลี้ยงชีพ จึงต้องอพยพสู่ภาคอุตสาหกรรม ทำให้เกิดภาวะแรงงานล้นเกินในภาคอุตสาหกรรม กลายเป็นกองทัพแรงงานสำรอง ค่าจ้างแรงงานจึงถูก เปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรม “ขูดรีด” แรงงานหรือดูดซับเอามูลค่าส่วนเกิน (หรือมูลค่าที่เกินจากค่าจ้าง) จากแรงงานได้มาก ทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีต้นทุนต่ำ กำไรสูง

การพัฒนาไม่สมดุลเป็นปฐมฐานของความแตกต่างทางรายได้ ดังกล่าวแล้ว หากพิจารณาในเนื้อหาของการพัฒนาอุตสาหกรรม ก็พบว่า รัฐบาลสนับสนุน และให้สิทธิพิเศษมากมาย แต่การส่งออกต้องแข่งขันในตลาดโลก การแข่งขันมีเพียง 2 ด้าน คือ

  • ด้านคุณภาพของสินค้า
  • ด้านราคา

ในเรื่องคุณภาพของสินค้า ต้องพึ่งเทคโนโลยีและคุณภาพของวัตถุดิบ ซึ่งทั้งเทคโนโลยี วัตถุดิบ และเครื่องจักร ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงยากที่จะให้เหนือกว่าประเทศเจ้าของเทคโนโลยีได้ ดังนั้น จึงต้องหันมาแข่งขันด้านราคา คือ ขายราคาถูก และการทำให้ราคาถูกเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ คือ ค่าแรงถูก เพราะด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี สินค้าทุน ต้องนำเข้า ไม่สามารถลดราคาได้ จึงมีแต่ค่าแรงเท่านั้นที่กดราคาได้

ดังนั้น ในความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ต้องการให้แรงงานจากชนบทเคลื่อนย้ายเข้าเมือง เพื่อให้เกิด “reserve army” เป็นความต้องการที่สวนกกระแสกับนักสังคมวิทยา ที่ไม่ต้องการให้คนจนเข้ามาแออัดในกรุงเทพฯ อุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ ต้องการให้แรงงานจากชนบทต่างอพยพเข้ามา การเติบโตของชนบท การเพิ่มรายได้ของชนบท ซึ่งจะทำให้คนชนบทอพยพเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมลดลง เป็นสิ่งที่ขัดกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ยุทธศาสตร์แอบแฝง ของการพัฒนาอุตสาหกรรม จึงเป็นการยับยั้งการเติบโตของชนบท เพื่อกดดันให้แรงงานทิ้งถิ่นฐานอพยพเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม

จากกยุทธศาสตร์ดังกล่าว ภาคเกษตรหรือภาคชนบทจึงกลายเป็นเพียงแหล่งผลิต “มูลค่าส่วนเกิน” (หรือผลิตสินค้าที่ใช้แรงงานมากแต่ได้ค่าตอบแทนน้อย) ให้ภาคอุตสาหกรรมขูดรีด และคงอยู่เพื่อความเติบโตของภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น ช่องว่างทางรายได้ระหว่างคนทำงานในภาคอุตสาหกรรมกับคนทำงานในภาคเกษตรจึงห่างกันมาก

การแก้ไขปัญหาดังกล่าว จำต้องมีการปรับเปลี่ยนในสามระดับแห่งปัญหา คือ

  1. ในระดับนโยบายการพัฒนา จะต้องเปลี่ยนจากการพัฒนาแบบไม่สมดุล สู่การพัฒนาแบบสมดุล
  2. ในระดับความสัมพันธ์ทางการแลกเปลี่ยนจะต้องมีการแก้ไขการแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรม จะต้องให้เกษตรกรหรือคนชนบทมีการรวมกลุ่ม มีการจัดการกับผลผลิตและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ มีอำนาจต่อรองเพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ ในระดับนี้ การดำเนินงานทางการผลิตและการขายที่จัดตั้งขึ้นมาในรูปของธุรกิจชุมชน จะเป็นเครื่องมือต่อรองที่ดี เพราะตราบใดก็ตามที่สังคมต้องอยู่ในระบบตลาด อยู่ในระบบการแลกเปลี่ยน “ชุมชน” ก็จำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจกลไกของมัน และใช้การแลกเปลี่ยนให้เกิดประโยชน์กับชุมชนให้มากที่สุด จึงจะสามารถป้องกันการแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรมได้
  3. ในระดับส่วนบุคคล ที่คนชนบทต้องอพยพไปขายแรงงานและถูกเอาเปรียบ การทำให้สามารถดำรงอยู่ในชนบทอย่างพอมีพอกิน ไม่เดือดร้อน ย่อมสามารถหลีกเลี่ยงสภาพการถูกเอาเปรียบจากภาวการณ์เป็นลูกจ้างในภาคอุตสาหกรรมได้ ธุรกิจชุมชนเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้คนชนบทมีโอกาสเพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองโดยไม่ต้องอพยพไปเป็นกรรมการในเมือง หรือแม้แต่การเป็นผู้ขายแรงงานให้แก่ธุรกิจชุมชนในหมู่บ้าน ก็น่าจะมีชีวิตที่ดีกว่า

ความผิดพลาดของแนวทางพัฒนา ได้ปรากฏผลเลวร้ายที่ยากแก่การแก้ไข คือ

  1. โครงสร้างอุตสาหกรรมไทย
  2. ภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่

ยุทธศาสตร์หนึ่งครัวเรือนสองวิถีการผลิต
แนวทางการปฏิบัติ
หลักคิดและการพัฒนา
ธุรกิจชุมชน-วิสาหกิจชุมชม
วิสัยทัศน์ในการสร้างกกระบวนทัศน์ใหม่
แนวคิดและทฤษฎี
แนวคิดเรื่องธุรกิจชุมชนในต่างประเทศ
ธุรกิจชุมชนในประเทศด้อยพัฒนา
การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชน
ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชนต่าง ๆ
รูปแบบที่เหมาะสมของธุรกิจชุมชน
แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน
แนวคิดพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ
พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» "บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม
"บ้าน" คือการบอกเล่าความเป็นมา คือการบอกล่าวถึงพัฒนาการในการดำรงชีพของมนุษย์ "บ้าน" ที่อยู่อาศัยหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์ และบ่งบอกถึงความั่นคง

» ภูมิปัญญากีฬาไทย
กีฬาไทยที่บรรพชนไทยค้นคิด และถ่ายทอดมาสู่ลูกหลาน บางชนิดกลายเป็นตำนานและความทรงจำ และบางชนิดยังคงมีการเล่นกันอยู่

» สะพานสู่ฟ้าใหม่
สะพานข้ามน้ำเป็นสัญลักษณ์การข้ามอุปสรรคขวางกั้นไปสู่จุดหมาย และการเชื่อมโยงสิ่งตรงข้ามมา เพื่อสร้างเอกภาพอันกลมกลืนมั่นคง

» ทิวธงมงคลชัย
สิ่งสะท้อนความคิด และสืบทอดคติความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ของชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากยุคสมัยหนึ่งสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง ดุจตัวแทนที่น้อมนำสู่มงคลแห่งชีวิต

» พระราชลัญจกรประจำรัชกาล
ตราประจำพระมหากษัตริย์ แต่ละรัชกาล ซึ่งจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเริ่มต้นรัชกาล เพื่อประทับกำกับพระปรมาภิไธย ในเอกสารสำคัญต่างๆของชาติ ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน

» สามล้อไทย
วิถีหนึ่งของสายทาง ซึ่งแม้เวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป หากสายทางของสามล้อยังคงผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

» กีฬาสัตว์
ด้วยนิสัยช่างสังเกตของคนไทย จึงเป็นที่มาของกีฬาซึ่งใช้สัตว์เป็นผู้แข่งขัน จนกลายเป็นกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ยามว่างนับแต่อดีต

» ตาลปัตร พัดรอง
พัดที่ทำจากใบตาลมีหลายรูปแบบ สำหรับใช้โบกให้ความเย็น และใช้เป็นการบ่งบอกถึงฐานะ บรรดาศักดิ์ของผู้ใช้

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-