Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

เศรษฐศาสตร์เพื่อชุมชน

แนวคิดเรื่องธุรกิจชุมชนในต่างประเทศ

ธุรกิจชุมชนมีรากเหง้ามาจากไหนเป็นแนวคิดที่ก่อกำเนิดขึ้นมาภายในประเทศไทย เริ่มขึ้นเมื่อไร

แนวคิดและรูปแบบชุมชนสังคมนิยมของพวก Socialist Associationist (นักสังคมนิยมแนวสมาคมหรือนักสังคมนิยมแนวสหกรณ์) แบบโอเวน คลี่คลายมาสู่ชุมชนสังคมนิยมที่กรรมสิทธิ์เป็นของปัจเจกบุคคล และอาศัยกลไกตลาดแบบฟูริเอร์ มาสู่โรงงานชุมชน โรงงานภายใต้ระบบทุนนิยมแบบ หลุยล์ บลังก์ จนกระทั่งพัฒนามาสู่ขบวนการสหกรณ์สมัยใหม่ในที่สุด ซึ่งจะได้กล่าวถึงในแต่ละรูปแบบพอเป็นสังเขปต่อไปนี้

ชุมชนสหกรณ์สังคมนิยมของโรเบิร์ต โอเวน

โรเบิร์ต โอเวน เป็นนักมนุษยนิยมและสังคมนิยม เขาไม่อยากเห็นกรรมกร แรงงานเด็ก และแรงงานหญิงถูกเอาเปรียบ ไม่อยากเห็นผู้ด้อยโอกาสในสังคมถูกกดขี่ เขาจึงพยายามมองหาช่องทางที่จะสร้างระบบการผลิตที่ปราศจากการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน

สหกรณ์ชุมชนโรงงานของโอเวนมีหลักปรัชญาในการดำเนินงาน 2 ประการใหญ่ๆ คือ

  1. สภาพการทำงานของลูกจ้างจะต้องดีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกจ้าง
  2. จะต้องไม่มีการขูดรีดแรงงาน

ในแนวคิดและปรัชญาของ อาดัม สมิธ เขาเห็นว่า มูลค่าของผลผลิตคิดได้จากปริมาณแรงงานที่ใช้ไปในการผลิตนั้น ๆ ปริมาณแรงงานวันได้จากจำนวนเวลาทำงาน เช่น ถ้าผลิตเสื้อ 1 ตัว ใช้เวลาทำงาน 1 วัน ก็หมายความว่า เสื้อตัวนั้นมีมูลค่าจริง (แท้จริง) 1 วันทำงาน ดังนั้น หากการผลิตกางเกง 1 ตัว ใช้เวลา 2 วัน ก็หมายความว่า กางเกง 1 ตัว แลกเสื้อได้ 2 ตัว เป็นต้น

โอเวนได้นำแนวคิดนี้มาทำคูปองแรงงาน หรือ “บัตรแรงงาน” ใครทำงานแผนกไหน ผลิตส่วนไหน ใช้เวลากี่ชั่วโมง “บัตรแรงงาน” ก็จะระบุไว้ เช่น ทำงานแผนกปั่นด้าน วันละ 8 ชั่วโมง เดือนละ 26 วัน ก็ได้บัตรแรงงาน 208 ชั่วโมง

ด้วยวิธีการนี้ โอเวนเห็นว่า สังคมไม่ต้องการใช้เงินตรา ไม่ต้องหาโลหะใด ๆ มาเป็นสื่อกลาง ทุกคนก็ไม่ต้องถูกขูดรีด และไม่มีใครได้กำไร ทุกคนได้ประโยชน์เสมอกัน กล่าวได้ว่า แนวคิดของโอเวนเป็นแนวคิดสังคมนิยมล้วน ๆ แต่เป็นสังคมนิยมระดับชุมชนโรงงาน แต่โอเวนต้องพบกับความเสียใจและความล้มเหลว เพราะเป็นนักอุดมคติ มองเห็นแต่ด้านดีของมนุษย์ ถ้าเขาได้เข้าใจปรัชญาของพุทธที่ว่า นัตถิ ตัณหา สมานที ไม่มีแม่น้ำใด ๆ ที่จะกว้างหลากล้นเท่ากับความโลภของมนุษย์ กล่าวได้อีกนัยหนึ่ง ความโลภของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด ความโลภของมนุษย์แฝงฝังอยู่ในทุกผู้คน ไม่เลือกชนชั้น และวรรณะ

ในทัศนะคติเชิงพุทธปรัชญา ความโลภของมนุษย์นั่นเองที่ทำให้ลัทธิโอเวนพังทลาย เพราะเริ่มจากสมาชิกบางส่วนพบว่า “การโกง” ชั่งโมงทำงานทำให้พวกเขามีทรัพย์สินได้มากขึ้น

บทเรียนจากประวัติศาสตร์ทำให้เราต้องรำลึกอยู่เสมอว่า “โลภจริต” เป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุก ๆ คน การผลิตและการจัดการธุรกิจ “เพื่อส่วนรวม” มิอาจจะเลยความจริงข้อนี้ได้ “สมาชิกชุมชน” ย่อมมีทั้งด้านสว่าง คือ เจตนาที่จะร่วมมือกันเพื่อสร้างสรรค์ผลผลิตและผลได้ และมีด้านลบ คือ “โลภจริต” การผลักดันด้านสว่าง และควบคุมด้านลบ คือ ยุทธศาสตร์ของธุรกิจชุมชนหรือธุรกิจที่ถือปัจจัยการผลิตร่วมกัน ส่วนการผลักดันด้านสว่างอย่างไร และควบคุมด้านลบอย่างไร ย่อมเป็นวิธีการหรือยุทธวิธีที่ต้องคิดค้น ความปรารถนาดี ความตั้งใจดี และความมีมนุษย์นิยมเต็มเปี่ยม ไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจชุมชนเติบโตและยั่งยืนได้ ดังที่โอเวน นักมนุษย์นิยม ผู้มีอุดมคติเต็มเปี่ยมสละได้แม้แต่ทรัพย์สินส่วนตัวของตนเองเพื่อคนอื่น แต่แล้วโครงการของเขาก็ล้มเหลว ล้มละลาย ด้วย “โลภจริต” ของกลุ่มคนที่เขาต้องการจะช่วย

ฟูริเอ กับ ฟาลังสแตร์

เป็นนักวิจารณ์สังคมและเป็นนักสังคมนิยมอุดมคติ (Utopian Socialist) เขาได้เสนอแนวคิดที่จะทำให้มนุษยชาติหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก และการเหยียดหยามทางชยชั้น ฟูริเอเห็นว่า การที่จะทำให้มนุษย์ได้รับความสุขต้องทำให้มนุษย์มีโอกาสปลดปล่อยความรู้สึก และได้สนองตอบต่อความรู้สึกและความต้องกาของตนเอง และเพื่อให้เกิดผลที่เป็นจริง เขาจึงได้เสนอรูปแบบชุมชนแห่งความสุข และความสมานฉันท์ของมนุษย์ เรียกว่า “ฟาลังสแตร์ (Phalansteris)”

ฟูริเอเห็นว่า การนำเอาคนทุกชนชั้นมาอยู่รวมกันในฟาลังสแตร์จะเป็นเงื่อนไขให้คนแต่ละประเภทมีความเข้าใจกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และเห็นอกเห็นใจกัน ก่อให้เกิดความสุขและสันติของมนุษย์ จึงเห็นได้ชัดเจนว่าหลักการทางเศรษฐกิจของฟังลังสแตร์ คือ การผลิตพอเพียงเลี้ยงต้นเอง การค้าขายแลกเปลี่ยนเน้นการค้าระหว่างฟาลังสแตร์ด้วยกัน ฟาลังสแตร์จึงมีลักษณะเป็น Self Sufficient Community ฟังดูแล้วอาจคล้าย ๆ กับชุมชนในอุดมคติที่นักชุมชนนิยมในบ้านเราปรารถนา

ความคิดของฟูริเอเน้นมาที่ชุมชนเกษตรกรรม ลักษณะชุมชนตามแนวคิดของฟูริเอไม่ใช่ชุมชนสังคมนิยมที่เลิกกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่เป็นชุมชนที่ทุกคนยังมีกรรมสิทธิ์ของปัจเจกบุคคล ยังมีการค้าขายแลกเปลี่ยนภายใต้กลไกตลาด แต่เน้นการค้าขายระหว่างกันของฟาลังสแตร์ คล้าย ๆ กับที่ขบวนการธุรกิจชุมชนในไทยที่พยายามเน้นการค้าขายระหว่างกันของธุรกิจชุมชนต่าง ๆ ฟาลังสแตร์จึงเป็นรูปแบบธุรกิจที่ผสมผสานแนวคิดสังคมนิยมกับเศรษฐกิจตลาดมากขึ้น ระบบการจัดสรรค่าตอบแทนก็เป็นไปตามกลไกทุนนิยม คือ ผู้ลงทุนมาก (มีหุ้นมาก) ก็ได้รับค่าตอบแทนมาก ไม่ได้จัดสรรตามหลักสังคมนิยม ที่ว่า ขั้นต้นจะต้องจัดสรรให้แต่ละคนตามความจำเป็น (To Each According to One’s Needs)

หลุยส์ บลังก์

หลุยส์ บลังก์ (Louis Blanc) นักคิดนักเขียนที่ได้ดัดแปลงเอาความคิดของโอเวนและฟูริเอไปใช้ และเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักด้วยวิธีการนำเสนอง่าย ๆ เป็นที่เข้าใจของคนทั่วไป

หลุยส์ บลังก์ เห็นว่า การแข่งขันในระบบทุนนิยมเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้กรรมกรทุกข์ยาก เพราะการแข่งขันนำไปสู่ความพยายามลดต้นทุน การลดต้นทุนนำไปสู้การกดขี่แรงงาน ทำให้เกิดความทุกข์ยากและปัญหาสังคมอื่น ๆ

ธุรกิจโรงงานชุมชนของหลุยส์ บลังก์ ดำเนินภายใต้กลไกตลาด มีขาดทุน มีกำไร เขาจึงเสนอว่าเมื่อมีกำไรให้มีการแบ่งกำไรเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งให้จัดเป็นโบนัสของคนงาน ส่วนที่สองให้จัดไว้เป็นสวัสดิการแรงงานและสำรองฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือแรงงาน และส่วนที่สามนำไปใช้ในการลงทุนเพิ่ม

อาจกล่าวได้ว่า แนวคิดของหลุยส์ บลังก์ ได้พัฒนาแนวคิดของกลุ่มสมาคมสังคมนิยมมาสู่โรงงานชุมน หรือธุรกิจชุมชน ภายใต้ระบบเศรษฐกิจตลาดที่มีขาดทุนมีกำไร คล้าย ๆ กับธุรกิจชุมชนในยุคปัจจุบัน



ขบวนการสหกรณ์

จุดกำเนิดของแนวคิด “ธุรกิจชุมชน” ในต่างประเทศ ซึ่งต่อ ๆ มาได้พัฒนามาเป็นขบวนการสหกรณ์สมัยใหม่ในระบบเศรษฐกิจตลาด การแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากระบบสหกรณ์สังคมนิยมมาเป็นสหกรณ์ในระบบทุนนิยม คือ มีกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ดำเนินงานภาใต้กลไกตลาด หลักการและรูปแบบของสหกรณ์ทุนนิยมแนว Rochdate ได้แพร่หลายกระจายไปทั่วโลกในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน สหกรณ์ต่าง ๆ ก็ยังคงยึดถือหลักการส่วนใหญ่ Rochdate นั่นคือ

อาจกล่าวได้ว่า ในอดีตที่ผ่านมา “สหกรณ์” เป็นรูปแบบของธุรกิจชุมชนที่แพร่หลายที่สุด และดูเหมือนว่าสหกรณ์ที่มีจำนวนมากที่สุดในโลกนี้ คงจะเป็นสหกรณ์ร้านค้า หรือร้านสหกรณ์ตามรูปแบบของ Rochdate Society of Equitable Pioneers เหตุที่มีมากคงเป็นเพราะใช้เงินลงทุนน้อย เงินหมุนเวียนได้เร็ว ทุนจม (Sunk Cost) ต่ำ การบริหารและจัดการไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ดี สหกรณ์ที่เข้มแข็งและเติบใหญ่ก็มักจะเป็นสหกรณ์ที่ครอบคลุมการผลิตด้วย เช่น สหกรณ์ชาวไร่อ้อยในออสเตรเลีย สหกรณ์การผลิตนมในเดนมาร์ก เป็นต้น กิจกรรมการออมทรัพย์ เพื่อจะได้นำเงินออมไปใช้ทำการผลิตหรือการค้า กิจกรรมการผลิตเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าของผลผลิตและขยายการจ้างแรงงาน และกิจกรรมทางการค้า เพื่อจำหน่ายผลผลิตที่ผลิตได้ออกสู่ตลาด และนำผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มาจำหน่ายให้แก่สมาชิกในราคายุติธรรม และเป็นที่น่าสังเกตว่าในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีใครคิดว่าขบวนการสหกรณ์นั้น เป็นขบวนการสังคมนิยม และเห็นว่ามันเป็นเพียงองค์กรเศรษฐกิจที่มีกรมสิทธิ์ร่วม และมีความเสมอภาคในการออกเสียง ภายใต้กลไกทุนนิยม ขบวนการสหกรณ์ที่มีกิจกรรมครบวงจรและมีลักษณะเป็นธุรกิจชุมชนมากที่สุดในต่างประเทศ คือ ขบวนการสหกรณ์มอมดรากอน (Mondragon) ในประเทศสเปน ซึ่งจะได้กล่าวในรายละเอียดต่อไปนี้

ธุรกิจชุมชนในต่างประเทศที่น่าศึกษา

มอนดรากอน : กรณีที่น่าสนใจในประเทศสเปน
มอนดารกอนเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่กลางดงภูเขาในแคว้นบาสก์ ประเทศสเปน ด้านที่ติดต่อกับประเทศฝรั่งเศส ประชาชนในแค้วนบาสก์แม้จะตั้งอยู่ในประเทศสเปน แต่มีความเป็นฝรั่งเศสในแง่ของภาษาและวัฒนธรรมมากกว่าความเป็นสเปน การที่ต่างภาษาและต่างวัฒนธรรมกับชาวสเปน ทำให้แค้วนบาสก์ต้องการแยกตัวออกมาเป็นแค้วนอิสระไม่ขึ้นกับสเปน นี่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ชาวบาสก์ต้องการมีอะไรๆเป็นของตัวเอง โดยไม่อยากพึ่งพารัฐบาลกลาง การเกิดองค์กรเศรษฐกิจของชุมชนเป็นรูปธรรมที่สนองตอบต่อความต้องการนี้

นโยบายของพรรคชาตินิยมบาสก์ได้ก่อรูปเศรษฐกิจของประชาชน หรือธุรกิจชุมชนในแคว้นบาสก์และได้หยั่งรากฝังลึกมาจนถึงปัจจุบัน คือ

  1. ให้จัดตั้งสหกรณ์ผู้บริโภคขึ้นในทุกเมืองที่มีองค์กรแรงงานของชาวบาสก์
  2. ให้จัดตั้งชุมชนสหกรณ์ ผู้บริโภคในทุกภูมิภาคของแคว้นบาสก์ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าและเพื่อลดต้นทุนด้วยการซื้อคราวละมาก ๆ แล้วกระจายไปยังสหกรณ์ต่าง ๆ
  3. ให้จัดตั้งสหกรณ์สินเชื่อ เพื่อทำหน้าที่จัดหาสินเชื่อให้แก่ชุมชนสหกรณ์ต่าง ๆ
  4. ให้จัดตั้งธนาคารออมสิน หรือกลุ่มออมทรัพย์ในสหกรณ์สินเชื่อ เพื่อรวบรวมเงินออมให้แก่สหกรณ์สินเชื่อ
  5. ให้จัดตั้งสหกรณ์การผลิต ทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและกากรประมง แล้วให้สหกรณ์เหล่านี้เชื่อมต่อโดยตรงกับชุมชนสหกรณ์การบริโภค เพื่อให้มีการเคลื่อนย้ายผลผลิตจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง

ความสำเร็จของธุรกิจชุมชนของมอนดรากอนที่พัฒนามาสู่บรรษัทสหกรณ์มอนดรากอน มีปัจจัยหลัก ๆ อยู่ 3 ประการ ดังนี้

ยุทธศาสตร์หนึ่งครัวเรือนสองวิถีการผลิต
แนวทางการปฏิบัติ
หลักคิดและการพัฒนา
ธุรกิจชุมชน-วิสาหกิจชุมชม
วิสัยทัศน์ในการสร้างกกระบวนทัศน์ใหม่
แนวคิดและทฤษฎี
แนวคิดเรื่องธุรกิจชุมชนในต่างประเทศ
ธุรกิจชุมชนในประเทศด้อยพัฒนา
การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชน
ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชนต่าง ๆ
รูปแบบที่เหมาะสมของธุรกิจชุมชน
แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน
แนวคิดพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ
พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com