Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

เศรษฐศาสตร์เพื่อชุมชน

 

ยุทธศาสตร์หนึ่งครัวเรือนสองวิถีการผลิต
แนวทางการปฏิบัติ
หลักคิดและการพัฒนา
ธุรกิจชุมชน-วิสาหกิจชุมชม
วิสัยทัศน์ในการสร้างกกระบวนทัศน์ใหม่
แนวคิดและทฤษฎี
แนวคิดเรื่องธุรกิจชุมชนในต่างประเทศ
ธุรกิจชุมชนในประเทศด้อยพัฒนา
การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชน
ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจชุมชนต่าง ๆ
รูปแบบที่เหมาะสมของธุรกิจชุมชน
แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน

แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในปัจจุบัน

สมณะโพธิรักษ์

(สำนักสันติอโศก)

ท่านโพธิรักษ์ เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 ครั้งแรกเป็นธรรมยุติ แต่เนื่องจากเจ้าอาวาสวัดที่ท่านบวชไม่ยอมให้ท่านจัดประชุมร่วมระหว่างพระ 2 นิกาย ท่านจึงสึกแล้วขอบวชใหม่ในมหานิกาย ต่อมาท่านตั้งสำนักสงฆ์ที่จังหวัดนครปฐม นอกจากท่านจะวิพากษ์วิจารณ์การแบ่งแยกธรรมยุติกับมหานิกาย ท่านยังรื้อฟื้นพระวินัยดั้งเดิมมาใช้ปฏิบัติภายในสำนัก นอกจากนั้นยังฉันมังสวิรัติ ทำให้มหาเถรสมาคมไม่พอใจ ท่านจึงประกาศตนเป็นอิสระต่อมหาเถรสมาคมในปี พ.ศ.2518 ชาวสันติอโศก ซึ่งขณะนั้นเรียกตนเองว่า ชาวแดนอโศก มีทั้งภิกษุและฆราวาส ซึ่งมีอุดมคติในการดำเนินชีวิตแตกต่างจากวิถีแบบทุนนิยมในสังคมไทย งานกสิกรรมจึงได้เริ่มขึ้นที่แดนอโศกในจังหวัดนครปฐม ต่อมาเรียกว่า “ปฐมอโศก” ในพื้นที่ 100 ไร่

แนวความคิดทางเศรษฐศาสตร์ของท่านโพธิรักษ์ เป็นเศรษฐศาสตร์แนวพุทธ แต่เน้นภาคปฏิบัติโดยสร้างกลุ่มเศรษฐกิจทางเลือก ขึ้นมาใช้ในการดำเนินชีวิตภายในกลุ่มของตนเอง ท่านเลือกใช้ระบบเกษตรกรรมธรรมชาติในด้านการผลิต เพื่อหลีกเลี่ยงจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เลือกเสนอการดำเนินชีวิตแบบประหยัดเรียบง่าย เพื่อความสอดคล้องกับหลักธรรมสันโดษ สมถะของชาวพุทธ เลือก เลือกการแพทย์ที่เน้นการพึ่งตนเองด้วยการพยายามใช้สมุนไพรของไทย เลือกระบบการจัดสรรทรัพยากรแบบเน้นการช่วยเหลือแบ่งปัน ที่ท่านเรียกว่า “บุญนิยม” ท่านยังยกย่องการทำงานต่างๆ ทั้งการใช้แรงงานกายและแรงงานสมอง และให้คุณค่าอย่างสูงต่อความเสียสละในหมู่เพื่อนร่วมงาน

สำนักสันติอโศกขยายตัวอย่างช้าๆ ในระยะแรก คือเริ่มจากแดนอโศกที่นครปฐมก่อน แล้วเกิด สันติอโศก ที่กรุงเทพฯ(เขตบึงกุ่ม) จากนั้นเกิด ศีรษะอโศก ศาลีอโศก และสีมาอโศกติดตามมา แต่พัฒนาการของสันติอโศกก็ไม่ราบรื่นนัก เมื่อสมาชิกคนสำคัญของกลุ่มคือพลตรีจำลอง ศรีเมืองเข้าสู่การเมือง จากการเมืองท้องถิ่น สู่ระดับประเทศ และได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะจากชาวกรุงเทพฯมหานคร ท่านโพธิรักษ์จึงถูกกล่าวโทษว่าอวดอุตริมนุษยธรรมจากมหาเถรสมาคม และถูกบังคับให้สึก อย่างไรก็ตาม ท่านโพธิรักษ์ ก็ยัง คงปฏิบัติตนแบบนักบวชอยู่เพียงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้ผิดแผกจากพระสงฆ์ทั่วไป และใช้คำนำหน้าตนและนักบวชร่วมสำนักว่า “สมณะ”

แม้ว่าจะถูกขับไล่จากมหาเถรสมาคม แต่สำนักสันติอโศกยังคงขยายตัวไปตามลำดับ ทั้งด้วยการขยายตนเองจากการทำงานแบบอาสาสมัคร ระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง และโดยกระแสการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอด จนการฟื้นคืนของวงการแพทย์แผนไทย ในที่สุด กลุ่มสันติอโศกจึงขยายตัวไปอย่างกว้างขวาง โดยขยายไปในหมู่คนชั้นกลางและโดยเฉพาะขยายอย่างมากในกลุ่มคนชั้นล่าง ซึ่งมีชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อเข้ามาอยู่กับกลุ่มสันติอโศก และในช่วงหลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมา กลุ่มสันติอโศกก็ขยายไปในระดับทั่วประเทศ โดยมีศูนย์กลาง 5 แห่ง คือ สันติอโศกที่กรุงเทพฯ ปฐมอโศกที่จังหวัดนครปฐม ศีรษะอโศก ที่จังหวัดศรีสะเกษ สาลีอโศกที่จังหวัดนครสวรรค์ และสีมาอโศก ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ละศูนย์ของกลุ่มดำเนินระบบเศรษฐกิจชุมชนครบวงจร โดยจะมีการผลิตทางการเกษตร มีวัด มีโรงเรียน มีโรงงานหัตถกรรม และมีโรงงานอุตสาหกรรมของชุมชน นอกจากนี้ ก็มีกลุ่มอโศกที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ กลุ่มอโศกเหล่านี้จะดำเนินงานเท่าที่ตนเองทำได้เป็นส่วนๆ โดยแต่ละส่วนหรือแต่ละศูนย์กลางมีความเป็นอิสระในการดำเนินงาน แต่มีการเชื่อมโยงกันในทางระบบความคิดและระบบการจัดการแบบเครือข่าย

กล่าวโดยสรุป ระบบบุญนิยมของท่านโพธิรักษ์ ใช้ความคิดแบบพุทธเป็นแกนกลางในการจัดรูปแบบทางเศรษฐกิจ โดยเสนอว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ควรเป็นแบบเติบโตอย่างไม่รู้จบตามที่ทุนนิยมเสนอ แต่ควรเติบโตพอประมาณบนพื้นฐานทางศาสนา วัตถุประสงค์ในการสร้างระบบเศรษฐกิจไม่ได้มีเป้าหมายที่ความร่ำรวยทางวัตถุ แต่มีเป้าหมายที่ความร่ำรวยทางจิตวิญญาณ เป็นอิสระจากกิเลส เน้นให้หลุดจากความปรารถนาในลาภ ยศ ชื่อเสียง และความเริงสำราญในโลกีย์ ในด้านกระบวนวิธีการบริหารระบบ ท่านไม่เห็นด้วยกับความคิดแบบทุนนิยมที่เน้นกลไกการแข่งขัน ซึ่งทำให้เกิดการเบียดเบียนกัน เกิดการเอารัดเอาเปรียบกัน ท่านเสนอให้บริหารระบบด้วยการช่วยกันทำงาน แข่งกันเสียสละ โดยให้แต่ละคนพอใจกับการดำรงอยู่อย่างเรียบง่าย สมถะ มีความสุขจากการแบ่งปันและความเอื้อเฟื้อต่อกัน ท่านเน้นให้ทำงานให้มาก เอาเข้าตัวให้น้อย ทำด้วยมือให้มาก มีส่วนร่วมกันให้มาก และปกป้องระบบนิเวศน์



พุทธทาสภิกขุ
สมณะโพธิรักษ์
ศ.นพ.ประเวศ วะสี
อี.เอฟ.ชูมาเกอร์
พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต)
นักคิดกลุ่มสภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา
ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
ศ.ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา
ศ.เสน่ห์ จามริก
ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน
อ.พิทยา ว่องกุล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

 
แนวคิดพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ
พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com