ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>
ชีวิตมนุษย์มีต้นกำเนิดในองค์พระผู้เป็นเจ้า ทุกชีวิตมนุษย์จึงมาจากพระเจ้าและเป็นของพระเจ้า ทุกชีวิตมนุษย์เป็นของขวัญล้ำค่าที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่โลก
บทนำ
บทที่ 1
บทที่ 2
บทที่ 3
บทที่ 4
บทส่งท้าย
78 79
80 81 82
83 84 85
86 87 88
89 90
91 92 93
94 95 96
97 98 99
100 101
101. เราเขียนเรื่องนี้ถึงท่าน เพื่อความปิติยินดีของเราจะได้สมบูรณ์ (1 ยน
1:4)
การเผยแสดงของพระวรสารแห่งชีวิตถูกมอบแก่เราเป็นความดีที่เราจะต้องแบ่งปันกับมนุษย์ทั้งหลาย
เพื่อว่ามนุษย์ชาย-หญิงทุกคนจะได้สนิทสัมพันธ์กับเราและกับ องค์พระตรีเอกภาพ (เทียบ
1 ยน 1:3) ความปิติยินดีของเราจะ
เต็มเปี่ยมไม่ได้หากเรามิได้แบ่งปันพระวรสารนี้กับคนอื่น แต่เก็บ
ไว้กับตัวเองเท่านั้น
พระวรสารแห่งชีวิตมิใช่เพื่อผู้มีความเชื่อเพียงพวกเดียวเท่านั้น
แต่เพื่อมนุษย์ทุกคน หัวข้อสำคัญเรื่องชีวิต
เรื่องการปกป้องและส่งเสริมชีวิตนั้นมิใช่เกี่ยวข้องเฉพาะคริสตชนเท่านั้น
ถึงแม้ว่าความเชื่อจะช่วยให้มีแสงสว่างพิเศษและพลังก็ตามคำถามนี้เกิดขึ้นมาในมโนธรรมของมนุษย์ทุกคนที่แสวงหาความจริง
และมโนธรรมที่ให้ความสนใจต่ออนาคตของมนุษยชาติ
แน่นอนชีวิตมีคุณค่าศักดิ์สิทธิ์ด้านศาสนา
แต่คุณค่านั้นก็เกี่ยวข้องมิใช่เฉพาะกับผู้มีความเชื่อเท่านั้น
คุณค่าสำคัญนี้มนุษย์ทุกคนสามารถรับรู้ได้ด้วยแสงสว่างแห่งเหตุผล
ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ทุกคน ผลที่ตามมาก็คือ
ทุกสิ่งที่เราทำในฐานะเป็น ประชากรแห่งชีวิต และประชากรเพื่อชีวิต
ก็ควรจะให้ความหมายอย่างถูกต้อง และได้รับการต้อนรับด้วยใจชื่นชม
เมื่อพระศาสนจักรประกาศว่า
การให้ความเคารพอย่างไม่มีเงื่อนไขต่อสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ของบุคคลมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ทุกคน
นับจากแรกปฏิสนธิจนถึงการตายตามธรรมชาติ
ถือเป็นเสาหลักค้ำจุนสำคัญที่ทุกสังคมมนุษย์ยึดเหนี่ยวอยู่พระศาสนจักร
เพียงต้องการส่งเสริมให้มีรัฐที่เป็นแบบมนุษย์ (a human state)
เป็นรัฐที่รับรู้ถึงการปกป้องสิทธิพื้นฐานของบุคคลมนุษย์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิของผู้อ่อนแอ ที่สุดนั้น ว่าเป็นหน้าที่หลักประการแรกของตน
พระวรสารแห่งชีวิตมีอยู่เพื่อสังคมมนุษย์โดยรวมด้วย
การเป็นผู้ทำงานอย่างแข็งขัน เพื่อชีวิต
คือการมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูสังคมขึ้นใหม่โดยทางการส่งเสริมความดีส่วนรวม
เป็นไปได้ที่จะสนับสนุนความดีส่วนรวมนี้โดยไม่ยอมรับรู้และปกป้องสิทธิของการมีชีวิต
ซึ่งสิทธิอื่นๆ อันมิอาจแยกได้ของบุคคลมนุษย์ก็มีรากฐานอยู่บนสิทธินี้
และพัฒนาตัวจากสิทธินี้ด้วย สังคม ขาดรากฐานที่มั่นคง
เมื่อทางด้านหนึ่งสังคมยืนยันถึงคุณค่าต่างๆ อาทิเช่น
ศักดิ์ศรีของบุคคลมนุษย์ความยุติธรรมและสันติภาพ
ส่วนอีกด้านหนึ่งสังคมกลับกระทำการขัดแย้งโดยสิ้นเชิง
โดยยอมให้หรือยอมทนให้เกิดวิถีทางหลากหลายที่ชีวิตมนุษย์ถูกลดคุณค่า
หรือถูกล่วงละเมิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ซึ่งชีวิตมนุษย์นั้นอ่อนแอ
หรือหมดเรี่ยวแรง
การให้ความเคารพต่อชีวิตเท่านั้นสามารถเป็นรากฐานและเป็นประกันให้กับความดีงามล้ำค่าสำคัญๆ
ของสังคม มนุษย์ได้ อาทิ เช่น ประชาธิปไตยและสันติสุข เป็นต้น
ไม่อาจมีประชาธิปไตยแท้ได้ หากไม่มีการยอมรับรู้ถึง
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน และหากขาดการเคารพ
ให้เกียรติต่อสิทธิของมนุษย์ทุกคน
อีกทั้งไม่อาจมีสันติสุขแท้ได้ หากชีวิตมนุษย์มิได้รับ
การปกป้องและส่งเสริม ดังที่สมเด็จพระสันตะป9าปา เปาโล ที่ 6 ทรงชี้แจงไว้ว่า
อาชญากรรมทุกอย่างที่กระทำผิดต่อชีวิตมนุษย์ นั้นเป็นการทำลายสันติสุขนั่นเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ถ้ามันเป็นการทำผิดละเมิดความประพฤติทางศีลธรรมของผู้คนทั้งหลาย...
แต่ในที่ซึ่งประกาศยึดถือสิทธิความเป็นมนุษย์ และสาธารณชน
ก็พากันยอมรับและปกป้องสิทธินี้ สันติสุขย่อมก่อให้เกิด บรรยากาศอันน่าชื่นชม
และก่อให้เกิดผลดีแก่ชีวิตในสังคม
ประชากรแห่งชีวิต
รู้สึกยินดียิ่งนักที่สามารถร่วมแบ่งปันการประกอบภารกิจนี้กับคนอื่นๆ มากมาย
จึงขอให้ ประชากรเพื่อชีวิต มีจำนวนทวีมากขึ้น และขอให้วัฒนธรรมใหม่แห่ง
ความรักและความสมานฉันท์เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนี้พัฒนาก้าว หน้ายิ่งขึ้น
เพื่อความดีงามของสังคมมนุษย์โดยรวมด้วย


