ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>
ชีวิตมนุษย์มีต้นกำเนิดในองค์พระผู้เป็นเจ้า ทุกชีวิตมนุษย์จึงมาจากพระเจ้าและเป็นของพระเจ้า ทุกชีวิตมนุษย์เป็นของขวัญล้ำค่าที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่โลก
บทนำ
บทที่ 1
บทที่ 2
บทที่ 3
บทที่ 4
บทส่งท้าย
78 79
80 81 82
83 84 85
86 87 88
89 90
91 92 93
94 95 96
97 98 99
100 101
95.
จงดำเนินชีวิตเช่นบุตรแห่งความสว่าง...จงพยายามเรียนรู้สิ่งที่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า
จงอย่าเกี่ยวข้องกับกิจการ แห่งความมืด ซึ่งไร้ผล (อฟ 5:8,10-11)
ในบริบททางสังคมใน ปัจจุบัน ที่เห็นได้เด่นชัดจากการต่อสู้ดิ้นรนกันรุนแรงระหว่าง
วัฒนธรรมแห่งชีวิต กับ วัฒนธรรมแห่งความตาย
ก็มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาจิตสำนึกลึกซึ้งแบบมีวิจารณญาณ (deep critical sense)
ที่สามารถวินิจฉัยแยกแยะคุณค่าแท้ต่างๆ และ ความต้องการอันแท้จริงเหล่านั้น
สิ่งที่ได้รับการเรียกร้องเร่งด่วนก็คือให้มีการรวมพลังมโนธรรมทั้งหลายทั่วไปและให้มีความพยายามด้านจริยธรรมที่เป็นหนึ่งเดียว
เพื่อช่วยกันรณรงค์ครั้งใหม่ให้มีการสนับสนุนชีวิตเราทั้งหมดต้องร่วมกันสร้างวัฒนธรรมใหม่แห่งชีวิตขึ้นมากล่าวคือ
ที่ว่าใหม่ ก็เพราะเป็นวัฒนธรรมที่จะสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ
และแก้ปัญหาเหล่านั้นอันไม่เคยมีมาก่อนที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์
ที่ว่าใหม่ก็เพราะเป็นวัฒนธรรมที่คริสตชนทั้งหมด
รับเอามาด้วยความเชื่อมั่นลึกซึ้งกว่าและมีพลังกว่า ที่ว่าใหม่
ก็เพราะเป็นวัฒนธรรมที่สามารถก่อให้เกิดการเสวนาจริงจังและ
กล้าหาญทางวัฒนธรรมขึ้นในหมู่ชนกลุ่มต่างๆ ได้
ในขณะที่ความต้องการเร่งด่วนที่จะปรับเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเช่นว่านี้ถูกเชื่อมโยงกับสภาพการณ์ทางประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน
การปรับเปลี่ยนนี้ก็ฝังรากลึกอยู่ในพันธกิจงานประกาศพระวรสารของพระศาสนจักรด้วย
อันที่จริงจุดมุ่งหมายของพระวรสารก็คือ เพื่อปรับเปลี่ยนมนุษย์ชาติจากภายใน
และทำให้เป็นรูปแบบใหม่ขึ้นมา เหมือนกับเชื้อแป้งที่ทำให้แป้งทั้งหมดนั้นฟูขึ้น
(เทียบ มธ 13:33) พระวรสารก็มุ่งเพื่อซึมซาบเข้าไปในทุกวัฒนธรรม และให้ชีวิต
แก่ทุกวัฒนธรรมจากภายใน124 เพื่อวัฒนธรรมเหล่านั้นจะได้
แสดงออกถึงความจริงสมบูรณ์ในเรื่องบุคคลมนุษย์และในเรื่อง ชีวิตมนุษย์
เราจำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการฟื้นฟูวัฒนธรรมแห่งชีวิต
ขึ้นมาภายในหมู่คณะคริสตชนของเราเองบ่อยครั้งเหลือเกินที่ เกิดขึ้นมาว่า
ผู้มีความเชื่อทั้งหลาย
แม้กระทั่งผู้ที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันอยู่ในชีวิตของพระศาสนจักร
กลับลงท้ายด้วยการแยก
ความเชื่อแบบคริสตชนของตนออกจากข้อเรียกร้องด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับชีวิต
และจึงตกสู่การยึดถืออัตวิสัยทางศีลธรรม (moral subjectivism)
และประพฤติปฏิบัติในทางที่ขัดแย้งตรงกันข้าม
เราจำเป็นต้องตั้งคำถามด้วยการเปิดใจกว้างและด้วยความกล้าหาญว่า
เราจะเผยแพร่วัฒนธรรมแห่งชีวิตในปัจจุบันไปในหมู่คริสตชน ครอบครัว
กลุ่มและหมู่คณะต่างๆ ในสังฆมณฑลของเราได้อย่างไร
เราจะต้องชี้ชัดด้วยความชัดเจนและความตั้งใจแน่วแน่ของเรา ถึงขั้นตอนต่างๆ
ที่เราถูกเรียกให้มาดำเนินการเพื่อรับใช้ชีวิตในความจริงทั้งครบของชีวิตนั้น
ในขณะเดียวกันเราจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนกันอย่างจริงจังลึกซึ้งในหัวข้อสำคัญๆ
เรื่องชีวิตมนุษย์กับทุกคนรวมทั้งกับผู้ไม่มีความเชื่อ กับผู้อยู่ในแวดวงปัญญาชน
กับผู้อยู่ในสาขาอาชีพหลากหลาย และกับระดับชีวิต ของสามัญชนทั้งหลายด้วย


