Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์

ปรัชญาสาขาคุณวิทยา

ความหมายของค่านิยม
ความเกี่ยวข้องกันระหว่างคุณวิทยากับค่านิยมและลักษณะต่าง ๆ ของค่านิยม
ค่านิยมของลัทธิปรัชญากลุ่มลัทธิจิตนิยมกับการศึกษา
ค่านิยมของปรัชญากลุ่มลัทธิสัจนิยมกับการศึกษา
ค่านิยมของปรัชญากลุ่มลัทธิปฏิบัตินิยมกับการศึกษา
จริยศาสตร์กับการศึกษา

จริยศาสตร์กับการศึกษา

 (ethics and education)

          จริยศาสตร์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของสังคมศาสตร์ ซึ่งมุ่งศึกษาในเรื่องของความดีความงาม หรือความเป็นจริยะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนามธรรมมากกว่ารูปธรรม คำว่า ethics มาจากคำว่า ethos ในภาษา กรีกซึ่งหมายความถึงปรัชญาศีลธรรม (moral philosophy) เป็นเรื่องการศึกษาหรือระเบียบแบบแผนซึ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจที่จะยอมรับหรือไม่ยอมรับ ความถูกหรือความผิด ความดีหรือความเลว คุณงามความดี หรือความชั่ว ความปรารถนาหรือความฉลาดในการปฏิบัติ ความปรารถนาหรือความหรือความฉลาดในเรื่องผลขั้นสุดท้าย จุดมุ่งหมายต่าง และกิจการต่าง ๆ ซึ่งจริยศาสตร์จะเกี่ยวข้องด้วยมีลักษณะเป็น 2 แบบด้วยกัน คือ แบบหนึ่ง คือ จริยศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ทางจิตวิทยาและทางสังคม อีกแบบหนึ่งเป็นจริยศาสตร์ที่ให้การอธิบายการตัดสินต่าง ๆ ทางจริยธรรม เพื่อแสดงถึงการยอมรับและการไม่ยอมรับในสิ่งที่มีอยู่ และทำไมเราจึงยอมรับและปฏิเสธในสิ่งที่เราทำอยู่จริยศาสตร์มุ่งเพื่อค้นหา หรือเพื่อกำหนดแนวคิดหรือมาตรฐานของคุณลักษณะของการมีชีวิตที่ดี ซึ่งต้องอาศัยเกณฑ์มาตรฐานทางจริยศาสตร์นี้เป็นหลักในการดำรงชีวิต Runes ได้จัดแบ่งแบบของการชี้หรือตัดสินทางจริยศาสตร์ไว้ 2 แบบด้วยกัน เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าอะไรหรืออย่างไรจึงถือว่าเป็นจริยะได้ดังนี้

1. การตัดสินค่านิยม (judgment of value) การตัดสินใจในแง่ของ
ความดีหรือความเลว ความปรารถนาหรือความไม่พึงปรารถนา ความต้องการของบุคคลต่าง ๆ หรือกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการตัดสินคุณค่าของความรู้ว่าเป็นสิ่งที่ดี (knowledge is good.) เป็นต้น

2. การตัดสินข้อผูกมัด (judgment of obligation) เป็นการตัดสินใจ
ในแง่ของข้อผูกมัดต่าง ๆ ในเรื่องถูกหรือผิด ฉลาดหรือโง่ ในการกระทำต่าง ๆ และความประพฤติต่าง ๆ การตัดสินใจเรื่องของการบังคับบัญชา การรับรอง หรือการกล่าวหาในทางความประพฤติ

สำหรับความหมายของจริยศาสตร์ตามนัยของการศึกษานั้น Good ได้ให้ความหมายไว้ว่า จริยศาสตร์เป็นหลักและมาตรฐานของความประพฤติที่พึงประสงค์ให้มีขึ้น ซึ่งเป็นที่คาดหมายของมวลสมาชิกที่มีอาชีพเกี่ยวข้องในเรื่องของการศึกษาต่อบุคคลอื่น ๆ ในทุก ๆ สถานการณ์ที่มีผลมาจากการศึกษา

การศึกษามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องศีลธรรมอย่างกว้างขวาง ครูจะต้องให้ความสนใจในเรื่องที่นักเรียนของตนพึงจะต้องประพฤติอะไร และประพฤติอย่างไร โดยครูจะต้องเกี่ยวข้องในการช่วยให้ปัจเจกบุคคลเกิดค่านิยมต่าง ๆ ทางศีลธรรม และพฤติกรรมทางสังคมเป็นส่วนรวมด้วย

ปัญหามีอยู่ว่า พฤติกรรมทางศีลธรรมอะไรบ้างที่ครูจะต้องสนับสนุน หรือทำให้เกิดขึ้นในตัวนักเรียนในชั้นเรียนของตนครูควรจะส่งเสริมให้นักเรียนมีพฤติกรรมทางศีลธรรมตามค่านิยมที่ชุมชนของตนต้องการหรือไม่ ครูควรส่งเสริมลักษณะนิสัยเฉพาะที่ครูปรารถนาให้มีเท่านั้นหรือไม่ หรือครูควรจะปล่อยให้ลักษณะนิสัยของนักเรียนเป็นไปเองหรือมีขึ้นเองโดยอิทธิพลของกลุ่มเพื่อน (pee group) คำตอบที่จะตอบคำถามเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับเจตคติที่มีต่อจริยธรรมของแต่ละบุคคล ครูคนใดที่เอาจริงเอาจังกับอาชีพของตนต้องแสวงหาคำตอบต่อคำถามดังกล่าว และตัดสินเจตคติของตนที่มีต่อจริยธรรม การที่จะช่วยให้ครูปฏิบัติเช่นนี้ได้ดีนั้น ครูจะต้องศึกษาเกี่ยวกับ จริยศาสตร์นั่นเอง

จริยศาสตร์เป็นการศึกษาเรื่องค่านิยมในขอบเขตของความประพฤติของมนุษย์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับปัญหาว่า “ชีวิตที่ดีสำหรับมนุษย์คืออะไร เราควรจะประพฤติอย่างไร” ซึ่งจริยศาสตร์จะเป็นแนวชี้ได้ว่าค่านิยมที่ถูกต้องคืออะไร ที่จะเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติต่าง ๆ ได้ ในอดีตจริยศาสตร์เคยเป็นส่วนหนึ่งของศาสนา จริยศาสตร์ของโลกตะวันตกเคยมีที่มาจากศาสนาและการสอนศาสนา แต่ในปัจจุบัน จริยศาสตร์ได้แยกออกจากศาสนา ดังตัวอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แยกเรื่องของศาสนาออกจากรัฐ มีการห้ามสอนศาสนาในโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนที่ดำเนินการโดยศาสนาโดยตรงจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐแต่อย่างใด ผลจากการนี้ ได้กระตุ้นให้มีความต้องการสิ่งชดเชยในด้านการสอนศีลธรรม และนี่เองที่ทำให้จริยศาสตร์มีความสำคัญขึ้น ซึ่งจะเป็นการสอนแบบเดินสายกลางไม่โอนเอียงไปตามความเชื่อของศาสนา แต่จริยศาสตร์จะมุ่งในเรื่องค่านิยมทางศีลธรรมดังได้กล่าวมาแล้ว

Kneller ได้แบ่งทฤษฎีทางจริยศาสตร์ออกเป็น 2 แบบ คือ

  1. แบบสำนึกได้เอง (intuitions)
  2. แบบธรรมชาตินิยม (naturalism)

1. จริยศาสตร์แบบสำนึกได้เอง (intuitions)
คือนิยมต่าง ๆ ทางศีลธรรมที่ปัจเจกบุคคลเข้าใจได้โดยตรง โดยมนุษย์มีความรู้สึกทางศีลธรรมตั้งแต่กำเนิดว่าอะไรถูก อะไรผิด ค่านิยมทางศีลธรรมตามแนวนี้จะมีความถูกต้องในตัวของมันเอง ซึ่งความถูกต้องไม่อาจพิสูจน์ได้ด้วยหลักการของเหตุผล หรือโดยการเห็นประจักษ์ แต่รู้ได้ด้วยการสำนึกได้เอง 2. จริยศาสตร์แบบธรรมชาตินิยม (naturalism)
จริยศาสตร์แบบนี้ถือว่าค่านิยมทางศีลธรรมควรจะได้วินิจฉัยและศึกษาอย่างระมัดระวังในผลที่จะตามมา ตัวอย่างเช่น สำหรับผู้ที่เชื่อว่าการมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนการแต่งงานเป็นเรื่องของความไม่ถูกต้อง คนที่ยึดถือความคิดเช่นนี้ไม่ใช่เพราะการ

พิจารณาทางจริยธรรมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสังเกต หรือการศึกษาตามแนววิทยาศาสตร์ที่ได้เห็นผลที่ติดตามมาจากการมีความสัมพันธ์ทางเพศในลักษณะเช่นนั้น บุคคลที่ยอมรับและเข้าใจจริยศาสตร์ตามแนวตามแนวธรรมชาตินิยมนี้ จะเลือกหรือตัดสินค่านิยมทางศีลธรรมในแง่ของการสืบถามทางวิทยาศาสตร์ ที่จะเปิดเผยความถูกหรือความผิดของพฤติกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบประสบการณ์ของชีวิตที่จะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดของมนุษย์ที่จะปฏิบัติ นั่นคือ จริยศาสตร์แบบธรรมชาตินิยมหมายถึงค่านิยมทางศีลธรรมที่จะสามารถพบได้ โดยการตรวจสอบด้วยการปฏิบัติ ซึ่งทำให้ได้ผลติดตามมาอันเนื่องจากความประพฤติของมนุษย์

ปัญหาที่น่าหนักใจสำหรับครูก็คือ ค่านิยมทางศีลธรรมนี้จะสอนให้กับนักเรียนเหมือนวิชาทั่วไปเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงจะได้หรือไม่ Socrates ได้สืบค้นความรู้จากคำถามที่เกี่ยวข้องกับคำถามทำนองนี้และเชื่อว่า มนุษย์มีความดี มีธรรมะ และมีความฉลาดในตัวของแต่ละบุคคล ดังนั้น ครูสามารถนำเอาค่านิยมทางศีลธรรมทำให้เกิดขึ้นในมโนธรรมของนักเรียนได้ ท่านเห็นว่าคุณงามความดีเป็นเรื่องที่สอนกันได้ แต่หมายถึงการสอนโดยมุ่งวิธีการที่จะช่วยให้นักเรียนได้ทราบเกี่ยวกับคุณงามความดี มีธรรมะ และมีความฉลาดในตัวของแต่ละบุคคล ดังนั้น ครูสามารถนำเอาค่านิยมทางศีลมาทำให้เกิดขึ้นในมโนธรรมของนักเรียนได้ ท่านเห็นว่าคุณงามความดี เป็นเรื่องที่สอนกันได้ แต่หมายถึงการสอนโดยมุ่งวิะการที่จะช่วยให้นักเรียนได้ทราบเกี่ยวกับคุณงามความดีแต่ปัญหาอยู่ที่ว่า นักเรียนจะสามารถปฏิบัติตามที่เขาได้ร่ำเรียนไปหรือไม่ เราคงยอมรับกันว่าเป็นการยากที่จะกล่าวว่านักเรียนได้เรียนอะไรบ้าง นอกจากเราจะได้เห็นว่านักเรียนสามารถปฏิบัติตามในสิ่งที่เขาได้เรียนไปหรือไม่ ถ้าเราให้ความหมายในเรื่องการสอนและการเรียนรู้ว่าเป็นเพียงการแสวงหาความรู้ว่าศีลธรรมหมายถึงอะไร ดังนั้น ค่านิยมก็จะเป็นสิ่งที่สอนกันได้ ครูมีหน้าที่ที่จะทดสอบนักเรียนเพื่อที่จะได้ทราบว่านักเรียนได้รู้ในเรื่องค่านิยมทางศีลธรรมดีเพียงใด และสามารถจะช่วยให้นักเรียนรู้จักเลือกการกระทำต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด แต่ก็ไม่มีครูคนใดที่จะสามารถรับประกันได้ว่านักเรียนจะไม่ทุจริตในการสอบ แม้ครูจะได้พยายามสุดความสามารถที่จะให้นักเรียนได้รู้ว่าค่านิยมทางศีลธรรมคืออะไร และช่วยนักเรียนในการเลือกค่านิยมสำหรับชีวิตของเขาเองแล้วก็ตาม สิ่งที่ครูจะคาดหวังว่านักเรียนได้เรียนรู้ในเรื่องค่านิยมทางศีลธรรมที่ครูได้สอนไปก็คือ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com