Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา

ชีววิทยาของไรน้ำนางฟ้า

การเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้า

การเริ่มต้นเลี้ยงไรน้ำนางฟ้า อาจเริ่มจากการนำตัวไรน้ำนางฟ้าขนาดเล็กหรือตัวเต็มวัยมาเลี้ยงจนกระทั่งมีการวางไข่ จากนั้นจึงเก็บรวบรวมไข่เพื่อใช้สำหรับการเพาะเลี้ยงในครั้งต่อๆไป หรือจะเริ่มจาการนำไข่ไรน้ำนางฟ้ามาฟักเพื่อให้ได้ไรน้ำตัวอ่อน (Naupill) และนำไปเลี้ยงจนได้ผลผลิตทั้งที่เป็นไข่และตัวไรน้ำนางฟ้า รายละเอียดมีดังนี้

1.การฟักไข่ไรน้ำนางฟ้า

ไข่ที่จะนำมาฟักนั้นต้องมีคุณภาพที่ดีเหมาะที่จะนำไปฟัก เช่น เป็นไข่ที่มีตัวอ่อนภายในไข่พัฒนาถึงขั้นพร้อมที่จะฟักออกมาเป็นไรน้ำวัยอ่อน และควรจัดเก็บไว้ในที่ที่ไม่ทำให้ไข่ถูกทำลายหรือลดปริมาณการฟักลง เช่น ในที่ชื้น ที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือถูกแดดส่องเป็นเวลานานๆ หากไม่ทราบข้อมูลเหล่านี้ควรนำไข่บางส่วนไปทดลองฟักเพื่อทดสอบหาปริมาณการฟัก เช่น นำไข่ 100 ฟอง ใส่ในภาชนะโปร่งใสที่เติมน้ำ 50-100 ซีซี นาน 18-24 ชั่งโมง ทำ2-3 ซ้ำ แล้วตรวจนับหาค่าเฉลี่ยของการฟัก โดยส่องดูกับแดดหรือใช้ไฟส่อง ไรน้ำวัยอ่อนที่เพิ่งฟักจะสังเกตเห็นได้ง่ายกว่าเพราะตัวที่เพิ่งฟักมีอาหารสะสม (yolk) ไข่ที่มีคุณภาพที่ดีควรมรอัตราการฟักไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70-75

วัสดุอุปกรณ์การฟักไข่ไรน้ำนางฟ้า

2.วิธีการฟักไข่ ไข่ที่มีตะกอนจับเป็นก้อนควรแยกไข่ออกจากตะกอนหรือทำให้ตะกอนมีขนาดเล็กลงจนไข่สัมผัสได้กับน้ำโดยตรงมิฉะนั้นไข่ที่อยู่ด้านในและไข่ที่ไม่ได้สัมผัสกับน้ำจะฟักช้ากว่าปกติหรือไม่ฟัก การฟักควรทำในช่วงเวลาบ่ายเพื่อว่าจะสามารถแยกไรน้ำวัยอ่อนและเริ่มให้อาหารในช่วงสายของวันรุ่งขึ้นได้ การให้อาหารช้า (นานเกินกว่า 10-12 ชั่วโมงหลังการฟัก) จะทำให้ไรน้ำวัยอ่อนขาดอาหารอาจทำให้ตายได้

อย่างไรก็ตามควรสังเกตด้วยว่าไข่ทีนำมาฟักนั้นเริ่มต้นและสิ้นสุดการฟักเมื่อใด เพื่อที่จะสามารถกะระยะเวลาการเริ่มให้อาหารและการแยกไรน้ำวัยอ่อนได้อย่างเหมาะสม และควรป้องกันไม่ให้ยุงเข้ามาวางไข่ระหว่างการฟักไข่หรือแม้แต่ระหว่างที่เลี้ยงไรน้ำนางฟ้าด้วย

3.วิธีการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้า

การเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าโดยมีเป้าหมายที่การผลิตไรน้ำนางฟ้าตัวเต็มวัยเพื่อนำไปเป็นอาหารสัตว์น้ำหรือประโยชน์อย่างอื่น สามารถเลือกวิธีการเลี้ยงได้หลายวิธีตามละดับตามความหนาแน่นที่ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อ เช่น เลี้ยงที่ระดับความหนาแน่นไม่เกิน 5 ตัวต่อลิตร เกือบไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำตลอดการเลี้ยงเพียงแต่เติมอาหารให้กินทุกวันเท่านั้น

บ่อเลี้ยง
ควรสร้างด้วยวัสดุทึบแสงและไม่ควรฉาบด้วยวัสดุสะท้อนแสง เนื่องจากการว่ายน้ำของไรน้ำนางฟ้าจะหันด้านท้องเข้าหาแสง ในกรณีที่มีแสงสะท้อนหรือแสงเข้ามาจากด้านข้างของบ่อจะทำให้ไรน้ำนางฟ้าหลงทิศทางการว่ายน้ำซึ่งมีผลต่อพัฒนาการของไรน้ำนางฟ้า

รูปทรงของบ่อที่เหมาะสมสำหรับเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าควรเป็นบ่อที่ทำให้น้ำมีการไหลเวียนได้อย่างทั่วถึง โดยทั่วไปเป็นบ่อรูปไข่หรือวงกลมขนาดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้เลี้ยง ความสูงของบ่อเลือกได้ตั้งแต่ 50-120 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับปริมาณแสงและระบบการเติมอากาศ

การเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าในบ่อทีมีระดับน้ำตื้นควรมีการพลางแสงเพื่อไม่ให้มีแสงส่องลงบ่อมากเกินไปจะทำให้ไรน้ำเครียด และมีสีซีดกว่าผกติแต่ก็ไม่ควรปิดจนทึบ

ระบบหมุนเวียนน้ำและอากาศภายในบ่อ
วิธีที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไปมักใช้หัวทรายวางกระจายให้ทั่วพื้นบ่อแต่มักมีปัญหาเรื่องการอุดตันและต้องปรับปริมาณอากาศอยู่เสมอ จึงต้องหมั่นทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคอยู่เสมอ อีวิธีหนึ่งคือการใช้ระบบหมุนเวียนน้ำแบบแอร์-วอเตอร์ลิฟท์ (AWL) ช่วยให้การหมุนเวียนของน้ำและอากาศเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์

ขณะที่ไรน้ำนางฟ้ามีขนาดเล็กควรลดปริมาณลมลงให้เบาที่สุด แล้วจึงค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นตามขนาดของไรน้ำ แต่ระวังอย่าให้ลมแรงจนเกินไปและตรวจสอบไม่ให้ปริมาณออกซิเจนต่ำกว่า 3 มิลลิกรัมต่อลิตร

อาหาร
ไรน้ำนางฟ้ากินอาหารด้วยวิธีการกรอง โดยกรองกินอนุภาคทุกประเภทที่แขวงลอยอยู่ในน้ำทั้งที่เป็นอินทรีย์สาร และอนินทรีย์สารที่มีขนาดเหมาะสมที่จะส่งผ่านจากปากลงสู่ลำคอได้

มีอาหารหลายประเภทที่สามารถนำมาเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าได้ เช่น สาหร่ายสีเขียว รำ(ข้าว ข้าวโพด) ยีสต์ แบคทีเรีย สาหร่ายแห้ง เป็นต้น แต่พบว่าสามารถเจริญเติบโตได้ดีเมื่อด้วยคลอเรลลาหรือใช้รำ หรือรำร่วมกับสาหร่ายสไปรูไรนาผงอย่างละ 50% ทดแทนคลอเรลลาได้ครึ่งหนึ่ง ปริมาณอาหารที่ใช้เลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสามารถวัดได้จากความโปร่งใสของน้ำ โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า เซคชิดิช (Secchi disc) ความโปร่งใสของน้ำในบ่อที่เลี้ยงไรน้ำนางฟ้าควรอยู่ระหว่าง 15-20 เซนติเมตร ส่วนที่มีการให้สาหร่ายคลอเรลลาเป็นอาหารด้วยวิธีการเติมเป็นครั้งคราว จะให้ในอัตรา 0.5-1.0 ล้านเซลล์ต่อมิลลิตร

การให้อาหารจะให้วันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าและตอนเย็น วิธีการสังเกตว่าอาหารที่ให้เพียงพอหรือไม่ ให้สังเกตจากสิ่งขับถ่ายของไรน้ำนางฟ้า โดยปกติไรน้ำนางฟ้าจะมีการขับถ่ายออกมาอย่างต่อเนื่องมองเห็นเป็นสาย ถ้าอาหารมีไม่เพียงพอ สิ่งที่ขับถ่ายออกมาจะไม่ต่อเนื่องหรือไม่เต็มในท่อที่ขับถ่ายซึ่งต้องเพิ่มอาหารลงไปจนเห็นว่าการขับถ่ายเป็นสายอย่างต่อเนื่อง

การเก็บผลผลิต
สามารถเลือกเก็บได้ตามขนาดที่ต้องการ เช่น เมื่ออายุ 5-7 วันมีความยาวปรมาณ 10 มิลลิเมตร อายุ 15 วันมีความยาวกว่า 15มิลลิเมตรเป็นต้น เมื่อเลี้ยงครบ 15 วันผลผลิตอยู่ระหว่าง 1,538.0-2,021.8 กรัมต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตรและเก็บรวบรวมไข่ได้อีกประมาณ 4.5-6.3 ล้านฟอง

ถ้าภายหลังการเก็บเกี่ยวต้องการที่จะข้นย้ายไรน้ำขณะยังมีชีวิต ก่อนการเก็บเกี่ยวจะต้องหยุดให้อาหารไรน้ำจนสังเกตว่าไม่มีสิ่งขับถ่ายเหลืออยู่ และบรรจุลงในภาชนะที่อัดออกซิเจนและลดอุณหภูมิระหว่างการเดินทางด้วย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com