Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม

การเดินทางของพุทธศาสนาสู่ประเทศไทย

พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
เส้นทางติดต่อระหว่างอินเดียกับสุวรรณภูมิ
พุทธศาสนาในสุวรรณภูมิ
พุทธศาสนาสมัยฟูนัน
พุทธศาสนาสมัยทวาราวดี
พุทธศาสนาสมัยศรีวิชัย
พุทธศาสนาสมัยลพบุรี
พุทธศาสนาสมัยลานนา
พุทธศาสนาลังกาวงศ์สู่ลานนา
พุทธศาสนาสมัยสุโขทัย
การปกครองคณะสงฆ์ และศิลปกรรม
พระมหาธรรมราชาลิไทกับพุทธศาสนา
พุทธศาสนาสมัยอยุธยา
พุทธศาสนาสมัยธนบุรี
พุทธศาสนาสมัยรัตนโกสินทร์

พุทธศาสนาสมัยฟูนัน

ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 10 ฟูนันมีกษัตริย์เป็นชื่อของอินเดีย คือ เกาณฑิณยะ ประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์เหลียงของจีนบันทึกไว้ว่า

เกาณฑิณยะ เป็นพราหมณ์มาจากอินเดีย วันหนึ่งได้ยินเสียงจากสวรรค์สั่งให้ไปปกครองฟูนัน เขาจึงเดินทางไปประชาชนชาวฟูนันยินดีและยกเขาขึ้นเป็นกระษัตริย์ พระเจ้าเกาณฑิณยะ หรือโกณฑัญญะนี้จึงนำเอากฎหมายขนบประเพณีแบบอินเดียมาใช้

ตามบันทึกนี้ ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ (George Coedes) อธิบายเพิ่มเติมว่าการอพยพออกจากอินเดีย อาจสืบเนื่องมาจากความพ่ายแพ้ของราชวงศ์ต่างๆ ทางฝั่งตะวันออกของอินเดีย เช่น ปัลวะ เป็นต้น เพราะถูกพระเจ้าสมุทรคุปต์รุกราน แต่บางทัศนะว่าฟูนันประสบความทุกข์ยาก เพราะผู้ปกครองไม่ยุติธรรม บ้านเมืองระส่ำระสาย จึงไปเชิญเจ้าชายโกณฑัญญะ ผู้มีดวงตาเห็นธรรม ผู้ประพฤติพรหมจรรย์มาตั้งแต่ยังเล็กๆ ผู้สืบสายไศเลนทรวงศ์โบราณ ให้ไปครองฟูนัน (กรุงพนม) พระองค์ได้ทำบ้านเมืองให้เป็นสวรรค์ คนนอนหลับไม่ต้องปิดประตูบ้าน ประชาชนจึงถวายพระนามกษัตรย์องค์นี้ว่า “พระอินทร์” จารึกพระนามว่า “ศรีทรวรมเทวะ” เพราะพระองค์ได้ทรงใช้ธรรมทำให้บ้านเมืองเป็นสุขเมือพระองค์สวรรคต ราษฎร์ได้สร้างพระบรมธาตุประจำพระนคร อุทิศถวายบนยอดเขาพระวิหาาร ถวายพระนามตามวัฒนธรรมไศเลนทรว่า “ศรีสิขเรศวร” (พระอิศวรของภูเขา)

อนึ่ง ปราสาทเขาพระวิหารนี้ จากจารึก กล่าวถึงพระเจ้ายโศวรมันของขอม พระองค์เป็นโอรสของพระเจ้าอินทรวรมัน ดังนั้นคำว่า “ศรีนทรวรมเทวะ” จึงอาจหมายถึงพระเจ้าอินทรวรมันของขอมก็ได้ นี้เป็นมติของนักค้นคว้าท่านหนึ่ง

พระเจ้าโกณฑัญญะ (องค์นี้เป็นองค์ที่ 2 )ได้ส่งทูตและค้าขายกับจีน พระองค์เป็นผู้ปกครองฟูนัน เมื่อทรงสิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 1046 ตำราหลายเล่มกล่าวสับสนเกี่ยวกับรายชื่อของกษัตรย์ฟูนันเพราะถือตามบันทึกจีนว่า Che-li-to-pa-mo ได้ส่งทูตพร้อมบรรณาการไปยังจักรพรรดิจีนใน ค.ศ. 434, 435 และ 438 ดร. มาชุมดาร์ ว่าชื่อนี้คงจะเทียบกับอินเดียได้ว่า ศรีอินทรวรมัน หรือ เศรษฐวรมัน ผู้สืบราชสมบัติต่อจากพระเจ้าโกณฑัญญะ แต่เมื่อนำมาเทียบกับ พ.ศ. ของพระเจ้าโกณฑัญญะแล้วกลับเป็นยุคเดียวกัน ถ้าเช่นนั้น เชลิโตปะโม นี้จะเป็นใคร เมื่อกลับไปดูประวัติของพรระเจ้าโกณฑัญญะที่ราษฎร์ถวายพระนามว่า “ศรีนทรวรมเทวะ” ที่กล่าวมาแล้วก็น่าเป็นคนเดียวกับ ศรีทรวรมเทวะ (ศรี อินทร ปรม เทว ป เป็น ว หรือ พ ตามความนิยม) และจารึกที่เขาพระวิหารของสูรยวรมเทวะอ้างว่า พระองค์เป็นลูกหลานโดยตรงของศรีนทรวรมเทวะจึงมีสิทธิ์ใในดินแดนเขาพระวิหารด้วย ดังนั้นก็คือพระเจ้าโกณฑัญญะองค์ที่ 2 นั้นเอง

ผู้สืบราชสมบัติต่อมาคือพระเจ้าชัยวรมัน พระโอรส ความจริงพระเจ้าชัยวรมันครองราชมาตั้งแต่ พ.ศ. 1020–1057 พระองค์คงจะครองประเทศต่างๆ ในทางใต้ได้ดีและเรียบร้อย จึงได้รับสมญาจากพระเจ้าจักรพรรดิจีนว่า “แม่ทัพแห่งงทิศใต้ที่มีความสงบ” และด้วยเหตุนี้ นายอโมเนียร จึงให้ความเห็นว่า คำ “ฟูนัน” ในภาษาจีนนั้นหมายถึง “ผู้คุ้มครองทิศใต้” พระองค์ส่งทูตและบรรณาการแก่จีนเสมอมาจนมีความสนิทสนมกับจีนมาก พระมเหสีของพระเจ้าชัยวรมันชื่อว่า กุลประภาวตี เมื่อพระองค์สวรรคต ก็มีการแย่งชิงราชสมบัติเกิดขึ้น ผลปรากฎว่า พระโอรสองค์โตคือ รุทวรมัน ซึ่งงประสูติจากมเหสีรองได้ชัยยชนะต่อโอรสองค์เล็กที่มีสิทธิ์ได้ราชสมบัติ พระราชโอรสองค์เล็กเชื่อว่าได้แก่ คุณวรมัน ซึ่งประสูติจากพระมเหสีกุลประภาวตี

 

พระเจ้ารุทวรมัน (พ.ศ. 1057) ได้ส่งทูตติดต่อกับจีนหลายครั้ง ระหว่าง พ.ศ. 1060–1082 ประมาณ 6 ครั้งชื่อรุทวรมันนี้ปรากฎในจารึกพุทธศาสนาที่เป็นภาษาสันสกฤตด้วย พระองค์ทรงเลื่อมใสพุทธศาสนามาก ต่อมาภายหลังฟูนันก็ถูกกัมพูชารุกราน กัมพูชา (ทางเหนือของเขมร) เคยเป็นเมืองขึ้นของฟูนันมาก่อน แต่ได้กลายเป็นรัฐอิสระและเจริญขึ้นตามลำดับ ฝ่ายกษัตรย์แห่งฟูนันพ่ายแพ้ จึงย้ายเมืองหลวง (ซึ่งคาดว่าอยู่ที่วาธปุระ ใกล้ๆกับ บาพนม) ไปที่ “นรวรนคร” (นครบุรี Angkorborei) ทางใต้ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนจะสิ้นพุทธศตวรรษที่ 11 กัมพูชาก็ปราบฟูนันลงได้อย่าางสิ้นเชิง

ในหนังสือประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ของ อาจารย์ วสิน อินทสระ กล่าวว่าอาณาจักรฟูนันหรือพนม ตั้งขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 6 ซึ่งในขณะเดียวกับที่พุทธศาสนามหายานเกิดขึ้นในอินเดีย และพุทธมามกะชาวอินเดีย ได้นำเอาพุทธศาสนาแบบมหายานมาสั่งสอนประชาชนในแหลมอินโดจีน ปรากฎว่าชาวฟูนันนิยมให้การนับถือทั้ง 2 นิกายรวมทั้งศาสนาพราหมณ์ด้วย

อาณาจักรฟูนันคือ อาณาเขตที่เป็นดินแดนกัมพูชาเวลานี้ และเลยเข้ามาถึงภาคอีสานและภาคเหนือของไทยและเลยไปถึงพม่า นับว่าเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในเวลานั้น ชาวฟูนันคงเป็นพวกตระกูลมอญ เขมร กษัตริย์ของอาณาจักรฟูนัน เดิมเป็นพราหมณ์ชื่อ “โกณฑัญญะ” มาจากอินเดีย ได้แต่งงานกับหัวหน้าของชาวฟูนัน ซึ่งเป็นสตรีชื่อว่า “โสมนาคี” เพราะนิยมสักการะงูใหญ่ ซากอาณาจักรฟูนันบางทีจะเป็นเมืองศรีเทพ เมืองนี้อยู่ในป่าดงดิบแห่งลุ่มแม่น้ำป่าสัก เขตจังหวัด เพชรบูรณ์ โดย ดร. เวลส์นักโบราณคดี พร้อมกับกรมศิลปากรได้ร่วมกันขุด ได้พบซากเมืองร้างแห่งนี้ เป็นเมืองเก่าที่สุดที่สร้างขึ้นสมัยก่อนขอม เข้าใจว่าชาวอินเดียผู้อพยพเป็นผู้สร้าง ได้พบเทวรูปพระานรายณ์ เข็มหลักเมืองซึ่งมีอักษรสันสฤตจารึกอยู่ เป็นอักษรแบบราชวงศ์ปัลลวะในอินเดียใต้ และได้พบซากกำแพงเมืองใหม่ ซึ่งสร้างซ้อนกันในสมัยขอมมีอำนาจในภูมิภาคนี้ นอกจากเมืองศรีเทพแล้ว ก็ไม่ได้พบเมืองของอาณาจักรฟูนันอื่นอีก พราหมณ์โกณฑัญญะสอนวัฒนธรรมและอารยธรรมให้จนรุ่งเรืองตั้งเป็นอาณาจักรฟูนันขึ้น มีข้อสังเกตประการหนึ่งว่า สร้อยพระนามของกษัตริย์ฟูนันมักลงท้ายคำว่า “วรมัน” ซึ่งเป็นอย่างเดียวกับพระนามของกษัตริย์ทางอินเดียใต้

โกณฑัญญะพราหมณ์ อาจเป็นคนอินเดียใต้ก็ได้

เมื่อพุทธศตวรรษที่ 10 มีธรรมทูตชาวฟูนัน (ฟูหนำ) 2 รูปชื่อพระสงฆปาละและมันทรเสน ได้เดินทางไปสู่นครนานกิง ท่านสังฆปาละได้แปลหนังสือที่มีค่าหลายเล่ม และเล่มหนึ่งที่มีค่าที่สุด คือคัมภีร์วิมุตติมัคค์ แปลจากต้นฉบับภาษาบาลี คัมภีร์เล่มนี้ได้สูญจากโลกปริยัติฝ่ายบาลีมานานแล้ว ได้มีนักปราชญ์ในปัจจุบันเช่น ดร.บาปัดได้ใช้ต้นฉบับจีนแปลกลับเป็นภาษาบาลี และแปลเป็ยภาษาอังกฤษ ในคัมภีร์ปรมัตถมัญชุสาวิสุทธิมัคค์มหาฎีกา ซึ่งพระธรรมปาละเป็นผู้แต่ง ได้อ้างถึงชื่อวิมุตติมัคค์ บางทีคัมภีร์นี้จะเป็นของคณะสงฆ์ฝ่ายอภัยคิรีวิหาร อย่างไรก็ตามไม่ต้องสงสัยเลยว่า วิสุทธิมัคค์ของพระพุทธโฆสะ อาจจะแต่งขึ้นเพื่อแข่งกับวิมุตติมัคค์นี้ ปกรณ์ทั้งสองเล่มมีลีลาคล้ายคลึงกัน สีลนิเทสเกือบพูดได้ว่ามีความเหมือนกับ สมาธินิเทส วิมุตติมุคค์พิสดารกว่าวิสุทธิมัคค์ในบางอย่าง แต่ปัญญานิเทส วิมุตติมัคค์ย่อกว่าวิสุทธิมัคค์มาก ส่วนพระมันทรเสนนั้น ได้แปลคัมภีร์ที่เกี่ยวกับลัทธิมนตรยานหลายเล่ม จากผลงานของคัมภีร์เหล่านี้ ทำให้เราทราบว่าพุทธศาสนาในอาณาจักรฟูนันมีฐานะมั่นคง จนสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศอื่นได้

ล่วงมาประมาณพุทธศตวรรษที่ 11-12 ชื่อฟูนัน (ฟูหนำ) ได้เริ่มเสื่อมลง เพราะถูกพวกเจนละ (ขอมหรือเขมร) ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของฟูนันมาก่อนแย่งอำนาจ โดยพระเจ้าภววรมันกษัตริย์แห่งอาณาจักรเจนละ คือกัมพูชาในปัจจุบัน ซึ่งเป็นประเทศราชของฟูนันมาแต่ก่อน มีเมืองสมพูปุระเป็นราชธานี ได้แข็งอำนาจขึ้นมาดังที่กล่าวไว้แต่เบื้องต้น พระอนุชาของพระองค์ ชื่อจิตตเสน ได้ยกกองทัพเข้าทำลายอาณาจักรฟูนันลงจักรวรรดิแห่งนี้จึงแบ่งแยกออกเป็น 2 แคว้นใหญ่ คืออาณาจักรเจนละบก ซึ่งกินเขตภาคเหนือกัมพูชาขึ้นไป จนถึงนครพนม ส่วนอาณาจักรเจนละน้ำ ได้แก่ กัมพูชาภาคกลางลงมาถึงอ่าวญวน ในอาณาจักรเจนละประชาชนนิยมนับถือศาสนาพราหมณ์ ดังนั้นพุทธศาสนาจึงชะงักความเจริญไประยะหนึ่ง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com