Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์

การพัฒนาความเป็นมนุษย์ ด้วยประสาทสุนทรียศาสตร์และ DICECS Cycle

นายแพทย์อุดม เพชรสังหาร

 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8

2

นี่คือสิ่งที่สังคมไทยจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน

ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “เราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน” นัยของคำถามนี้ไม่ได้กินความเพียงแค่การทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง สงบสุข และอุดมสมบูรณ์ เพื่อส่งมอบเป็นมรดกอันล้ำค่าให้แก่ลูกหลานเมื่อถึงเวลาเท่านั้น หากแต่ยังกินความถึงการกระทำหรือไม่กระทำบางอย่างของเราในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับมรดกชิ้นนี้หรือเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการกระทำของเราในปัจจุบัน

จากความล้มเหลวของกระบวนการพัฒนาคนที่ผ่านมา เราจึงจำเป็นต้องทบทวนกระบวนการ ที่เราใช้ในการหล่อหลอมคนรุ่นใหม่ของเราว่ามันมีอะไรบ้างที่เป็นที่มาของความล้มเหลวเหล่านี้ หรือยังมีอะไรบ้างที่มันยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และสิ่งที่เราจะต้องไม่มองข้ามประการหนึ่งก็คือ เราใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ และพัฒนาคนของเรามาช้านาน นานจนกระทั่งเราเกิดความเคยชิน และเริ่มมองไม่เห็นจุดอ่อนของศาสตร์แขนงนี้

การพัฒนาคนที่มุ่งเน้นเฉพาะมิติด้านความรู้เชิงวิชาการ ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ การคิดเชิงเหตุผล ทำให้มิติด้านความเป็นมนุษย์ มิติด้านชีวิตที่จับต้องด้วยหลักของวิทยาศาสตร์ และหลักของเหตุผลไม่ได้ถูกละเลยไป ในที่สุดผลของการพัฒนาก็เป็นอย่างที่เราเห็น อีกประการหนึ่งที่เราจะต้องทบทวนก็คือ กระบวนการหล่อหลอมที่เราใช้กันอยู่นั้น เมื่อบริบทของสังคมเปลี่ยนไป มันจะยังคงสามารถใช้การได้อยู่อีกหรือไม่

Dr. Johanna Shapiro ศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยา แห่งภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ ได้นำเสนอบทความในวารสาร Philosophy, Ethics, and Humanities in Medicine ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2551 ว่า

“การเรียนวิชาแพทย์ของนักศึกษาแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน (แพทย์ที่จบแพทยศาสตร์บัญฑิตแล้ว และกำลังเรียนต่อเพื่อเป็นแพทย์เฉพาะทาง) ยิ่งนานปี ยิ่งทำให้ความสามารถในการเข้าใจ ความเป็นมนุษย์และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) ลดลง สาเหตุสำคัญก็คือ การเรียนแพทย์จะเน้นวิธีคิดแบบ “ชีววิทยา-การแพทย์ (Bio-Medicine)” หรือการมองความเจ็บป่วยเป็นเรื่องของเชื้อโรค และความผิดปกติทางสรีรวิทยาเป็นสำคัญ วิธีคิดแบบนี้จะหล่อหลอมนักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้านให้มองเพียงแค่โรคหรือความผิดปกติที่เป็นเหตุให้เกิดโรคเป็นสำคัญ ขาดการมองคนทั้งคน ทำให้ขาดโอกาสในการพัฒนาตนเองไปสู่ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ รวมทั้งความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ป่วย” สิ่งที่ Dr. Johanna Shapiro เสนอ ยืนยันว่าการพัฒนาคนที่เน้นเพียงมิติด้านวิทยาศาสตร์และการใช้หลักของเหตุผลนั้น ไม่สามารถสร้างคุณภาพที่สมบูรณ์ให้เกิดขึ้นได้

Dr. Johanna Shapiro คือนักวิชาการที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในวงการแพทยศาสตร์ศึกษาของโลกเป็นผู้นำในการพัฒนาความเป็นมนุษย์ให้เกิดขึ้นกับบัณฑิตแพทย์ด้วยการใช้ศาสตร์ด้านศิลปะ และวรรณคดี

ในปี 2547 Dr. Johanna Shapiro ได้เสนอผลงานวิจัยในวารสาร Education for Health ที่ทดลองให้นักศึกษาแพทย์อ่านงานเขียนและบทกวีที่บรรยายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย แล้วให้นักศึกษาวิจารณ์สิ่งที่ได้อ่าน รวมทั้งพูดถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตนเอง เธอพบว่าคะแนนความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) ของนักศึกษาเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

การได้สัมผัสกับความทุกข์ของคนที่เกิดจากความเจ็บป่วย ความทุกข์ของผู้ป่วยที่เกิดจากการกระทำของแพทย์ผ่านทางงานวรรณกรรม ทำให้นักศึกษาแพทย์เกิดอารมณ์คล้อยตาม เกิดความเจ็บปวดตามไปด้วย และด้วย “ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับตนเองด้วย” นี่เอง ทำให้นักศึกษาแพทย์รู้สึกว่าการกระทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และนำมาสู่การตัดสินใจว่าตนเองจะไม่ทำแบบนี้

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com