Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

คัมภีร์ภาษาบาลีในประเทศไทย

วรรณคดีภาษาบาลีในประเทศไทย
วรรณกรรมภาษาบาลี
หนังสือที่แต่งเป็นภาษาบาลีในประเทศไทย
วรรณกรรมภาษาถิ่น
หลักสูตรการศึกษาภาษาบาลีในปัจจุบัน

วรรณกรรมภาษาถิ่น

หมายถึงวรรณกรรมที่แต่งเป็นภาษาไทยวน ซึ่งส่วนใหญ่ได้เค้าเรื่องและแนวคิดจากวรรณกรรมพระพุทธศาสนา เช่น จากนิทานชาดกในหมวดพระสูตร หรือจากนิทานชาดกนอกนิบาตที่แต่งเลียนแบบนิทานชาดก มีเนื่องเรื่องเป็นเสมือนนิทานชาดก แต่ทั้งหมดนี้ก็มีจุดประสงค์อย่างเดียวกันคือ แฝงไว้ซึ่งศีลธรรมจรรยาในศาสนา ทำให้ผู้อ่านเกิดความสำนึกผิดชอบชั่วดี เมื่ออ่านหรือได้ยินได้ฟังแล้วจะได้ทั้งความเพลิดเพลินและคติสอนใจไปในตัว

ในจำนวนนิทานชาดกเหล่านั้น เวสสันดรชาดก หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ามหาชาติ ถือว่าเป็นชาดกที่มีการนำมาใช้มากที่สุดในล้านนา เช่นเดียวกับภาคอื่น ๆ ทั้งในด้านพิธีกรรมและวรรณกรรมมีผู้แต่งเป็นภาษาไท ยวนสำนวนต่าง ๆ มากกว่า 150 สำนวน การที่เป็นเช่นนี้ก็อาจจะเป็นเพราะแรงกระตุ้นที่มีจากอานิสงส์การสร้างคัมภีร์นั่นเอง คือในล้านนานั้นมีความเชื่อว่า ถ้าใครได้สร้างคัมภีร์ถวายไว้ในพระศาสนา ผู้นั้นจะเป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ดังนั้นพอเด็กเกิดมาอายุได้ประมาณ 8 ขวบ พ่อแม่จะพาสร้างพระคัมภีร์ถวายวัด ทุกวันนี้ความเชื่อเช่นนั้นดูเหมือนจะหมดไปแล้ว จะเหลือก็แต่คัมภีร์อันเป็นผลของความเชื่อดังกล่าว ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และอาจมากกว่าที่มีอยู่ในภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย

นอกจากเวสสันดรชาดกหรือมหาชาติแล้ว ยังมีนิทานชาดกนอกนิบาตและนิทานพื้นบ้านอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นนิทานสอนใจประเภทยาจกได้ดีมากกว่านิทานที่ให้ความหรรษาร่าเริง หรือตลกขบขัน ซึ่งก็พอมีอยู่บ้างเช่นกันแต่ก็มีจำนวนน้อยมาก ตามที่มีผู้ได้ทำการสำรวจพบว่ามีอยู่ประมาณ 250 เรื่อง ไม่นับวรรณกรรมประเภทร้อยกรองอีกจำนวนหนึ่ง ถ้าจะพูดแบบรวบยอดก็ว่า วรรณกรรมทั้งที่เป็นนิทานชาดกและนิทานพื้นบ้าน ล้วนแต่มีเนื้อหาสาระที่เน้นหนักไว้ในทางปลูกฝังคุณธรรมต่าง ๆ ให้กับผู้อ่านหรือได้ยินได้ฟังตามที่สังคมต้องการและคาดหวัง



จากล้านนาสู่รัตนโกสินทร์

ภาษาบาลี ซึ่งเป็นภาษาที่จารึกคำสอนของพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทนั้น แม้ตามหลักฐานจะปรากฏว่าเข้ามามีอิทธิพลในแถบเอเชียอาคเนย์นี้ตั้งแต่สมัยที่คนไทยยังไม่ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนปัจจุบัน ก็มีหลักฐานตั้งแต่สมัยสุโขทัยว่า พ่อขุนรามคำแหงเคยส่งสมณทูตไปลังกา (ศรีลังกา) และในรัชกาลที่ 5 ของสมัยสุโขทัย คือ สมัยพระมหาธรรมราชาลิไทใน พ.ศ. 1904 มีการส่งสมณทูตไปลังกาเช่นกัน ลังกาใช้ภาษาบาลีในการจารึกคำสอนทางพุทธศาสนา มีการแต่งตำราไวยากรณ์บาลีกันมากและศึกษากันอย่างแพร่หลาย ไทยจึงได้รับอิทธิพลภาษาบาลีจากลังกา ใน พ.ศ.1905 พระยาลิไททรงผนวช ก็ได้ศึกษาภาษาบาลีอย่างแตกฉาน ขณะเดียวกันพระอีกสายหนึ่งจากลังกาเข้ามาในกรุงสุโขทัย ไทยจึงรับภาษาเข้ามาอีกระลอกหนึ่ง และใช้ภาษาบาลีจารึกคำสั่งสอนของพระพุทธองค์เช่นเดียวกับที่ลังกาใช้ จะเห็นว่าทั้งภาษาบาลีเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้น

ต่อจากสมัยสุโขทัย ความนิยมใช้คำภาษาบาลีในภาษาไทยยังคงอยู่ เพราะเราพบศัพท์ภาษาบาลีสันสกฤตในภาษาไทยมากขึ้น ๆ ดังหลักฐานจากวรรณคดีสมัยหลัง ๆ และเราจะสังเกตเห็นว่า ในวรรณคดีสมัยสุโขทัยมีคำยืมจากภาษาบาลีนี้น้อยกว่าคำภาษาไทยแท้ แต่ในวรรณคดีสมัยอยุธยามีคำยืมเหล่านี้เป็นจำนวนมากจนเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยอยุธยาตอนต้น เช่น ในเรื่องยวนพ่ายและทวาทศมาส แล้วค่อยลดลงบ้างในสมัยอยุธยาตอนกลางและตอนปลาย ในสมัยหลังนี้จะมีคำยืมจากภาษาบาลีสันสกฤตปรากฏมากเฉพาะในวรรณคดีที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา ส่วนวรรณคดีบางเรื่องที่สะท้อนชีวิตคฤหัสถ์หรือสามัญชนและมีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมชาติหรือความรัก หรือที่เขียนด้วยคำประพันธ์ไทยที่ไม่ได้ดัดแปลงมาจากคำประพันธ์อินเดีย เช่น กลอน จะมีคำบาลีสันสกฤตน้อยลงกว่าสมัยอยุธยาตอนต้น

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การติดต่อกับชาติตะวันตกซึ่งเริ่มมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วนั้นเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น การยืมคำมาจากภาษาตะวันตกก็มีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษ แต่คำยืมจากภาษาบาลีสันสกฤตไม่ลดน้อยลงกลับมีบทบาทมากขึ้น อาจเรียกว่ามากกว่าเดิมก็ได้ เพราะแต่เดิมในสมัยโบราณผู้ที่ใช้คำยืมเหล่านี้มีเฉพาะผู้รู้หรือนักปราชญ์ทางภาษา เช่น พระมหากษัตริย์ ราชบัณฑิต กวี พระสงฆ์ โหรหลวง เป็นต้น แต่ปัจจุบันนี้แพร่หลายออกในหมู่ชนอาชีพต่าง ๆ ทั่วประเทศ แม้แต่กรรมกรและชาวไร่ชาวนา เพราะการติดต่อสื่อสารมีประสิทธิภาพมาก นอกจากนี้ ยังมีการยืมและการสร้างคำใหม่ ๆ จากภาษาบาลีสันสกฤตเพิ่มขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อใดที่มีสิ่งประดิษฐ์หรือความคิดใหม่ ๆ จากต่างประเทศเข้ามา คนไทยก็จะหาคำมาเรียกสิ่งประดิษฐ์หรือความคิดนั้น เรียกว่าการบัญญัติศัพท์ การบัญญัติศัพท์ส่วนใหญ่มักพิจารณาจากคำไทยแท้หรือคำบาลีสันสกฤตและเลือกใช้คำที่เหมาะสมหรือประกอบคำขึ้นใหม่ คำบาลีสันสกฤตที่ใช้นั้นอาจ อยู่เดี่ยว ๆ หรือเกิดจากการประสมกันระหว่างคำบาลีด้วยกัน หรือคำสันสกฤตด้วยกันหรือคำบาลีกันคำสันสกฤต แม้แต่คำบาลีสันสกฤตกับคำไทย คำเขมร ฯลฯ มีให้เห็นอยู่ทั่วไป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com