ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

อินเตอร์เน็ต
(Internet)

ความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต
อินเตอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ต
ประเภทของคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์ที่ใช้การสื่อสารข้อมูลคอมพิวเตอร์
ระบบคอมพิวเตอร์
การทำงานแบบบัฟเฟอร์ (Buffering)
ระบบสพูลลิ่ง (Spooling System)
ระบบมัลติโปรแกรมมิ่ง (Multiprogramming)
ระบบแบ่งเวลา (Time-Sharing System)
ระบบเรียลไทม์ (Real-Time System)
ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือพีซี (Personal Computer Systems)
ระบบมัลติโปรเซสเซอร์ (Multipocessor System)
ระบบแบบกระจาย (Distributer System)
โครงสร้างของระบบปฏิบัติการ
เน็ตเวิร์ค (Networking)

ระบบคอมพิวเตอร์

จากวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์จนถึงปัจจุบันที่คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงระบบ ปฏิบัติการที่ทันสมัยมีโครงสร้างที่เหมาะสมและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพระบบคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งตามคุณสมบัติการทำงานดังนี้

  • ระบบที่ไม่มีระบบปฏิบัติการ
    ระบบคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆมีแต่เครื่องเปล่าๆไม่มีระบบปฏิบัติการผู้ใช้จะต้องเขียนโปรแกรมทั้งหมดตั้งแต่ควบคุมเครื่อง เตรียมข้อมูล ทำงานตามโปรแกรม ทำให้ใช้ประโยชน์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ได้น้อยมากไม่ค่อยคุ้มค่า และราคาค่อนข้างแพงทำให้การใช้คอมพิวเตอร์อยู่ในวงจำกัด และต้องจัดระบบภายหลังการใช้งานด้วยดังนั้นถ้าพิจารณาความสามารถในการดูแลและควบคุมระบบจะดีกว่าผู้ใช้ทั่วไป
  • ระบบงานแบ็ตซ์ (Batch system)
    ต่อมาเริ่มมีการพัฒนาการนำดีไวซ์สำหรับการนำข้อมูลเข้าระบบ และนำข้อมูล ออกจากระบบมาใช้งาน เช่น การ์ด, เทป ส่วนดีไวซ์ที่นำข้อมูลจากระบบ เช่น เครื่องพิมพ์, เทป และการ์ดเจาะรู การทำงานในลักษณะนี้ ผู้ใช้ไม่ได้ติดต่อโดยตรงกับระบบ เช่น เครื่องพิมพ์, เทป และการ์ดเจาะรู การทำงานในลักษณะนี้ผู้ใช้ไม่ได้ติดต่อโดยตรงกับระบบ เป็นเพียงผู้เตรียมข้อมูล เขียนโปรแกรม และข้อมูลสำหรับการควบคุมระบบ จึงมีภาษาที่เรียกว่า “ภาษาคุมงาน” (Job Control Language : JCL) เมื่อเขียนโปรแกรมแล้วบรรจุลงการ์ดเจาะรู (Punchcard) หลังจากนั้นจะนำเข้าระบบโดยโอเปอเรเตอร์ ซึ่งลักษณะการถ่ายข้อมูลเป็นกลุ่มจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่งนี้เรียกว่า “แบ็ตซ์” (batch) ซึ่งโปรแกรมเมอร์จะต้องฝากงานไว้กับโอเปอเรเตอร์เพื่อส่งงานเข้าระบบ โอเปอเรเตอร์จะเรียงลำดับงานเข้าเป็ฯกลุ่มที่ใช้ดีไวซ์หรือรีซอร์สที่คล้ายคลึงกัน เมื่อระบบโปรเซสงานเสร็จเรียบร้อยแล้วจะส่งผลให้โปรแกรมเมอร์ในลักษณะที่เหมาะสม เช่น การ์ดเจาะรู หรือเครื่องพิมพ์ เป็นต้น

 

การทำงานในระบบแบ็ตซ์ มีจุดด้อยตรงที่ความเร็วของซีพียูและอุปกรณ์รับ – ส่งข้อมูล หรืออินพุต/เอาต์พุตจุมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากการทำงานของอุปกรณ์รับ – ส่งข้อมูลเป็นกลศาสตร์ ในขณะที่ซีพียูทำงานด้วยความเวลาของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ซีพียูต้องหยุดรอ ถึงแม้จะมีการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพแล้วก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้มากนักทำให้การใช้ประโยชน์ของซีพียูต่ำมาก เช่น ความเร็วของซีพียูในช่วงไมโครวินาที ซึ่งทำงานหลายพันคำสั่งใน 1 วินาที ในขณะที่เครื่องอ่านการ์ดอาจจะได้เพียง 1200 การ์ดใน 1 นาที (20 การ์ดใน 1 วินาที) คุณจะเห็นความแตกต่างในเรื่องความเร็วของซีพียูกับอุปกรณ์ จึงได้มีการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหานี้ในสมัยแรก คือ ระบบบัฟเฟอร์ (Buffer) และระบบสพูลลิ่ง (Spooling)

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

ข้อเขียน-บทความ »

» จินตนา แก้วขาว กราบเธอที่ดวงใจ
» ทะริด ตะนาวศรี คนไทยที่ถูกลืม
» ปู่เย็น ณ สะพานลำใย แห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี

» จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ (รวมงานเขียน)
» ฉายเดี่ยว (รวมงานเขียน)
» งูเขียว หางบอบช้ำ (รวมงานเขียน)

» ตีหัวเข้าบ้าน ตะคอกโลก ตีหัวหมา
» ผายลมนี้มีผลย้อนหลัง
» ได้แต่หวังว่า เราจะอยู่ร่วมกันได้บนโลกที่เปรียบเสมือนบ้านของเราใบนี้ ด้วยความรู้สึกที่ดีประดุจดั่งกินข้าวจากหม้อเดียวกัน

» ขอเป็นตาแก่ขี้บ่นในหัวใจเธอ
» เมื่อคนขับรถปลอมตัวไปเล่นหุ้น (บันทึกการเล่นสด)

นิยาย-เรื่องสั้น »

» ตำนานบันลือโลก
» บันทึกทรราชย์
» ผมเกือบได้เป็นนักแต่งเพลงชื่อดังเสียแล้ว
» ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ
» แสนยานุภาพแห่งการรอคอย

สติ๊กเกอร์ไลน์