Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สถาบันการเมือง

รัฐธรรมนูญ (Constitution)
ความเป็นมาของรัฐธรรมนูญ
ลักษณะที่ดีของรัฐธรรมนูญ
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
กฎหมายและความเป็นมาของกฎหมาย
ที่มาของกฎหมาย
กฎหมายกับการรักษากฎหมาย (Law and Enforcement)

รัฐธรรมนูญ (Constitution)

รัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายสูงสุดของรัฐ เป็นกฎหมายแม่บทของกฎหมายทั้งหลายในรัฐ กฎหมายใดที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญต้องถือเป็นโมฆะ กฎหมายทั้งหมดในรัฐจำเป็นต้องเป็นไปตามแนวทางของกฎหมายรัฐธรรมนูญ

กฎหมายรัฐธรรมนูญโดยทั่วไปบัญญัติว่าด้วย รูปของรัฐ การแย่งแยกอำนาจอธิปไตย สิทธิและหน้าที่ของประชาชน รูปของรัฐบาลระเบียบแบบแผนของการปกครอง ฯลฯ วัตถุประสงค์ของความจำเป็นที่ต้องมีรัฐธรรมนูญ ก็คือ การปกครองรัฐต้องเป็นไปโดยกฎหมายมิใช่โดยผู้มีอำนาจ

รัฐธรรมนูญของแต่ละรัฐย่อมมีลักษณะผิดแผกแตกต่างกันไป ซึ่งพอจะจำแนกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร (Written Constitution)
  2. รัฐธรรมนูญจารีตประเพณี (Unwritten Constitution)
  3. รัฐธรรมนูญเดี่ยว และรัฐธรรมนูญรัฐรวม (Unitary Constitution and Federal Constitution)
  4. รัฐธรรมนูญสาธารณรัฐ และรัฐธรรมนูญกษัตริย์ (Republican Constitution and Monarchical Constitution)

1. รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร (Written Constitution)

คือ กฎหมายสูงสุดของรัฐซึ่งได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรรวมไว้ในฉบับเดียว โดยทั่วไปแล้วเนื้อหาในรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรมักจะขึ้นต้นด้วยด้วย วัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกี่ยวกับการอยู่ดีกินดีของประชาชน ความยุติธรรม ความสงบ ความเจริญก้าวหน้าของรัฐ เป็นต้น เมื่อหมดวัตถุประสงค์ของการมีรัฐธรรมนูญแล้ว ในขั้นต่อมาก็มักแบ่งอำนาจอธิปไตย ซึ่งโดยทั่วไปก็แบ่งออกเป็น 3 สาขา คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ในส่วนนี้ก็มักจะมีบทบัญญัติโดยละเอียดว่า จะให้ใครมาใช้อำนาจเหล่านี้โดยวิธีใด และพร้อมทั้งบัญญัติรูปของรัฐบาลด้วยว่าจะเป็นไปในระบบใด แบบใด

รัฐธรรมนูญจะมีหลักการที่จะแก้ไขบทปัญญัติบางประการของกฎหมายรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมต่อกาลสมัย วิธีการนี้ก็ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย สำหรับสิทธิของประชาชนนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการรับประกันไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย

ในการที่มีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรเป็นบรรทัดฐานเช่นนี้แล้ว ศาลสูงสุดของรัฐจึงมีหน้าที่ที่จะวินิจฉัยชี้ขาดไปได้ว่ากฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัตินั้นขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อมีผู้นำมาฟ้องต่อศาลสูงสุดหรือศาลฎีกา ถ้าศาลฎีกาตัดสินว่ากฎหมายใดขัดกับรัฐธรรมนูญ กฎหมายนั้นก็ถือว่าเป็นโมฆะ ในกรณีของไทยกำหนดให้มีศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่นี้

2. รัฐธรรมนูญจารีตประเพณี (Unwritten Constitution)

หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรก็ไม่ผิดนัก ประเทศสหราชอาณาจักรนั้นถือได้ว่าเป็นประเทศเดียวที่มีรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีเป็นลักษณะเด่น

รัฐธรรมนูญจารีตประเพณีนั้นอาศัยขนบธรรมเนียมประเพณีและวิธีการที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน รวมกันเข้าเป็นบทบัญญัติที่มีอำนาจเป็นกฎหมายสูงสุด กำหนดเป็นรูปของการปกครองรัฐ แต่ประเทศสหราชอาณาจักรก็มีกฎหมายธรรมดา ซึ่งออกเป็นลายลักษณ์อักษรโดยรัฐสภาหลายฉบับ ซึ่งล้วนแต่มีลักษณะกำหนดรูปการปกครองประเทศทั้งสิ้น เช่น Habeus Corpus Act (1679), Bill of Rights (1689), Act of Settlement (1701), Great Reform Act (1832), The Representation of the Peoples’ Act (1949) เป็นต้น

ฉะนั้น จึงขอย้ำว่ารัฐธรรมนูญจารีตประเพณีนั้นแตกต่างกับรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรตรงที่ว่า รัฐธรรมนูญจารีตประเพณีนั้นไม่ได้เป็นกฎหมายสูงสุดไว้ในฉบับเดียวกัน และการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นโดยทั่วไปง่ายกว่ารัฐธรรมนูญประเภทลายลักษณ์อักษร เพราะฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมายแก้ไขให้เหมาะสมตามกาลเวลาได้โดยไม่ต้องผ่านการอออกเสียงประชามติดังเช่นรัฐธรรมนูญประเภทลายลักษณ์อักษรส่วนใหญ่กำหนดไว้



3. รัฐธรรมนูญเดี่ยว และรัฐธรรมนูญรัฐรวม (Unitary Constitution and Federal Constitution)

รัฐเดี่ยว คือ ประเทศไทย ประเทฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น รัฐเดี่ยวมีลักษณะเป็นรัฐที่มีระบบรัฐบาลเดี่ยว กล่าวคือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการนั้นอยู่ที่รัฐบาลกลาง โดยแบ่งแยกอำนาจสาขาออกไปตามส่วนภูมิภาค พอสรุปได้ว่ารัฐเดี่ยวนั้นอำนาจมาจากส่วนกลางกระจายออกสู่ส่วนภูมิภาค

ส่วน รัฐรวม คือ รัฐที่มีระบบรัฐบาลซ้อนกันสองระบบ กล่าวคือมี ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการของรัฐบาลกลางและรัฐส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป เป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน รัฐบาลกลางมีอำนาจ 2 แบบ คือ

  1. รัฐบาลกลางมีอำนาจเท่าที่รัฐบาลท้องถิ่นกำหนดให้เท่านั้น จะปรากฏในรูปของสหพันธรัฐ (Federation) เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มลรัฐต่างๆ รวมตัวกันสร้างรัฐบาลกลางร่วมกันขึ้นมา หรือในลักษณะของสหภาพ ยุโรป
  2. รัฐบาลท้องถิ่นมีอำนาจเท่าที่รัฐบาลกลางได้กำหนดให้เท่านั้น เช่น อังกฤษและสก๊อตแลนด์ ในสมัยนายกรัฐมนตรี Tony Blair ได้จัดให้มีประชามติ (Referendum) ผลปรากฏว่าสก๊อตแลนด์ได้แยกตัวออกเป็นเขตปกครองตนเอง มีรัฐสภาปกครองตนเอง เท่าที่รัฐบาลกลางให้อำนาจไว้ เป็นการแก้ปัญหาความรุนแรงระหว่างดินแดนต่างๆ ที่พยายามแยกตัวออกมาได้โดยการประนีประนอม และไม่มีการถ่วงความเจริญของกันและกันซึ่งในการปกครองรูปแบบนี้เป็นการปกครองแบบแบ่งอำนาจกันระหว่างท้องถิ่นต่างๆ ของรัฐ ให้มีอำนาจออกกฎหมายบังคับในเขตปกครองของตนได้ ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ส่วนรัฐธรรมนูญของรัฐมักมีซ้อนกัน 2 รัฐธรรมนูญ กล่าวคือ รัฐธรรมนูญของสหรัฐฉบับหนึ่ง กับรัฐธรรมนูญของมลรัฐอีกมลรัฐละ 1 ฉบับ ซึ่งทั้งรัฐและมลรัฐมีอำนาจออกกฎหมายบังคับในเขตการปกครองของตน แต่จะก้าวก่ายอำนาจซึ่งกันและกันไม่ได้ ข้อสังเกตก็คือ รัฐธรรมนูญของของสหรัฐหรือรัฐธรรมนูญของชาตินั้นเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐ ถ้ารัฐธรรมนูญชองมลรัฐชัดแย้งกับรัฐธรรมนูญของสหรัฐนี้ รัฐธรรมนูญของมลรัฐจะถือเป็นโมฆะ แต่ถ้าอำนาจอันใดมิได้รับุไว้ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐ รัฐธรรมนูญของมลรัฐก็มีสิทธิที่ใช้อำนาจนั้นๆ ได้

4. รัฐธรรมนูญสาธารณรัฐ และรัฐธรรมนูญกษัตริย์ (Republican Constitution and Monarchical Constitution)

หลักของการแบ่งรัฐธรรมนูญสองประเภทนี้ถือเอาประมุขของรัฐเป็นหลัก รัฐธรรมนูญของรัฐใดที่บัญญัติว่าประมุขของรัฐเป็นประธานาธิบดี รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีสภาพเป็นรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐ แต่ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใดบัญญัติให้มีประมุขของรัฐเป็นกษัตริย์หรือเป็นราชินี รัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็เป็นรัฐธรรมนูญกษัตริย์

สำหรับประธานาธิบดีในรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐมีอยู่ 3 ประเภท คือ

รัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้มีระบอบการปกครองแบบมีกษัตริย์เป็นประมุขของรัฐก็แบ่งกษัตริย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. กษัตริย์ที่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ อันได้แก่ รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับ รัฐธรรมนูญของมาเลเซีย สวีเดน ญี่ปุ่น เป็นอาทิ กษัตริย์ทรงเป็นแต่เพียงประมุขของรัฐเท่านั้น มีหน้าที่เช่นเดียวกับประธานาธิบดีผู้ทำหน้าที่เป็นประมุขของรัฐเท่านั้น ไม่ได้ทรงทำการบริหารประเทศ กษัตริย์ คือ สัญลักษณ์แห่งความสามัคคี (Symbol of Unity) แห่งรัฐ ฉะนั้น กษัตริย์ไม่ต้องรับผิดชอบในการบริหาร อำนาจทางการบริหารจึงตกอยู่กับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
  2. กษัตริย์แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute Monarchy) กษัตริย์อยู่เหนือกฎหมายหรือกษัตริย์คือกฎหมาย การปกครองระบอบนี้ยังมีอยู่เช่นประเทศโมร็อคโค ซาอุดิอาระเบีย จอร์แดน เป็นต้น ถึงแม้ว่าประเทศเหล่านี้จะมีรัฐธรรมนูญกษัตริย์และมีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารประเทศ แต่ผู้มีอำนาจจริงๆ แล้ว ก็คือ กษัตริย์นั่นเอง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com