Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การเมืองการปกครอง
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

โดย สถาบันพระปกเกล้า

สาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
คณะราษฎร
เหตุการณ์วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475

คณะราษฎร

        กลุ่มบุคคลผู้เป็นนักศึกษาจากต่างประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยได้คิดกันว่าการปกครองระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ล้าสมัย ไม่อาจทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าได้ เพราะปัญหาทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง มิได้รับการแก้ไข ในระบอบการปกครองเก่า และเชื่อมั่นว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบใหม่แล้วจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้และทำให้ประเทศมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วทัดเทียมอารยประเทศตะวันตก ประกอบกับบุคคลกลุ่มนี้มีความไม่พอใจพระราชวงศ์ ขณะศึกษาอยู่ได้รับอุดมการณ์ทางการเมืองแบบใหม่ด้วย เหล่านี้มีส่วนผลักดันให้มีการเตรียมการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยเริ่มต้นประชุมวางแผนที่บ้านนักเรียนไทยในฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ.2467 ผู้เข้าร่วมประชุมมีดังนี้คือ

1. นายปรีดี พนมยงค์
2. ร.ท.แปลก ขีตตะสังคะ
3. นายประยูร ภมรมนตรี
4. ร.ท.ทัศนัย นิยมศึก
5. นายตั้ว ลพานุกรม
6. นายแนบ พหลโยธิน
7. หลวงศิริราชไมตรี (จรูญ สิงหเสนี)



กลุ่มบุคคลเหล่านี้ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นคณะราษฎรโดยแท้จริงหลังจากกลับไปรับราชการในประเทศ ได้ตั้งเป้าหมายปฏิบัติการของกลุ่มไว้ 3 ประการดังนี้คือ

1. ศึกษาและวางแผนปฏิบัติ
2. หาพรรคพวกและผู้สนับสนุนซึ่งจะต้องเป็นบุคคลสำคัญในหน่วยราชการ
3. ต้องทำการหาทุนในการดำเนินงาน

ผู้นำของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ได้แก่ นายปรีดี พนมยงค์ หรือหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งเป็นชาวอยุธยา เกิดเมื่อปี พ.ศ.2443 บิดามารดาเป็นชนชั้นกลาง มีอาชีพในการค้าขายและทำนา นายปรีดีได้รับการศึกษาในโรงเรียนสามัญของรัฐบาลจนจบชั้นมัธยมบริบูรณ์แล้วจึงเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนกฎหมาย ภายหลังที่เรียนจบและได้เป็นเนติบัณฑิตไทยแล้วได้เข้ารับราชการในกระทรวงมหาดไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2463 สอบชิงทุนของกระทรวงยุติธรรมได้และไปศึกษาจนจบปริญญาเอกทางกฎหมาย รวมทั้งได้ปริญญาชั้นสูงในวิชาการเศรษฐกิจอีกด้วย และกลับมารับราชการในกระทรวงยุติธรรมได้บรรดาศักดิ์เป็นหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ตอนหลังได้ลาออกจากบรรดาศักดิ์

ขณะที่ศึกษาในต่างประเทศ นายปรีดี ได้มีโอกาสเผยแนวความคิดของเขาแก่นายประยูร ภมรมนตรี ร้อยโท หลวงพิบูลสงคราม หลวงทัศนัยนิยมศึก และได้ร่วมมือกันปฏิบัติการตามอุดมการณ์ที่วางไว้ 3 ประการ ดังกล่าว บุคคลทั้ง 4 นี้ถือได้ว่าเป็นบุคคลผู้ริเริ่มวางแผนการและเป็นผู้นำชั้นแนวหน้าในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ความคิดปฏิวัติขณะนั้นดูเหมือนจะเป็นความคิดที่เลือนลางเพราะแต่ละคนเป็นเพียงนายทหารและข้าราชการชั้นผู้น้อยไม่ได้มีอำนาจควบคุมกำลังส่วนใหญ่พอที่จะนำรัฐประหารยึดอำนาจได้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ก็มิได้ละความพยายามแต่ทุ่มเทให้กับงานสำคัญคือ ขยายอุดมการณ์แนวความคิด อาศัยการตีสนิทชิดเชื้อกับนายทหารระดับสูงและข้าราชการที่มีอำนาจตามเจตนารมณ์เดิม การเสาะหากำลังและสมาชิก เพิ่มเติมรวมทั้งเงินทุนได้ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนประสบความสำเร็จ คือ นอกจากจะได้คนหนุ่มมาเพิ่มเติมซึ่งได้แก่ นายตั้วลพานุกรม ได้รับปริญญาเอกในวิชาวิทยาศาสตร์ นายแนบ พหลโยธิน นักเรียนไทยในอังกฤษ และหลวงสิริราชไมตรีแล้วยังได้ชักจูงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งขณะนั้นมีความเบื่อหน่ายต่อระบอบการปกครอง สภาพเศรษฐกิจและสังคมซึ่งไม่ได้รับการแก้ไข และได้ลอบวางแผนยึดอำนาจของรัฐ ซึ่งเผอิญไปสอดคล้องกับแผนของกลุ่ม คณะราษฎร ซึ่งเป็นนายทหารและข้าราชการชั้นผู้น้อย คนเหล่านั้นยังลังเลใจในการที่จะยึดอำนาจการปกครองอยู่ จนกระทั่งในตอนปลายปี พ.ศ.2475 กระบวนการหาสมาชิกเพิ่มของกลุ่มคณะราษฎรก็ได้ขยายแวดวงเข้ามาถึง กลุ่มนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นสามัญชนและขุนนางที่ไม่พอใจระบอบการปกครองในขณะนั้นและได้ล่วงรู้แผนการปฏิวัติของกลุ่มนายทหารชั้นผู้น้อย และเข้าร่วมด้วย ผู้นำของกลุ่มนายทหารชั้นผู้ใหญ่ดังกล่าว ได้แก่

1. พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา
2. พันเอก พระยาทรงสุรเดช
3. พันเอก พระยาฤทธิอัคเนย์
4. พันโท พระประศาสน์พิทยายุทธ
5. นายทหารซึ่งเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยทหารบกอีกหลายนาย

กลุ่มนายทหารผู้ใหญ่เหล่านี้ได้ช่วยกันขยายขอบเขตของสมาชิก และร่วมวางแผนการปฏิวัติกับกลุ่มนายทหาร และพลเรือนชั้นผู้น้อย สมาชิกในขณะนั้นมีเพียง 114 คนเท่านั้น คือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่อยู่ในกลุ่มของพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา และพันเอกพระยาทรงสุรเดช 8 คน นายทหารชั้นผู้น้อยที่อยู่ในกลุ่มของพันตรีหลวงพิบูลสงคราม และหลวงทัศนัยนิยมศึก 23 คน นายทหารเรือซึ่งนำโดยหลวงสินธุสงครามชัย 18 คน และอีก 65 คน ซึ่งเป็นพลเรือนนำโดยหลวงประดิษฐ์มนูธรรม

แต่ทหารเหล่านี้ก็มิได้เป็นทหารที่อยู่ในหน้าที่คุมกำลัง แต่ทำหน้าที่เป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการ ยกเว้น พระยาฤทธิอัคเนย์ ซึ่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งขณะนั้นก็ยังไม่ตกลงใจแน่วแน่ว่าจะร่วมมือด้วยอย่างจริงจังหรือไม่ ซึ่งทำให้คณะราษฎรหนักใจต่อการยึดอำนาจครั้งนี้ พ.อ.พระยาทรงสุรเดชได้รับมอบหมายจากกลุ่มให้หาทางแก้ปัญหาดังกล่าวนี้คือ ให้หาวิธีการที่จะให้ได้มาซึ่งกำลังทหารที่จะใช้ในการยึดอำนาจ การขบคิดแก้ปัญหาประสบผลตอนต้นปี พ.ศ.2475 นั่นคือ จะต้องมีการเคลื่อนกำลังทหารโดยการออกคำสั่งและคำชักชวนปลอมว่า ให้กองกำลังบางส่วนเคลื่อนกำลังออกไปปราบปรามผู้คิดกบฏต่อรัฐบาลโดยเฉพาะกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ และบางส่วนชมการฝึกของนักเรียนนายร้อยทหารบกและทหารเรือ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com