Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

การเผยแผ่พระพุทธศาสนา

การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปเอเชีย
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศยุโรป
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปอเมริกาเหนือ
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปออสเตรเลีย

การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปเอเชีย

พระพุทธศาสนาซึ่งได้อุบัติขึ้นในชมพูทวีป เมื่อ 2,500 กว่าปีมาแล้วได้เริ่มหลายไปสู่ดินแดนต่าง ๆ นับ ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นต้นมา แม้ว่าผู้นับถือพระพุทธศาสนาส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชียแต่ปัจจุบันได้ หลายไปทั่วโลก ซึ่งพิสูจน์ให้สังคมทั่วโลกได้รู้ว่าหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าสามารถนำไปใช้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมีเหตุมีผล

ประเทศจีน
พระพุทธศาสนาได้เข้ามาในประเทศจีน เมื่อประมาณพุทธศักราช 608 ในสมัยพระจักรพรรดิเม่งเต้ แห่งราชวงศ์ฮั่น พระองค์ได้จัดส่งคณะทูต 18 คน ไปสืบพระพุทธศาสนาในอินเดีย พระสงฆ์จีนที่เดินทางไปสืบศาสนาที่อินเดียแล้วกลับมาปรับปรุงฟื้นฟูศาสนาในจีนที่มีชื่อเสียงคือ พระถังซัมจั๋ง

ใน พ.ศ.2455 ประเทศจีนได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสาธารณรัฐจีน รัฐบาลไม่ได้สนับสนุนในพระพุทธศาสนา แต่สนับสนุนแนวความคิดของลัทธิมาร์กซิสต์ ซึ่งลัทธิดังกล่าวได้โจมตีพระพุทธศาสนาตลอดมา และมีการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระพุทธศาสนามากขึ้น โดยเอาวัดไปใช้ในสถานที่ราชการอื่น ๆ สถานการณ์ของพระพุทธศาสนาจึงยังไม่ดีขึ้น

ใน พ.ศ. 2465 พระสงฆ์จีนรูปหนึ่งชื่อว่า พระอาจารย์ไท้สู ได้ช่วยกู้ฐานะของพระพุทธศาสนาไว้บางส่วนคือ ท่านได้ทำการปฏิรูปพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง เริ่มด้วยการตั้งวิทยาลัยสงฆ์ขึ้นที่ วูซัน เอ้หมึง เสฉวน และหลิ่งนาน เพื่อฝึกผู้นำทางพระพุทธศาสนาให้มีความรู้ทางพระธรรมวินัยและวิชาการทางโลกสมัยใหม่ แล้วนำมาเผยแผ่เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ความพยายามของพระอาจารย์ไท้สู ทำให้ประชาชนและรัฐบาลเข้าใจในพระพุทธศาสนาดีขึ้น ทางราชการได้ออกคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์สินของวัดห้ามนำไปใช้ในกิจการอื่น

ต่อมาเมื่อผู้นำการปกครองจีนคือ เหมา เจ๋อ ตุง ได้ถึงแก่อสัญกรรม ใน พ.ศ. 2519 รัฐบาลชุดใหม่ของจีนคลายความเข้มงวดลงบ้างให้เสรีภาพการนับถือศาสนาของประชาชนมากขึ้น ในปัจจุบัน มีการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาลัทธิมหายานขึ้นใหม่ นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังให้การสนับสนุนจัดตั้งพุทธสมาคมแห่งประเทศจีน และสภาการศึกษาพระพุทธศาสนาแห่งประเทศจีนขึ้นในกรุงปักกิ่งด้วย เพื่อเป็นศูนย์กลางการติดต่อเผยแผ่พระพุทธศาสนากับประเทศต่างๆทั่วโลก ปัจจุบันนี้ชาวจีนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการนับถือลัทธิขงจื๊อ และลัทธิเต๋า

 

ประเทศเกาหลี
พระพุทธศาสนาเริ่มแผ่เข้าสู่ประเทศเกาหลีเมื่อ พ.ศ. 915 โดยสมณทูตซุนเตา เดินทางจากจีนเข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรโกคุริโอ คือประเทศเกาหลี พระพุทธศาสนาได้ขยายเข้ามาในเกาหลีอย่างรวดเร็ว มีการสร้างวัดขึ้นมากมายประเทศเกาหลีในสมัยก่อนประกอบด้วย 3 อาณาจักร คือ โกคุริโอ ปีกเช และซิลลา แต่ผู้นำทั้ง 3 อาณาจักรนับถือพระพุทธศาสนาและให้การสนับสนุนกิจการต่าง ๆ และทรงถือว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

พ.ศ. 1935 พระพุทธศาสนาในเกาหลีเริ่มเสื่อมลงเมื่อราชวงศ์โซซอนาขึ้นมามีอำนาจ ราชวงศ์นี้ได้เชิดชูลัทธิขงจื๊อให้ เป็นศาสนาประจำชาติ จึงทำการกดขี่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาจนทำให้พระสงฆ์ต้องหนีออกไปอยู่อย่างสงบตามชนบทป่าเขา

ตอนปลายสงครามโลกครั้งที่สอง พ.ศ. 2488 เกาหลีจึงถูกแบ่งเป็น 2 ประเทศ คือ เกาหลีเหนืออยู่ภายใต้การดูแลของสหภาพโซเวียต มีชื่อว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ส่วนเกาหลีใต้อยู่ภายใต้การดูแลของสหรัฐอเมริกามีชื่อประเทศว่า สาธารณรัฐเกาหลี

พระพุทธศาสนาในเกาหลีเหนือปกครองด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์ จึงไม่สนับสนุนพระพุทธศาสนา ส่วนในเกาหลีใต้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของเกาหลี คือ มหาวิทยาลัยดองกุก ใน พ.ศ. 2507 คณะสงฆ์เกาหลีใต้ได้ตั้งโครงการแปลและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับเกาหลีขึ้นเรียกว่า ศูนย์แปลพระไตรปิฎกเกาหลี ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยดองกุก

ประเทศญี่ปุ่น
พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นโดยผ่านทางเกาหลีในหนังสือประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นได้บันทึกไว้ว่า ในรัชกาลพระเจ้ากิมเมจิจักรพรรดิองค์ที่ 29 พระพุทธศาสนาได้เข้าสู่ญี่ปุ่นโดยพระเจ้าเซมาโว แห่งเกาหลีส่งราชทูตไปยังราชสำนักพระเจ้ากิมเมจิพร้อมด้วยพระพุทธรูป ธง คัมภีร์พุทธธรรม แสดงพระราชประสงค์ที่จะขอให้พระเจ้ากิมเมจิรับนับถือพระพุทธศาสนา ทรงรับด้วยความพอพระทัยทั้งนี้เป็นการเริ่มต้นของพระพุทธศาสนาในญี่ปุ่น แต่ภายหลังที่พระองค์สิ้นพระชนม์แล้วพระจักรพรรดิองค์ต่อ ๆ มาก็มิได้ใส่พระทัยในพระพุทธศาสนาเสื่อมลง จนถึงสมัยของจักรพรรดินีซุยโก ได้ทรงสถาปนาเจ้าชายโชโตกุเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน พ.ศ. 1135 เจ้าชายพระองค์นี้ได้ทรงวางรากฐานการปกครองประเทศญี่ปุ่น พระพุทธศาสนาจึงได้เจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคงในญี่ปุ่น ประชาชนญี่ปุ่นต่างแข่งขันกันสร้างวัดในพระพุทธศาสนาและสำนักปฏิบัติธรรมเป็นอันมาก ยุคสมัยนี้ได้ชื่อว่ายุคโฮโก คือยุคที่สัทธรรมไพโรจน์ เจ้าชายโชโตกุได้ทรงประกาศธรรมนูญ 17 มาตรา ประกาศหลักสามัคคีธรรมของสังคม ด้วยการเคารพเชื่อถือพระรัตนตรัย เจ้าชายโกโตกุสิ้นพระชนม์ลง หลังจากนั้นมาพระพุทธศาสนาก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายนิกาย พระพุทธศาสนาก็ยิ่งเสื่อมลง เพราะนโยบายการปกครองประเทศบีบบังคับทางอ้อมจนถึงยุคเมอิจิ ลัทธิชินโตได้รับความนิยมนับถือแทนพระพุทธศาสนา ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นนับถือพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับศาสนาชินโต พระพุทธศาสนาแบ่งออกเป็นหลายนิกายที่สำคัญมี 5 นิกาย คือ นิกายเทนได (เทียนไท้) นิกายชินงอน นิกายโจโด (สุขาวดี) นิกายเซน (ชยาน หรือ ฌาน) นิกายนิชิเรน

ประเทศเนปาล
พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเนปาลทางประเทศอินเดีย แต่เดิมนั้นประเทศเนปาลเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินเดีย สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าคือสวนลุมพินีอยู่ในเขตประเทศเนปาลปัจจุบันในสมัยพุทธกาลภาย หลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระอานนท์ไปเผยแผ่พระศาสนาในบริเวณนั้น

ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงสร้างวัดและเจดีย์หลายแห่งซึ่งคงปรากฏอยู่ที่นครกาฐมาณฑุในปัจจุบันต่อมาในสมัยที่ชาวมุสลิมเข้ารุกรานแคว้นพิหาร และเบงกอล ในประเทศอินเดีย พระภิกษุจากอินเดียต้องหลบหนีภัยเข้าไปอาศัยอยู่ในเนปาล ซึ่งพระภิกษุเหล่านั้นได้นำคัมภีร์อันมีค่าไปด้วยและมีการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีจนถึงทุกวันนี้ และเมื่อมหาวิทยาลัยนาลันทา(อินเดีย) ถูกทำลายทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมสูญไปจากอินเดีย ส่งผลให้พระ พุทธศาสนาในเนปาลเสื่อมลงด้วย คุณลักษณะพิเศษที่เป็นเครื่องหมายประจำพระพุทธศาสนา เช่น ชีวิตพระสงฆ์ในวัด การต่อต้านการถือวรรณะ การปลดเปลื้องความเชื่อถือไสยศาสตร์ต่าง ๆ เป็นต้น ก็เลือนหายไป

พระพุทธศาสนาในเนปาลยุคแรกเป็นพระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมหรือแบบเถรวาท ต่อมาเถรวาทเสื่อมสูญไปเนปาลกลายเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนามหายานนิกายตันตระซึ่งใช้คาถาอาคมและพิธีกรรมแบบไสยศาสตร์ นอกจากนี้มีนิกายพุทธปรัชญาสำนักใหญ่ ๆ เกิดขึ้นอีก 4 นิกาย คือ สวาภาวิภะ ไอศวริกะ การมิกะ และยาตริกะ แต่ละนิกายก็ยังแยกเป็นสาขา

พระพุทธศาสนาเนปาลในปัจจุบัน ได้มีการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทขึ้น โดยส่งภิกษุสามเณรไปศึกษาในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท เช่น ไทย พม่า ศรีลังกา โดยเฉพาะในประเทศไทย ภิกษุสามเณรชาวเนปาล ได้บรรพชาและอุปสมบทแบบเถรวาทได้มาศึกษาปริยัติธรรม และศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง คือ มหามกุฏราชวิทยาลัย และมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย นอกจากนี้คณะสงฆ์เนปาลได้กราบทูลเชิญเสด็จสมเด็จพระญาณสังวร(สมเด็จพระสังฆราช)

ให้บรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรชาวเนปาล ณ กรุงกาฐมาณฑุ พร้อมทั้งทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดชาวเนปาล

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com