วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา >>

การขึ้นทะเบียนสารเคมี

        สารเคมีเกษตรก่อนที่จะนำมาจำหน่ายในตลาดได้นั้น ไม่ใช่ว่าผลิตหรือนำเข้ามาแล้วจะจำหน่ายได้ทันที จำเป็นต้องผ่านการประเมินและขึ้นทะเบียนสารเคมีก่อน เพื่อทดสอบความปลอดภัยโดยเฉพาะในเรื่องพิษที่มีต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบก็คือกรมวิชาการเกษตร นั่นเอง

ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตร มายื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายกับกรมวิชาการเกษตรจำนวนมาก ซึ่งการที่สารเคมีแต่ละชนิดจะสามารถผ่านขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียนได้ผู้ประกอบการจะต้องนำสารเคมีที่ขอขึ้นทะเบียนไปทำการวิจัยและทดสอบประสิทธิภาพของวัตถุอันตรายจำนวน 2 สถานที่หรือ 2 ฤดูกาล และสารเคมีต้องผ่านการวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพ รวมทั้งการประเมินข้อมูลทางด้านพิษวิทยาทั้งพิษเฉียบพลันและพิษเรื้อรัง ซึ่งต้องมีความปลอดภัยทั้งต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม โดยผู้ประกอบการจะต้องยื่นข้อมูลการวิจัยทดสอบทั้งหมดดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการฯประเมินผลและพิจารณาก่อนที่จะให้มีการขึ้นทะเบียน

ดังนั้น กรณีที่มีข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ เสนอกระทรวงเกษตรฯเร่งรัดการขึ้นทะเบียนสารเคมีจำนวนมากที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ผลิตและผู้นำเข้าสารเคมีดังกล่าว โดยเฉพาะสารเคมีที่นำเข้าจากประเทศจีนจึงไม่เป็นความจริง การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบต่างๆหลายขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาและทดสอบจนแน่ใจว่าสารเคมีที่จะอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนนั้นจะไม่เป็นพิษต่อมนุษย์ สัตว์ และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

จนถึงขณะนี้มีผู้ยื่นข้อมูลพิษวิทยาให้ประเมินจำนวน 721 คำขอ ซึ่งคณะทำงานประเมินข้อมูลพิษวิทยาได้ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปีประเมินข้อมูลทางด้านพิษวิทยาและพิษตกค้าง ผลปรากฏว่ามีสารเคมีที่ผ่านการประเมินทางพิษวิทยาเพียง 102 คำขอ โดยในส่วนของคำขอที่ไม่ผ่านการประเมินนั้นเนื่องจากขาดข้อมูลการศึกษาด้านการทดสอบความปลอดภัย ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้แจ้งให้ผู้ประกอบการนำส่งข้อมูลเอกสารเพิ่มเติมแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิชาการและเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย



นอกจากนี้เมื่อผ่านขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายแล้ว หากผู้ประกอบการมีความประสงค์จะนำเข้าหรือผลิตสารเคมีจะต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตรอีกขั้นตอนหนึ่งด้วยเช่นกัน โดยก่อนที่จะอนุญาตให้มีการผลิตได้นั้นจะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของโรงงานด้วยว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

กรมวิชาการเกษตรจะตรวจสอบการนำเข้าสารเคมีทุกชิปเม้นท์ ตรวจโรงงานที่ผลิต รวมทั้งร้านจำหน่ายสารเคมีเป็นระยะ หากพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายและพักใช้ใบอนุญาตทันที

“จากการที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรเพื่อส่งออกที่สำคัญประเทศหนึ่งของโลกและยังเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อนชื้นซึ่งมีการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้สารเคมีเพื่อป้องกันและกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมและกำกับดูแลการนำเข้าและการผลิตสารเคมี ตลอดจนการควบคุมฉลากเพื่อให้มีการใช้สารเคมีอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายทั้งต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการวิจัยและส่งเสริมให้เกษตรกรได้หันมาใช้สารจากธรรมชาติและการกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธีร่วมด้วย”

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

ข้อเขียน-บทความ »

» จินตนา แก้วขาว กราบเธอที่ดวงใจ
» ทะริด ตะนาวศรี คนไทยที่ถูกลืม
» ปู่เย็น ณ สะพานลำใย แห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี

» จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ (รวมงานเขียน)
» ฉายเดี่ยว (รวมงานเขียน)
» งูเขียว หางบอบช้ำ (รวมงานเขียน)

» ตีหัวเข้าบ้าน ตะคอกโลก ตีหัวหมา
» ผายลมนี้มีผลย้อนหลัง
» ได้แต่หวังว่า เราจะอยู่ร่วมกันได้บนโลกที่เปรียบเสมือนบ้านของเราใบนี้ ด้วยความรู้สึกที่ดีประดุจดั่งกินข้าวจากหม้อเดียวกัน

» ขอเป็นตาแก่ขี้บ่นในหัวใจเธอ
» เมื่อคนขับรถปลอมตัวไปเล่นหุ้น (บันทึกการเล่นสด)

นิยาย-เรื่องสั้น »

» ตำนานบันลือโลก
» บันทึกทรราชย์
» ผมเกือบได้เป็นนักแต่งเพลงชื่อดังเสียแล้ว
» ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ
» แสนยานุภาพแห่งการรอคอย

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-