Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ทะไลลามะ ประมุขแห่งธิเบต

อัญญรัตน์ อ่อนสุทธิ

        แม้ประวัติศาสตร์มิอาจเปลี่ยนแปลงได้แต่ ณ ที่แห่งนี้ “เมืองธรรมศาลา” ความเป็นชนชาติธิเบต ทั้งความเชื่อ ภาษา ประเพณี และวัฒนธรรม ยังดำรงอยู่ พร้อมที่จะถ่ายทอดแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจเข้าไปศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีตมากกว่าสองพันปีของชนชาติสิงโตหิมะแห่งที่ราบสูง

จากภูเขาสู่ภูเขา

ธรรมศาลา (Dharamsala) หรือแม็คลอร์ดกานจ์ (McLeodGanj) ตั้งอยู่ในรัฐหิมาจัลประเทศ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐอินเดีย มีอาณาเขตติดกับรัฐชัมมูและแคชเมียร์ รัฐอุตตราขัณฑ์ รัฐปัญจาบ รัฐหรยาณา รัฐอุตตรประเทศ โดยมีเขตแดนติดกับธิเบต ปัจจุบันธรรมศาลาเป็นที่ประทับของ “ทะไลลามะ องค์ที่ 14” ผู้เป็นประมุขและผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งธิเบต ซึ่งลี้ภัยมากับประชาชนของพระองค์จัดตั้งรัฐบาลธิเบตพลัดถิ่น เมื่อครั้งประเทศธิเบตถูกจีนเข้ายึดครองประเทศ เมื่อปี 1960 ขณะนี้ชาวธิเบตยังคงอพยพเข้ามาอินเดียอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากมาอยู่ที่เมืองธรรมศาลาแล้วยังกระจายไปยังรัฐต่างๆอีกหลายแสนคน

การเสด็จลี้ภัยการเมืองของทะไลลามะและชาวธิเบตเป็นจำนวนมากซึ่งไปอยู่ทางตอนเหนือของอินเดีย ทำให้พุทธศาสนาฝ่ายธิเบตเป็นที่รู้จักของชาวโลกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เป็นไปได้ที่ว่าต่อไปในอนาคตอาจมีส่วนฟื้นฟูพุทธศาสนาให้กลับคืนมาสู่ภาคเหนือของอินเดีย ดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ่อเกิดของพุทธศาสนาก็เป็นได้

ตำนานของผู้สืบทอด

ทะไลลามะคือประมุขสูงสุดของชาวธิเบต เป็นพระในนิกายเกลุกปะหรือนิกายหมวกเหลือง ซึ่งเป็น 1 ใน 4 นิกายของธิเบต แต่ไหนแต่ไรมาชาวทิเบตเชื่อกันว่าทะไลลามะเป็นการอวตาร (reincarnation) ของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ซึ่งเรียกว่า เชนรีซี (Chen-re-zi) เพื่อช่วยชาวธิเบตและชาวโลกให้พ้นไปจากความทุกข์ ทะไลลามะจึงเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ไม่มีกิเลสใดๆ แต่การที่ทรงกลับมาเกิดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยความเมตตากรุณาประสงค์จะขนสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ข้ามพ้นไปจากทะเลแห่งวัฏสงสาร

ชาวธิเบตเชื่อในการอวตาร การเลี้ยงดูและเตรียมตัวทะไลลามะ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง จึงมีกระบวนการตามหาผู้สืบทอดเป็นทะไลลามะตั้งแต่วัยทารกหรือไม่เกิน 2-3 ปี ทะไลลามะองค์ที่ 14 ซึ่งเป็นองค์ปัจจุบัน ได้รับการค้นพบที่กระท่อมของชาวนายากจนครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของธิเบต ซึ่งเวลานั้นเป็นเขตปกครองของจีน

เด็กน้อยสามารถทักทายบุคคลในคณะค้นหาได้อย่างถูกต้องทุกคน อีกทั้งสามารถชี้เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ ของทะไลลามะองค์ก่อนได้แม่นยำ และได้ผ่านการพิสูจน์ตามธรรมเนียมของชาวธิเบตจนครบถ้วน กระทั่งแน่ใจว่าเป็นอวตารของทะไลลามะองค์ก่อนแท้จริง โดยเด็กที่ได้รับการค้นพบจะถูกนำมาเลี้ยงดู ให้การศึกษา เพื่อตระเตรียมเป็นทะไลลามะ ซึ่งระหว่างรอคอยการเติบโตนั้นจะมีผู้สำเร็จราชการแทน

อย่างไรก็ตาม การสืบทอดผู้นำผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนนับล้าน ไม่ใช่เรื่องของความเชื่ออย่างบริสุทธิ์เสียทีเดียว หากแต่ยังมีอิทธิพลจากภายในและภายนอกธิเบตเข้ามาเป็นตัวแปรด้วย จึงมีการแย่งชิงอำนาจระหว่างทะไลลามะกับผู้สำเร็จราชการแผ่นดินของพระองค์ ดังกรณีของทะไลลามะองค์ที่ 9 , 10 , 11 และ 12 ซึ่งสิ้นพระชนม์ตั้งแต่อายุยังน้อยติดต่อกันถึง 4 พระองค์ เป็นที่สงสัยกันว่าผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจะเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์ เพื่อที่ตนจะได้มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน กระทั่งต่อมาเมื่อทะไลลามะองค์ที่ 13 ได้ขึ้นมาสืบทอดก็ทำให้อำนาจการบริหารแผ่นดินธิเบตกลับคืนสู่ทะไลลามะอีกครั้งจวบปัจจุบัน

 

มหาสมุทรแห่งปัญญา

ในภาษามองโกลคำว่า “ทะไล” แปลว่ามหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ส่วนในภาษาธิเบต “ลามะ” หมายถึงผู้มีความรู้ ทะไลลามะจึงมีความหมายถึงมหาสมุทรแห่งปัญญา โดยชาวธิเบตเรียกพระองค์ว่า "เกิยลวา รินโปเช" "คุนดุน" หรือ "เยเช นอรบ"

ทะไลลามะองค์ที่ 14 ซึ่งเป็นองค์ปัจจุบันมีพระนามเต็มว่า จัมเฟล งาวัง ลอบซัง เยเช เท็นซิน กยัตโส (Jamphel Ngawang Lobsang Yeshe Tenzin Gyatso) พระองค์ได้รับการสถาปนาให้เป็นทะไลลามะองค์ที่ 14 ขณะพระชนม์ได้ 4 พรรษา โดยมีเรติง รินโปเช (Reting Rinpoche) เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทน ทรงเริ่มการศึกษาเมื่อพระชนมายุได้ 6 พรรษา เมื่อพระชนมายุได้ 16 พรรษาก็ทรงรับผิดชอบบริหารบ้านเมืองทั้งศาสนจักรและอาณาจักร ต่อมาเมื่ออายุ 24 พรรษาได้เสด็จลี้ภัยไปอินเดีย และสำเร็จปริญญาเอก ทางปรัชญาของธิเบต เมื่ออายุได้ 25 พรรษา

ต่อมาทั้งโลกก็ได้ประจักษ์ภาพชายสูงอายุ ใส่แว่น ท่าทีนอบน้อม ประกายตาปรากฎความเมตตา ฉายผ่านสื่อต่างๆครั้งแล้วครั้งเล่า ทะไลลามะองค์ที่ 14 ได้รับรางวัล “โนเบลสาขาสันติภาพ” เมื่อปี 1987 เหตุผลของกรรมการได้สะท้อนภาวะผู้นำทางการเมืองและจิตวิญญาณของท่านได้เป็นอย่างดี

"คณะกรรมการต้องการแสดงให้เห็นความเป็นจริงที่องค์ทะไลลามะได้ต่อสู้อย่างสันติและต่อเนื่องเพื่อปลดปล่อยธิเบตให้เป็นอิสระ ทรงเสนอหนทางแก้ไขปัญหาโดยเน้นเรื่องความอดทนและการเคารพซึ่งกันและกันเพื่อคุ้มครองมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประชาชนธิเบต"

มหาวิทยาลัย และสถาบัน ในประเทศตะวันตกเป็นจำนวนมาก ได้ทูลถวายปริญญาบัตรแด่พระองค์ ไม่เพียงการต่อสู้อย่างสันติที่ทำให้ทะไลลามะเป็นที่จับตาและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก แต่ยังรวมถึงวัตรปฏิบัติของท่านอีกด้วย โดยท่านทรงอยู่กับการปรุงแต่งที่น้อยที่สุด ไม่มีสมบัติส่วนตัว เครื่องนุ่งห่มบางชิ้นเป็นเพียงแค่ผ้าหยาบ ๆที่ผ่านการปะชุน ในห้องนอนก็มีแต่เตียง ซึ่งเป็นการยืนหยัดปรัชญาของพุทธศาสนาที่สอนให้ไม่ติดยึดในสิ่งของต่างๆทางโลก

ดังที่พระองค์ ได้ตรัสเล่าไว้ว่า "...ตามปกติอาตมาตื่นนอนตีสี่ สิ่งแรกที่ได้เห็นคือ พระพักตร์ของพระพุทธเจ้าจากพระพุทธรูป หลังจากนั้นเริ่มต้นด้วยการสวดมนต์ภาษาธิเบตเพื่ออุทิศส่วนกุศลที่ได้ทำ ได้พูด ได้คิด ทั้งวัน ซึ่งเป็นการแผ่ส่วนบุญเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น”

หลังจากทำวัตรเช้า เมื่อเริ่มอรุณรุ่งจนถึงเที่ยงวัน ท่านจะน้อมนำธรรมชาติมาพินิจสัจธรรม คู่ไปกับศึกษาพระธรรมจากคัมภีร์ต่างๆ และ ฟังข่าวสารจากบีบีซี แล้วเมื่อต้องฉันท์ แม้จะชอบอาหารมังสวิรัติ แต่ก็น้อมรับอาหารที่มีเนื้อซึ่งมีผู้นำมาถวายตามครรลองแห่งสงฆ์ที่ไม่สามารถเลือกฉันท์ได้ ส่วนในภาคบ่าย พระองค์จะทำงานทางการ ประชุมกับคณะรัฐบาลพลัดถิ่น กระทั่งย่ำค่ำจึงเริ่มวัตรปฏิบัติอีกครั้งเหมือนยามเช้า แต่หากคืนไหนมีดวงจันทร์ พระองค์จะภาวนาให้กับประชาชนธิเบตที่กำลังทุกข์ยาก

“อาตมาจะนึกถึงว่าพระจันทร์กำลังมองลงมายังประชากรของอาตมา ที่ถูกขังติดคุก อยู่ในธิเบต แม้อาตมาจะเป็นผู้ลี้ภัย แต่ก็มีเสรีภาพในการพูดเพื่อประชากรของอาตมา ทุกวันอาตมาสวดมนต์อ้อนวอนต่อพระพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ผู้เป็นองค์พิทักษ์ของธิเบต ขอให้ทรงปกปักรักษาพวกเขา ทุกชั่วโมงที่กินอยู่ อาตมานึกเสมอถึงความทุกข์ยากของประชากร ของอาตมาซึ่งถูกกางกั้นเอาไว้จากจีนคอมมิวนิสต์”

ทะไลลามะองค์ที่ 14 เคยเสด็จประเทศไทย 2 ครั้ง ครั้งแรกใน พ . ศ . 2510 ทรงได้รับเชิญอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทย และทรงได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติและอบอุ่นยิ่ง นอกจากจะได้ทรงเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะองค์เอกอัครพุทธศาสนูปถัมภกของไทยแล้ว ยังได้เสด็จเยือนพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่หลายท่านทั้งฝ่ายมหานิกายและฝ่ายธรรมยุต ครั้งที่สองพระองค์ได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ในปี พ . ศ . 2515

ในวันหนึ่ง แม้ธิเบตยังไม่อาจเป็นอิสระจากมหาอำนาจ มหาสมุทรแห่งปัญญาผืนนี้จะต้องเหือดแห้งไปตามครรลองแห่งธรรมชาติ แต่หากเป็นไปตามความเชื่อความศรัทธาอันแรงกล้าของชนชาวสิงโตหิมะแล้ว อีกเพียงไม่นาน เด็กน้อยคนหนึ่งจะถูกค้นพบอีกครั้ง เพื่อเติบโตขึ้นมาเติมเต็มมหาสมุทรให้ปรี่เต็มด้วยสายธารแห่งธรรมและยืนหยัดอย่างสันติเพื่อมวลชนผู้ทุกข์ยากของพระองค์ต่อไปไม่ว่ายาวนานเท่าใด

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com