ศิลปะ หัตถกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม สันทนาการ >>

ดนตรีอินเดีย

         ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ และมีวัฒนธรรมสูงส่งทั้งในด้านวรรณคดี ศิลปปรัชญา รวมทั้งดนตรี ดนตรีที่เป็นคลาสสิก ได้รับความสนใจจากชาวตะวันตกมากโดยมีผู้สนใจฟังการแสดงและศึกษาการบรรเลงอย่างจริงจังทั้งจากยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น

ในสมัยอารยัน (1500-250 ก่อนคริสต์ศักราช) อารยธรรมและความรู้ต่าง ๆ ของชาว อารยันได้สืบทอดมายังชนรุ่นหลังโดยอาศัยการบอกเล่าที่มีปรากฏบันทึกลงในหนังสือนั้นมีอาย1500-500 ก่อนคริสต์ศักราช โดยพระวยาสฤาษีได้เขียนไว้ในเล่มที่เรียกว่าคัมภีร์พระเวท ซึ่งประกอบด้วยระหว่าง

  • ฤคเวท เป็นเวทที่เป็นร้อยกรองเนื้อหาเกี่ยวกับเทพเจ้าต่าง ๆยชุรเวท เป็นเวทที่ประพันธ์เป็นร้อยแก้วมีเนื้อหาที่กล่าวถึงการบูชาและวิธีบูชาเทพเจ้า
  • สามเวท เป็นบทร้อยกรองที่ใช้สำหรับสวดเป็นทำนองเพื่อสรรเสริญพระเจ้า
  • อาถรรพเวท เป็นเวทที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเคล็ดลับที่จะนำมาช่วยในกิจการบางอย่างให้เจริญหรือเสื่อมการดนตรีในอินเดียเริ่มมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในประมาณศตวรรษที่ 16 โดยแบ่งเป็นส่วนเหนือและใต้ ดนตรีทางเหนือเรียก “ฮินดูสถานสังคีต” (Hindustani Music) ซึ่งเป็น ดนตรีที่ได้รับอิทธิพลจากพวกมุสลิมและดนตรีทางใต้เรียก “การะนาตักสังคีต” (Karnatic Music) เป็นดนตรีของฮินดูแท้และเก่าแก่

เครื่องดนตรีอินเดีย

ในนาฎยศาสตร์ท่านภรตะมุนีได้แบ่งเครื่องดนตรีออกเป็น 4 หมวดหมู่ คือ

ตะตะ (TA TA)
หมายถึง เครื่องดนตรีที่ผลิตเสียงโดยอาศัยสายเป็นสำคัญซึ่งอาจจะทำได้ในหลายลักษณะ เช่น โดยใช้ไม้ดีด ใช้นิ้ว ตลอดทั้งใช้วิธีสี โดยอาศัยคันชัก เครื่องดนตรีเหล่านี้จัดเป็นเครื่องดนตรีในตระกูลตะตะทั้งสิ้น ชาวอินเดียบางท่านเรียกเครื่องดนตรีในกลุ่มนี้ว่า “ตันตริ หรือ ตันตริกะ” แต่อย่างไรก็ดีคำว่า “ตะตะ” เป็นคำที่ใช้กันในวงกว้าง เครื่องดนตรีในตระกูลนี้แบ่ง ได้ 2 ประเภท คือ เครื่องสายประเภทไม่ใช้ทำนอง และ เครื่องสายประเภทใช้ทำนอง

สุษิระ (Susira)
หมายถึง เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าจัดได้ว่าเป็นกลุ่มเครื่องดนตรีที่มนุษย์คิดค้นประดิษฐ์ขึ้นตั้งแต่ยุคโบราณควบคู่มากับวิวัฒนาการของสังคมเองตามที่ปรากฏเป็นหลักฐานเกี่ยวกับเครื่องดนตรีในตระกูลนี้ในทุกวัฒนธรรมยุคโบราณของโลก ในปัจจุบันเครื่องดนตรีในตระกูลสุษิระ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
- ประเภทปี่ที่มีลิ้น ได้แก่ เครื่องเป่าชนิดลิ้นคู่ เช่นเดียวกับปี่ทุกชนิดของไทย
- ประเภทขลุ่ย ได้แก่ เครื่องเป่าชนิดไม่มีลิ้นที่ไทยเราเรียกรวม ๆ กันว่า “ขลุ่ย”
- ประเภทแตร

อวนัทธะ (Avanaddha)
เป็นคำภาษาสันสกฤษ หมายถึง สิ่งที่ผูกรัดตรึงแล้ว หรือรัดลงแล้ว ในลักษณะของการร้อยผูกในการขึงให้ตึงจากสิ่งที่นำมาปิด (Cevered) รากศัพท์เดิมว่า “นหฺ” (Nah) คือการรัด, การผูกให้แน่น ดังนั้นจึงหมายถึง กลองชนิดต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นประเภทเครื่องทำจังหวะ(Instrument of percussion) และเสียงไม่ตาย (Indefinite Pitch) หมายความว่าในหน้าหนึ่งของกลองนั้น สามารถตีให้เกิดเสียงได้หลายเสียงไม่ว่าจะเป็นการตีด้วยฝ่ามือ หรือเคาะด้วยนิ้วก็ตามหรืออาจใช้ตีด้วยไม้ก็ได้ ประเทศอินเดียมีกลองมากมายหลายชนิดแต่ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่3 ชนิด คือ

  1. มริหังค์ (Mridanga) เป็นชื่อกลองที่เก่าแก่ที่สุดเป็นคำที่ออกเสียงตามภาษาฮินดี ในช่วงสมัยพุทธกาลกลองมริหังค์มีหุ่นทำด้วยดินเหนียว มีรูปร่าง 3 แบบ คือ แบบยอดตรงกลาง, แบบทรงป่องตรงกลาง, แบบรูปทรงกรวย ซึ่งกลองมริหังค์ทั้งสามแบบนี้มีขนาดและวิธีการเล่นที่แตกต่างกันไป
  2. ปักขวัช (Pakhavai) เป็นกลองที่มีรูปทรงป่องตรงกลางคล้ายมริหังค์แต่หุ่นกลองทำด้วยไม้ ใช้บรรเลงประกอบจังหวะ
  3. ตับบล้า (Tubla) เป็นชุดของกลอง 2 ใบ มีขนาดใหญ่-เล็ก แตกต่างกัน ผู้บรรเลงจะวางกลอง 2 ใบบนพื้นตรงด้านหน้า กลองใบที่อยู่ด้านขวามือของผู้บรรเลงมีชื่อเรียกว่า “ตับบล้า” หรือคาบาน มีเสียงสูง ส่วนกลองใบที่อยู่ด้านซ้ายมือของผู้บรรเลงมีชื่อเรียกว่า “บายาน” หรือ คัคคามีเสียงต่ำบริเวณหน้ากลองตับบล้าและบายาน จะติดขี้กลองซึ่งเรียกว่า “สยาฮี” ที่ทำจากส่วน หลายในการแสดงดนตรีประเภทคลาสสิคนั้น คงมีอยู่ ผสมของ ผงเหล็ก ผงถ่าน กาว และแป้งเปียก ปกติจะติดมากับกลองชนิดถาวรต่างกับหน้ากลองของไทยที่จะติดเป็นครั้ง ๆ ที่ต้องการบรรเลง ในการเทียบเสียงตับบล้าจะเทียบตรงกับเสียงโดสูงส่วนบายานเทียบตรงกับเสียงโดธรรมดา

ฆะนะ วาทยะ (Ghana Vadaya)
ฆะนะเป็นกลุ่มของเครื่องดนตรีที่เกิดเสียงจากการสั่นสะเทือนของวัตถุที่เป็นแท่ง ท่อน การสั่นสะเทือนของวัตถุจนเกิดเป็นเสียงนั้นอาจจะเกิดจากการที่กระทบกันระหว่างเครื่องดนตรีด้วยกันเอง เช่น ฉิ่ง ฉาบ กรับ หรืออาจจะเกิดจากการใช้วัตถุตีลงบนเครื่องดนตรี เช่น โหม่ง เกราะโกร่ง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

ข้อเขียน-บทความ »

» จินตนา แก้วขาว กราบเธอที่ดวงใจ
» ทะริด ตะนาวศรี คนไทยที่ถูกลืม
» ปู่เย็น ณ สะพานลำใย แห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี

» จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ (รวมงานเขียน)
» ฉายเดี่ยว (รวมงานเขียน)
» งูเขียว หางบอบช้ำ (รวมงานเขียน)

» ตีหัวเข้าบ้าน ตะคอกโลก ตีหัวหมา
» ผายลมนี้มีผลย้อนหลัง
» ได้แต่หวังว่า เราจะอยู่ร่วมกันได้บนโลกที่เปรียบเสมือนบ้านของเราใบนี้ ด้วยความรู้สึกที่ดีประดุจดั่งกินข้าวจากหม้อเดียวกัน

» ขอเป็นตาแก่ขี้บ่นในหัวใจเธอ
» เมื่อคนขับรถปลอมตัวไปเล่นหุ้น (บันทึกการเล่นสด)

นิยาย-เรื่องสั้น »

» ตำนานบันลือโลก
» บันทึกทรราชย์
» ผมเกือบได้เป็นนักแต่งเพลงชื่อดังเสียแล้ว
» ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ
» แสนยานุภาพแห่งการรอคอย

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-