Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

ดอกบัว

กำเนิดของบัว
ประโยชน์ของบัว
การจำแนกความแตกต่างของบัว

สกุล Nymphaea

บัวสาย หรืออุบลชาติ เป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่มีในทุกภูมิภาคของโลก เป็นดอกไม้ประจำชาติอียิปต์ มีลักษณะลำต้นอยู่ใต้ดินเป็นหัวหรือเหง้า ใบและดอกเกิดจากตาหรือหน่อ ใบลอยแตะผิวน้ำไม่มีหนาม ออกดอกเดี่ยว แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ อุบลชาติเขตหนาว และอุบลชาติเขตร้อน

1) อุบลชาติเขตหนาว (Hardy waterlily)

นิยมเรียกกันว่า “บัวฝรั่ง” เนื่องจากอุบลชาติประเภทนี้มีถิ่นกำเนิดในเขตอบอุ่นถึงเขตหนาว มีการพักตัวและทิ้งใบเมื่ออากาศเย็นลง และสร้างใบเล็ก ๆ แข็งอยู่ใต้น้ำชะลอกระบวนการทางสรีระทั้งหมดไว้ เมื่อพ้นฤดูหนาวหรืออากาศอุ่นขึ้นก็จะสร้างใบชนิดลอยน้ำขึ้นมาใหม่ และเริ่มต้นออกดอกขยายพันธุ์ต่อไป


Fragrant Waterlily (Nymphaea odorata)

ดอกกลิ่นหอมฉุน กลีบเลี้ยงของดอกด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านในสีขาว กลีบดอกเรียวยาวสีขาว ซ้อนปานกลาง ดอกเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 12 – 15 เซนติเมตร ทรงแผ่ค่อนวงกลม เกสรตัวเมีย ก้านและอับละอองเกสรตัวผู้สีเหลือง


Pygmy Waterlily (Nymphaea tetragona)

มีใบสีเขียว บ้างก็สีน้ำตาลแดงหรืออมม่วงในใบอ่อน ใบด้านล่างสีเขียวเข้มจนถึงม่วง มีกลีบดอก 7-15 กลีบ ใน 1 ดอก เมื่อดอกบานจะมีสีขาวถึงชมพู ตรงกลางดอกสีออกเหลือง


Mexican Waterlily (Nymphaea mexicana)

เป็นบัวฝรั่งที่พบในเขตร้อนมีสีเหลืองสดใส เจริญเติบโตได้เร็วจนอาจเป็นวัชพืชร้ายแรงได้ นิยมใช้ในการปรับปรุงพันธุ์บัวฝรั่งให้มีสีเหลืองหรือสีส้ม มี 2 สายพันธุ์ คือ


-Nymphaea mexicana zacarini

มีใบและดอกขนาดเล็กสีเหลือง ใต้ใบเป็นสีชมพูอ่อน ไม่มีจุด หรือ กระ มีการขยายพันธุ์ด้วยไหล และที่ปลายไหล จะเกิดเป็นเหง้า รูปร่างคล้ายหวีกล้วย


- Nymphaea mexicana f. canaveralensis

มีขนาดใหญ่กว่า zacarini และดอกมีสีเหลืองจัด หลังใบมีจุด หรือกระสีน้ำตาลแดง

2) อุบลชาติเขตร้อน (Tropical Waterlily)

เป็นบัวที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน ไม่พักตัวในฤดูหนาว มีเหง้าเจริญเติบโตในแนวดิ่ง แบ่งเป็นอีก 2 กลุ่มย่อยคือ อุบลชาติเขตร้อนบานกลางวัน และอุบลชาติเขตร้อนบานกลางคืน

2.1) อุบลชาติเขตร้อนบานกลางวัน (Tropical Day Blooming Waterlily)

บานกลางวัน 8.00 – 16.00 น. ขอบใบหยัก ก้านใบไม่มีหนาม ดอกชูพ้นน้ำมี 9 สี คือ แดง ขาว ชมพู เหลือง แสด ฟ้าคราม ม่วงแดง ม่วงน้ำเงิน และสีเหลือบ


บัวผัน บัวเผื่อน (Nymphaea stellata. Roxb.)

เป็นบัวชนิดที่มีอายุหลายปี บัวมีใบหยัก ขอบไม่เรียบ ดอกชูพ้นน้ำ ดอกดกและออกดอกมาทดแทนกันตลอดเวลา กลีบดอกเรียวยาวแหลม เวลาบานจะแผ่ออกดอก มีหลากสีมีกลิ่นหอมมาก

บัวชนิดนี้มี 2 พันธุ์ พันธุ์ดอกเล็กสีขาวหรือชมพูอ่อน ปลายกลีบสีม่วง เรียกว่าบัวเผื่อน พันธุ์ดอกใหญ่สีม่วงครามหรอเม็ดม่วงมะปราง เรียกว่า บัวผัน


บัวขาบ (Nymphaea cyanea Roxb.)

เป็นบัวสายมีอายุหลายปี ดอกเดี่ยวก้านดอกสีออกแดงชูดอกเหนือผิวน้ำ ดอกขนาดใหญ่ เมื่อบานเต็มที่กว้างประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร ส่วนของดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบด้านนอกสีเขียวคล้ำ ด้านในสีเหมือนสีดอก กลีบดอกสีม่วงน้ำเงิน จำนวน 20 – 22 กลีบ ดอกมีกลิ่นหอม


บัวจงกลนี (Nymphaea sp.)

เป็นบัวก้านอ่อน กลีบดอกซ้อนกันมาก มีสีชมพูเมื่อบานวันแรก แล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนลงจนเกือบขาวเมื่อใกล้จะโรย ดอกบานครั้งแรกในตอนกลางวัน และจะพยายามหุบกลีบดอกในตอนเย็น แต่เนื่องจากมีกลีบดอกที่ซ้อนกันมาก จึงหุบได้เพียงเล็กน้อย วันต่อ ๆ ไปไม่หุบเลย จึงทำให้จงกลนีเป็นบัวชนิดเดียวในโลกที่บานตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีเกสรทั้งเพศผู้และเพศเมีย จึงขยายพันธุ์โดยหัวเพียงอย่างเดียว เป็นบัวที่มีอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น

 


บัวยักษ์ออสเตรเลีย (Nymphaea gigantea Hooker.)

บัวยักษ์ออสเตรเลีย ดอกลอยชูเหนือน้ำ ใบจักแหลมหรือมนไม่เป็นระเบียบ ดอกตูมทรงดอกโคนกว้างปลายเรียว สีเขียวอ่อน ขอบกลีบเป็นสีม่วง – น้ำเงิน ดอกบานเป็นรูปถ้วย เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 10 - 25 เซนติเมตร กลีบดอกซ้อน ทรงกลีบดอกโคนกว้างปลายเรียว สีกลีบดอกชั้นนอกสุดสีม่วงเข้ม แล้วค่อย ๆ ไล่สีอ่อนลงเข้าไปด้านใน กลีบดอกวงในสุดสีขาวอมม่วง ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

2.2) อุบลชาติล้มลุกบานกลางคืน (Tropical Night Bloomimg Waterlily)

บานกลางคืน 18.00 – 10.00 น. ขอบใบจักแหลมสม่ำเสมอ ดอกชูพ้นน้ำ มี 3 สี คือ แดง ขาว ชมพู


สัตตบรรณ (Nymphaea rubra var. rosea Sims.)

สัตตบรรณ มีดอกตูมค่อนข้างป้อม-ยาว บาน 3-4 วัน ในช่วงเย็นจนถึงเช้าของวันต่อมา ดอกบานรูปครึ่งถึงค่อนวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 20-25 เซนติเมตร กลีบดอกซ้อน กลีบเลี้ยงและกลีบดอกค่อนข้างบาน ปลายเรียว หักมุมค่อนข้างแหลม กลีบเลี้ยงด้านนอกสีเขียวเหลือบน้ำตาลอ่อนอมแดงเรื่อ ด้านในสีแดง กลีบดอกสีแดงอมม่วงเล็กน้อย เกสรตัวเมียและก้านเกสรตัวผู้สีน้ำตาล อับเกสรตัวผู้สีแดงเข้ม มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ


บัวกินสาย (Nymphaea pubescens Wild.)

บัวกินสายมีดอกตูมลักษณะป้อม เมื่อดอกบานจะแผ่รูปครึ่งวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 15-20 เซนติเมตร กลีบดอกซ้อน กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีโคนกว้างปลายเรียวแหลมบาน 3 วัน ในช่วงใกล้ค่ำจนถึงสาย ๆ ของวันรุ่งขึ้น กลีบเลี้ยงด้านนอกสีเขียวเหลือบน้ำตาลอ่อนเล็กน้อย ด้านในสีขาวเหลือบน้ำตาลอ่อนเล็กน้อย ด้านในสีขาวเหลือบชมพูที่โคนกลีบ กลีบดอกสีขาว วงกลีบด้านนอกสีขาวแกมชมพูอ่อนเรื่อ ๆ กลางกลีบ ดอกมีกลิ่นหอมฉุน

สกุล Nelumbo
สกุล Nymphaea
สกุล Victoria

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com