ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

ประวัติความเป็นมาของขนบธรรมเนียมประเพณีทหารเรือ

ขนบธรรมเนียมประเพณีของทหารเรือ
ประเพณีทหารเรืออื่น ๆ
มรรยาทบางอย่างของทหารเรือ

ประเพณีทหารเรืออื่น ๆ

เรือหลวงทาสีหมอก

สมัยแกนเรือรบ เรือช่วยรบ ตลอดจนเรือพระที่นั่งที่ใช้ในราชนาวีตัวเรือจะทาสีขาว ปล่องและเสากระโดงทาสีเหลือง ส่วนตัวเรือใต้แนวน้ำจะทาสีแดง มาจนกระทั่งในปี พ.ศ.2450 สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ พานักเรียนนายเรือไปฝึกภาคทางทะเลกับเรือมกุฎราชกุมาร

เรือมกุฎราชกุมารได้ออกเดินทางจากกรุงเทพ ฯ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.126 (พ.ศ.2450) โดยมีแผนกำหนดแวะจอดเรือตามเมืองท่าชายทะเล นับตั้งแต่ ชุมพร สิงคโปร์ และปัตตาเวีย

การฝึกภาคทางทะเลในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ใช้ทหารเรือไทยล้วน ไม่มีชาวต่างชาติ คนประจำเรือจะใช้นักเรียนนายเรือเกือบทั้งสิ้น คงมีคนประจำเรือเดิมที่ร่วมเดินทางไปด้วยเพียง 4 นาย ที่รู้เรื่องของใช้ในเรือต่าง ๆ

นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นผู้บังคับการเรือด้วยพระองค์เองมีนักเรียนนายเรือบุญมี พันธุมนาวิน ขณะเป็นนักเรียนนายเรือชั้น 5 คนเดียวเป็นนายทหารเดินเรือ ส่วนนักเรียนนายเรือชั้น 4 เป็นนายยามเดินเรือ นักเรียนนอกนั้นเป็นนายท้าย และเป็นยามประจำหน้าที่ต่าง ๆ ส่วนนักเรยนนายเรือฝ่ายช่างก็ทำหน้าที่เป็นนายยาม และยามแผนกช่างกล โดยมีเรือเอก บำ สุสาขา เป็นต้นกล และมีเรือเอก ฮั่ง โซติกเสถียร เป็นรองต้นกล

เมื่อเรือออกเดินทางจากชุมแล้วก็เดินทางต่อไไปจนกระทั่งเรือได้แวะจอดเรือที่สิงคโปร์ ทางสิงคโปร์ได้มีการยิงสลุต และเยี่ยมคำนับตามระเบียบในเวลานั้น เรือมกุฎราชกุมาร ทาสีขาว ซึ่งดูผิดแปลกไปจากเรืออื่น ๆ ทั่วไปในอ่าว ล้วนแต่ทาสีหมอกและสีดำเกือบทั้งหมด ดังนั้น นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จึงทรงให้ทาสีเรือมกุฎราชกุมารเสียใหม่ เป็นสีหมอกตลอดทั้งลำ ซึ่งนับเป็นเรือรบลำแรกที่ทาสีหมอก

การออกไปฝึกภาคทะเลในครั้งนั้น นับเป็นการอวดธงครั้งแรก ทำให้นักเรียนได้เห็นเมืองต่างประเทศ พบคลื่นแผ่นดินไหว ทำพิธีข้ามอีเควเตอร์ เห็นเขื่อนกันคลื่น ได้ชมเรือรบต่างประเทศ รับประทานเนื้อม้าเค็ม ขนมปังทะเล ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของนักเรียนนายเรือทั้งสิ้น และเป็นการแสดงความสามารถของทหารเรือไทย ในการนำเรือไปในทะเลได้อย่างแท้จริง ครั้นเมื่อเรือเดินทางกลับถึงกรุงเทพ ฯ ในวันที่ 18 กันยายน 2450 แล้วต่อมาเรือทุกลำในราชนราวีก็ได้ทาสีหมอกแทนสีขาว ยกเว้นเรือพระที่นั่งมหาจักรีเพียงลำเดียวเท่านั้นที่ยังคงทาสีขาว

การอ่านตัวเลขที่ลงท้ายด้วยหนึ่ง
การเขียนเวลาของทหารเรือ
แอดมิราล (Admiral)
นายธง (Flag lieutenant)
เรือหลวง
เรือหลวงทาสีหมอก
ยศจอมพลเรือ
คำพูดแสลงในราชนาวี
หลักเดวิท (Davits)
คว่ำขวดหรือคว่ำแก้ว (Bottle-up)
เปลกะลาสี (Hammocks)
คอหนัง
ห้องพยาบาลในเรือ (Sick-Bay)
ละติจูด ลองจิจูด
ทหารเรือกับรอยสัก
ทหารเรือหญิง
การรับเงินด้วยหมวก
เข็มทิศบิน
เข็มทิศเรือนแรก
โชคดี
การจามในเรือ
เลข 13
การผิวปากเรียกลม
เมื่อเรือข้าพเจ้าเข้า (When my ship comes in)
เร่งลม
บู้ทเลกเกอร์ (boot Legger)
ยามรังกา
การทำโทษคนประจำเรือ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

ข้อเขียน-บทความ »

» จินตนา แก้วขาว กราบเธอที่ดวงใจ
» ทะริด ตะนาวศรี คนไทยที่ถูกลืม
» ปู่เย็น ณ สะพานลำใย แห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี

» จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ (รวมงานเขียน)
» ฉายเดี่ยว (รวมงานเขียน)
» งูเขียว หางบอบช้ำ (รวมงานเขียน)

» ตีหัวเข้าบ้าน ตะคอกโลก ตีหัวหมา
» ผายลมนี้มีผลย้อนหลัง
» ได้แต่หวังว่า เราจะอยู่ร่วมกันได้บนโลกที่เปรียบเสมือนบ้านของเราใบนี้ ด้วยความรู้สึกที่ดีประดุจดั่งกินข้าวจากหม้อเดียวกัน

» ขอเป็นตาแก่ขี้บ่นในหัวใจเธอ
» เมื่อคนขับรถปลอมตัวไปเล่นหุ้น (บันทึกการเล่นสด)

นิยาย-เรื่องสั้น »

» ตำนานบันลือโลก
» บันทึกทรราชย์
» ผมเกือบได้เป็นนักแต่งเพลงชื่อดังเสียแล้ว
» ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ
» แสนยานุภาพแห่งการรอคอย

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-