ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>
อุทิศ สังขรัตน์
ท้องถิ่นภาคใต้ : อาณานิคมแห่งรัฐ และตัวตนของท้องถิ่น
พื้นที่ความทรงจำ : ภาพประกอบสร้าง กับ ศูนย์กลางที่เปลี่ยนไป
พื้นที่ความทรงจำ : ปฏิบัติการทางสังคม
จาก พื้นที่ความทรงจำ สู่ พื้นที่และชุมชนประวัติศาสตร์
พื้นที่อันเป็นปริมณฑลของความศักดิ์สิทธิ์
พื้นที่อันเกิดจากปรากฏการณ์ทางสังคม
พื้นที่อันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ
พื้นที่อันเป็นวิถีวัฒนธรรมชุมชน
บทสรุป
เอกสารอ้างอิง
พื้นที่อันเกิดจากปรากฏการณ์ทางสังคม
พื้นที่ความทรงจำอันเกิดจากปรากฏการณ์ทางสังคมเป็นพื้นที่
ที่สร้างความหมายให้ชุมชนผ่านรูปแบบ อุบัติการณ์
ที่เกิดขึ้นภายในขอบเขตพื้นที่ของชุมชน ซึ่งคนในชุมชนมีส่วนรับรู้
อยู่ในเหตุการณ์ร่วม อันเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เป็นไปอย่างปกติ
แต่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยตรง ภาพความทรงจำจึงมีลักษณะ ตราตรึง/ฝังลึก
และแน่นอนที่สุดปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น
ไม่ใช่เรื่องของปรากฏการณ์ที่เกิดจากการกระทำต่อสังคมอันเดียวโดดๆ แต่เป็น
ชุดของการกระทำ และเมื่อประกอบกันขึ้นเป็นเหตุการณ์
หรือปรากฏการณ์ก็จะสร้างความหมายให้ชุดการกระทำนั้นๆ
ภายใต้บริบทปลีกย่อยซึ่งมีกลไกทางสังคมเป็นตัวกำกับ และสะท้อนออกมาเป็นเหตุการณ์
ชุดของการกระทำดังกล่าว เช่น อุดมการณ์ ความไม่เท่าเทียม เป็นต้น
การเกิดขึ้นของค่ายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)ในชุมชนเขาแก้ว
ตำบลตะแพน อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุงเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น
ในงานศึกษาของทีมยุววิจัยฯ จากโรงเรียนตะแพนพิทยา
ได้พยายามสะท้อนให้เห็นถึงการใช้พื้นที่เพื่อสะท้อนปรากฏการณ์
ซึ่งเป็นรอยจารึกในมโนสำนึกที่ชุมชนเขาแก้วยังจดจำ และถูกถ่ายทอดมาเป็นเรื่องเล่า
ทั้งนี้เพราะเป็นปรากฏการณ์ที่คนในชุมชนโดยรวมได้รับผลกระทบจนกลายเป็นบาดแผลในห้วงสำนึก
อันนำไปสู่ความทรงจำที่คนร่วมยุคสมัยยากที่จะลืมเลือน ดังความว่า
...เขาแก้วเลยกลายเป็นฐานการเคลื่อนไหวของนักรบประชาชนค่ายหนึ่งในหลาย ๆ
แห่งที่ตั้งอยู่ในเขตป่าของเทือกเขาบรรทัด
สำหรับการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐในครั้งนั้นชาวบ้านเขาแก้วยังคงมีบาดแผลฝังใจ
เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหายทางด้านทรัพย์สินและร่างกาย
บ้างก็ได้รับบาดเจ็บพิการแขนขา บ้างก็เสียชีวิต
และบ้างก็สูญเสียญาติพี่น้องไปจากเหตุการณ์ต่างๆ
ในช่วงของประวัติศาสตร์การสู้รบดังกล่าว ประวัติศาสตร์ของชุมชนเขาแก้วในช่วงปี พ.ศ.
2508 ถึงช่วงประมาณปี พ.ศ. 2524... (โครงการยุววิจัยฯโรงเรียนตะแพนพิทยา
เขาแก้วดินแดนประวัติศาสตร์การสู้รบ)
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชนเขาแก้วได้สะท้อนให้เห็น แรงขับ
บางอย่างในชุดของการกระทำที่ทำให้ชุมชนเคลื่อนตัวจากความเป็นปกติวิสัย
ไปสู่การตั้งรับและปรับตัว
ขณะเดียวกันคนในชุมชนก็พยายามแสวงหาทางออกให้กับตนเองและครอบครัว
ในขณะที่ความเป็นชุมชนกำลังสั่นคลอน
พลังทางสังคมที่มีอยู่เดิมกลายเป็นกลไกที่ทำงานอย่างติดขัด
การหาทางออกให้กับชุมชนขาดศูนย์รวมและพลัง ขณะที่บริบทของพื้นที่กลายเป็น
เป้าหมาย ของชุดการกระทำ
อย่างไรก็ดี ภายใต้พื้นที่ความทรงจำเหล่านี้
อุบัติการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นได้สร้างความหมายให้กับชุมชนแบบมีส่วนร่วม
กล่าวคือคนในชุมชนได้รับผลกระทบจากอุบัติการณ์อย่างทั่วหน้า
การมีปฏิกิริยาร่วมอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และอยู่ตรงกลาง
เหล่านี้ถือเป็นผลกระทบจากปรากฏการณ์ทั้งสิ้น ทำให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้ใหม่
ผู้ที่เข้าร่วมขบวนการ พคท. เรียนรู้ถึงอุดมการณ์ ระเบียบวินัย
และวิถีปฏิบัติในฐานะฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐ
ผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็กลายเป็นกลุ่มทหารบ้าน ทหารพราน ฯลฯ
ปรากฏการณ์ดังกล่าวทุกเสี้ยวส่วนของวิถีจึงเป็นพื้นที่ความทรงจำอันตราตรึง
อันนำไปสู่คำตอบว่าเหตุใดชุมชนจึงเลือกจำ หรือไม่เลือกจำเหตุการณ์นี้
ทั้งนี้คำตอบจึงอยู่ที่ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็น อุบัติใหม่
ที่ไม่เคยประสบมาก่อนในชีวิต
ทั้งการดำเนินชีวิตเป็นการชี้เป็นชี้ตายที่ยังหาจุดจบไม่พบ
การเลือกพื้นที่ชุมชนเขาแก้วเป็นเป้าหมายภายใต้ชุดอำนาจของ อุดมการณ์
ชุมชนจึงกลายเป็นผู้ถูกกระทำและถูกสร้าง ความหมายใหม่ ทั้งการสร้างแนวร่วมของ
พคท. โดยใช้คนในชุมชน หรือการสร้างกลุ่มทหารบ้าน
ล้วนเป็นการหาความชอบธรรมให้กับอุดมการณ์ทั้ง 2 ขั้ว ชุมชนเล็กๆ เช่นเขาแก้ว
จึงมีลักษณะเป็น ขอเกี่ยว (linchpin) ระหว่าง 2 ขั้วอุดมการณ์
แทนที่ชุมชนจะเป็นพื้นที่ที่สร้างความหมายแบบปกติ เช่น ความสงบสุขแบบชนบท
ความโอบอ้อมอารี/ความมีเมตตาแบบชาวบ้านในวิถีพุทธฯลฯ
แต่ชุดการกระทำได้สร้างชุมชนเป็นแบบอื่น นั่นคือชุมชนเป็น พื้นที่ของการต่อสู้
ภาพของชาวบ้านที่เคยจับจอบ พร้า เสียม ฯลฯ ต้องกลายมาเป็นผู้จับปืน อาวุธ
ความหมายใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นนี้ทำให้ชุมชนกลายเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์
ของปรากฏการณ์ทางการเมือง
การนำอดีตของอุบัติการณ์มาฟื้นใหม่เหมือนการฉายภาพอดีตในห้วงสำนึกของผู้เล่า
ทีมยุววิจัยฯ
ผู้รับฟังการบอกเล่าได้สร้างจินตนาการทางด้านพื้นที่ขึ้นมาโดยพยายามเก็บสารัตถะมาเชื่อมโยง
พื้นที่ชุมชนชนจึงเป็นพื้นที่ที่มีร่องรอยย่นยับ และขรุขระ
มิได้เป็นพื้นที่ว่างเปล่าเฉยๆ
ริ้วรอยดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน
แล้วนำไปแปรความหมายให้เป็นพื้นที่ชุมชนประวัติศาสตร์
กรณีการศึกษาของคณะทีมยุววิจัยฯ โรงเรียนท่าชนะ ในเรื่อง
เขาคันธุลีกับ สงครามโลกครั้งที่ 2 เช่นเดียวกัน
แม้ว่าบริเวณพื้นที่เขาคันธุลีเคยเป็นพื้นที่ที่มีร่องรอยโบราณสถาน
และโบราณวัตถุทั้งศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธ แต่ความเป็น ชุมชนโบราณ
กลับไม่ได้ถูกนำมากล่าวถึงนัก การสร้างพื้นที่ประวัติศาสตร์ของทีมยุววิจัยฯ ชุดนี้
เป็นการเลือกหยิบเอา อุบัติการณ์ สงครามโลกครั้งที่ 2 มาเป็น ศูนย์กลาง
ของการสร้างพื้นที่ความทรงจำซึ่งเชื่อมโยงไปสู่พื้นที่ประวัติศาสตร์ชุมชน
อุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นกับชุมชนเขาธุลี ในเรื่อง
การตั้งค่ายของทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บริเวณเขาคันธุลี
ที่ปู่ย่า ตา ยาย หรือ ทวด ของแต่ละบ้านเล่าให้ลูกหลานฟัง
มิเพียงแต่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมเท่านั้น แต่การตราตรึงในลักษณะ ตื่นตาตื่นใจ
กับเหตุการณ์อันเป็นรอยประทับให้กับผู้คนร่วมสมัยกับเหตุการณ์นั้นยากที่จะลืมเลือน
ทั้งนี้เพราะการรับรู้ของคนในชุมชนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เข้ามาซ้อนทับพื้นที่และเรื่องราวเดิมที่เป็นเคยปกติของชุมชน
ปรากฏการณ์ใหม่ที่ซ้อนทับจึงมิได้กลายเป็นเพียง เรื่องเล่า
ธรรมดาที่ผู้อาวุโสในชุมชนถ่ายทอดแต่นี่คือ พื้นที่ความทรงจำที่ฝังรอย ดังความว่า
เช้ามืดของวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484
ทหารญี่ปุ่นหนึ่งกองพันได้มาขึ้นฝั่งที่ปากน้ำหลังสวน โดยสารรถไฟจากอำเภอหลังสวน
มายังสถานีรถไฟคันธุลี... เมื่อทหารญี่ปุ่นมาตั้งค่าย
ได้สร้างค่ายบริเวณที่ราบของเขาน้อยริมคลองคันธุลี
เป็นช่องเขาระหว่างเขาใหญ่กับเขาน้อย สร้างเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงประมาณ 2
เมตร ยาวเรียงเป็นแถวยาว แล้วแบ่งกั้นเป็นห้อง ๆ ส่วนห้องริมสุดเป็นที่เก็บอาวุธปืน
มีปืนวางเรียงเป็นแถวยาว หัวหน้านายทหารญี่ปุ่นสร้างเป็นห้างอยู่บนต้นไม้ใหญ่
ทำบันไดขึ้นไป ด้านหน้าค่ายหันเข้าหาคลองคันธุลี
ด้านหลังค่ายเป็นที่ราบหน้าเขาน้อย (คณะยุววิจัยฯ โรงเรียนท่าชนะ เขาคันธุลีกับ
สงครามโลกครั้งที่ 2)
พื้นที่บริเวณเขาคันธุลี
จึงมิใช่เป็นเพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะแก่การตั้งค่ายของทหารญี่ปุ่นเท่านั้น
แต่เป็น พื้นที่ทางสังคม เพราะคนในชุมชนได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์
เรื่องราวต่างๆ ที่ทหารญี่ปุ่นได้กระทำ ทั้งการปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้านในชุมชน
รวมทั้งเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องซึ่งเกิดผลกระทบกับวิถีดำเนินชีวิต
การสร้างพื้นที่ประวัติศาสตร์ผ่านพื้นที่ความทรงจำอันเกิดจากปรากฏการณ์ทางสังคมไม่เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่าชุดการกระทำได้เข้ามายึดพื้นที่ชุมชนตามลักษณะของปรากฏการณ์เท่านั้น
แต่พื้นที่ความทรงจำเหล่านี้ได้พยายามสร้างความหมายให้ชุมชนตามเหตุการณ์ที่ปรากฏซึ่งมีลักษณะเป็น
ฉากๆ ไป แต่ละฉากที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน
การเลือกหยิบแต่ละฉากมาสร้างความหมาย
และตีความแล้วให้ค่าความเป็นประวัติศาสตร์จึงนำไปสู่นัยสำคัญว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น
การสร้างประวัติศาสตร์ท้องถิ่นก็คือ
การเลือกหยิบประเด็นปรากฏการณ์อดีตบางปรากฏการณ์มาอธิบายมาอธิบายชุมชนทั้งระบบ
และคำตอบที่ได้จะเป็นคำตอบที่ใช้แทนความเป็นชุมชนทั้งองคาพยพได้จริงหรือ
สิ่งที่ควรจะวิเคราะห์ต่อไปก็คือ
หากเราเชื่อว่าชุมชนเป็นสิ่งที่มีความจริงทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่รอให้เราเข้าไปรื้อค้น
หากเราค้นพบอดีตบางประการที่สามารถเชื่อมโยงระหว่าง พื้นที่/ คน/ เวลา ได้แล้ว
พื้นที่ดังกล่าวคือพื้นที่ชุมชนประวัติศาสตร์ใช่หรือไม่ แล้วหากเราไม่พบสิ่งใดๆ
ที่เป็น เกร็ด หรือ ประเด็น ที่จะนำมาเชื่อมโยงให้พื้นที่/คน/เวลาเข้ากันได้
เราก็ไม่สามารถที่จะให้ความหมายชุมชนว่าเป็นพื้นที่ชุมชนประวัติศาสตร์หรือไม่
ดังนั้นการสร้างพื้นที่ประวัติศาสตร์ จึงอาจเป็นเรื่องทางเทคนิคของ
การจัดวาง (display) ฉากต่างๆ ในแต่ละช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในชุมชน
ซึ่งแต่ละฉากจะจัดวางอย่างไรให้เป็นประวัติศาสตร์เป็นเรื่องทางเทคนิคในการนำเสนอหรือการจัดวาง
การนำเสนอที่สามารถนำ พื้นที่/คน/เวลา ให้เข้ากันได้อย่างมีนัย มีประเด็นหลัก
ประเด็นรองต่างๆ
มาเชื่อมร้อยเพื่อสร้างความสัมพันธ์สมบูรณ์ก็จะได้เรื่องราวของชุมชนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีอรรถรส(อันสามารถชี้ให้เห็นถึงความสำคัญยิ่งที่จะมีฐานะเป็นชุมชนประวัติศาสตร์)
เช่นเดียวกับการสร้างละคร นวนิยาย เรื่องสั้น หรือภาพยนตร์ ที่อาจต้องออกแบบวาง
พล็อต
เน้นประเด็นสำคัญ/จุดหักเหของเรื่อง(เช่นเดียวกับการเลือกหยิบอุบัติการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นในชุมชนมาจัดฉาก)
เพื่อให้ทุกอย่างสามารถร้อยเรียงเชื่อมโยง สร้างนัยความหมาย เป็น งานสร้าง
ที่สมบูรณ์


