Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นภาคใต้

อุทิศ สังขรัตน์

ท้องถิ่นภาคใต้ : อาณานิคมแห่งรัฐ และตัวตนของท้องถิ่น
พื้นที่ความทรงจำ : ภาพประกอบสร้าง กับ ศูนย์กลางที่เปลี่ยนไป
พื้นที่ความทรงจำ : ปฏิบัติการทางสังคม
จาก “พื้นที่ความทรงจำ” สู่ “พื้นที่และชุมชนประวัติศาสตร์”
พื้นที่อันเป็นปริมณฑลของความศักดิ์สิทธิ์
พื้นที่อันเกิดจากปรากฏการณ์ทางสังคม
พื้นที่อันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ
พื้นที่อันเป็นวิถีวัฒนธรรมชุมชน
บทสรุป
เอกสารอ้างอิง

พื้นที่อันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ

พื้นที่อันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ เป็นพื้นที่ความทรงจำอย่างหนึ่งที่มีลักษณะเป็นปรากฏการณ์ แต่ปรากฏการณ์ดังกล่าว เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ อันส่งผลกระทบต่อชุมชน/สังคม ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นไปในลักษณะที่ชุมชนเป็นผู้ถูกกระทำหรือได้รับผลกระทบจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ภูมิศาสตร์ พื้นที่สังคม ทั้งบางครั้งยังถูกเชื่อมโยงไปสู่พื้นที่ปริมณฑลของความศักดิ์สิทธิ์ โดยวิธีคิดที่ว่าชุมชนดำรงอยู่แบบ “ปกติสุข” แล้วธรรมชาติได้เข้ามาทำลายความปกติสุขดังกล่าว ซึ่งเรามักเรียกกันว่า “ภัยพิบัติ”

สิ่งที่น่าสนใจในการสร้างพื้นที่ประวัติศาสตร์ลักษณะนี้ก็คือ พื้นที่ (ภูมิศาสตร์)บางพื้นที่ที่เคยเกิดปรากฏการณ์ในอดีต ไม่ได้เป็นพื้นที่อาศัยปัจจุบัน แต่พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ความทรงจำล้วนๆ เช่น พื้นที่ชุมชนกะทูนหลังจากเกิดอุทกภัยภูเขาถล่มเมื่อปี พ.ศ.2531 แล้ว ชุมชนก็ย้ายจากพื้นที่เดิมไปตั้งชุมชนในพื้นที่ใหม่บริเวณใกล้เคียง ในขณะที่พื้นที่ชุมชนเดิมได้กลายเป็น “อ่างเก็บน้ำ” ในปัจจุบัน การนำเสนอพื้นที่ประวัติศาสตร์ของกะทูน จึงเป็นการนำเสนอพื้นที่ความทรงจำซึ่งผู้ให้ข้อมูลจดจำจากปรากฏการณ์ของพื้นที่เดิม แม้รูปลักษณ์พื้นที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ความทรงจำก็สามารถสร้างให้พื้นที่อ่างเก็บน้ำในปัจจุบันให้กลับไปเป็นประวัติศาสตร์ได้ผ่านพื้นที่ความทรงจำ ดังความว่า

“...ปี 2531 วันที่ 22 พฤศจิกายน เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เกิดที่ตำบลกะทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บและตาย 230 คน บ้านเรือนเสียหาย 1,500 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 6,150 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท กรณี โคลนถล่มที่นี่ สาม...สี่วันก่อนเกิดเหตุ มีพายุดีเปรสชัน ทำให้ ฝนตกปรอยๆต่อเนื่องหลายวัน ทำให้พื้นดินรวมทั้งเชิงเขาที่ชาวบ้านขึ้นไปปลูกยางซับน้ำได้เกินขีดจำกัดน้ำที่อุ้มไว้ นอกจากจะทำให้ดินมีน้ำหนักมากขึ้น ยังลดความฝืดของอณูดิน...หล่อลื่นรากพืชที่ช่วยต้านแรงดึงดูดของโลกพอ มีฝนระลอกใหญ่ตกเพิ่มมากอีก ดินบางส่วนอุ้มน้ำไม่ไหวแล้ว ก็พังทลายลงมาในรูปของโคลนถล่มพร้อมต้นไม้...ต้นยางพาราไหลทลายทับถมลงมา เป็นโดมิโน ขณะเดียวกัน น้ำเบากว่าโคลน ก็ยกระดับสูงได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่กี่นาที…” (คณะยุววิจัยฯ โรงเรียนชุมชนวัดกะทูนเหนือมิตรภาพที่ 218 “ชาวกะทูนก่อนและหลังภูเขาถล่ม”)



ความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ภูมิศาสตร์ อันเกิดจากปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทางสังคมด้วย โดยพื้นที่ทางสังคมที่มีอยู่เดิมนับตั้งแต่ จำนวนคนที่มีอยู่เดิม กับจำนวนคนที่หลงเหลือ ความพลัดพรากจากครอบครัวที่สมาชิกล้มตายสูญหาย หรือบทบาททางสังคมของคนที่ตายไปกับเหตุการณ์ที่จะต้องมีคนใหม่มามีบทบาทแทน ทั้งบทบาทความเป็น พ่อ แม่ ลูก เพื่อนบ้าน รวมไปทั้งพระสงฆ์และผู้นำชุมชน ทำให้พื้นที่ทางสังคมของคนที่หลงเหลือถูกจัดระบบระเบียบและบทบาททางสังคมใหม่ พร้อมกับรูปแบบของชุมชนที่เปลี่ยนไป

การสร้างพื้นที่ประวัติศาสตร์ให้กับกะทูนจึงเป็นประวัติศาสตร์แบบมีร่องรอยและเปลี่ยนพื้นที่ภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ความทรงจำที่มีร่องรอย โดยร่องรอยเหล่านี้มีส่วนช่วยสร้าง/ขยาย พื้นที่ประวัติศาสตร์ให้มีมโนภาพที่แจ่มชัดขึ้นในกรณีกะทูน “สภาพของสิ่งที่หลงเหลือให้เห็นในอ่างเก็บน้ำก็คือ แท็งก์น้ำขนาดใหญ่ที่ทราบว่าเมื่อก่อนเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนชุมชนวัดกะทูนเหนือ และยังได้เห็นสภาพของเมรุที่เหลือโผล่พ้นน้ำอยู่กลางอ่างเก็บน้ำ ใกล้กับหมู่บ้าน”

อย่างไรก็ดี พื้นที่อันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างพื้นที่ความทรงจำของชุมชนได้มากกว่าพื้นที่ประเภทอื่นๆ ทั้งนี้เพราะพื้นที่ดังกล่าวนี้ได้เปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านกายภาพภูมิศาสตร์ อันเป็นภาพลักษณ์ที่ชุมชนสามารถสัมผัสได้ด้วยสายตา จนเกิดเป็นความรู้สึกเคยชิน เป็นความรู้สึกที่ฝังรากหยั่งลึกกับพื้นที่นั้นๆ (sense of rootedness in place) และเมื่อทัศนียภาพทางสายตาในพื้นที่ที่เคยเห็นอยู่ทุกวันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันทันใด สิ่งที่มองเห็นทางสายตาจึงสะท้อนภาวะจิตภายในออกมา จนกลายเป็นความตระหนก/ตื่นกลัว ทั้งนี้เพราะผลของภาพที่ปรากฏเต็มไปด้วยความพลัดพราก สูญเสีย ดังงานวิจัยของคณะยุววิจัยฯ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่อง “มหาวาตภัยแห่งแหลมตะลุมพุกในความทรงจำของคนที่รอดชีวิต” ความว่า

คุณยายผ่าง สุดถือ อายุ 83 ปี อยู่บ้านเลขที่101 หมู่ที่1 ตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าเรื่องที่ประสบกับมหาวาตภัยว่า ตอนค่ำของวันที่ 25 ตุลาคม 2505 มีลมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดมาอย่างรุนแรง มีบ้านพังบ้างแล้ว น้ำทะเลหนุนสูงขึ้น ผู้คนชุลมุน หนีตายกันอลหม่าน คุณยายได้หนีพร้อมลูก 3 คนไปยังบ้านนางเชือบ ต่อมาบ้านนางเชือบพังลง ได้หนีไปยังบ้านนางยัง บ้านก็พังลงอีก จึงคิดจะพาลูกไปอยู่ที่โรงพระจีน เพราะคิดว่าแข็งแรง แต่ไปไม่ถึงเพราะลมแรงขึ้นเรื่อยๆ ตัดสินใจอยู่ที่บ้านนางโดบ จนถึงประมาณสี่ทุ่มลมก็ไม่เห็นว่าจะสงบลง จนกระทั่งดึกพอสมควร ลมเริ่มเบาบางลง น้ำเริ่มลด ได้ยินเสียงคนร้องเรียกครอบครัวร้องหาญาติๆ กันจอแจ จนกระทั่งประมาณครึ่งชั่วโมง ลมกลับทวีรุนแรงขึ้น เป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้บ้านพังราบเป็นหน้ากลอง ผู้คนล้มตายเป็นอันมาก จนกระทั่งพายุสงบลง สิ่งที่เห็นคือศพนอนตายเกลื่อนกลาดไปหมด แม่และพี่สาวของคุณยาย ได้เสียชีวิต (คณะยุววิจัยฯ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ “มหาวาตภัยแห่งแหลมตะลุมพุกในความทรงจำของคนที่รอดชีวิต”)

ความเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ของแหลมตะลุมพุก จากความทรงจำของผู้อยู่ในปรากฏการณ์ ไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะตัว หรือปัจเจกบุคคล แต่เป็นความทรงจำร่วมที่ชุมชนเกิดบทเรียนและบาดแผล การฟื้นภาพอดีตที่เกิดจากอุบัติการณ์ดังกล่าวจึงมิใช่เป็นไปในลักษณะ “โหยหา” แต่เป็นไปในลักษณะ “โหยหาย” เพราะร่องรอยร้าวลึกจากเหตุการณ์ไม่มีสิ่งใดที่น่าประทับใจให้ไขว่คว้า

อาจกล่าวได้ว่าพื้นที่อันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ในฐานะพื้นที่ประวัติศาสตร์ของชุมชนที่เกิดขึ้นทั้ง 2 กรณี รวมไปถึงกรณีอื่นๆ เป็นปฏิบัติการที่เกิดขึ้นในมิติเวลาและสถานที่ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง หรือสถานการณ์เฉพาะหน้าขณะนั้น (situatedness) “พื้นที่” ในบริบทที่ถูกกระทำจึงเป็นมากกว่าองค์ประกอบทางกายภาพของเรื่องราว หรือฉากหลังของประวัติศาสตร์ แต่พื้นที่ดังกล่าวหมายถึงสถานการณ์เฉพาะ ที่มีผลต่อความรู้สึกของชุมชน ทำให้ชุมชนสามารถที่จะเลือกนิยามสถานการณ์ รวมทั้งกำหนด/เลือกหยิบสถานการณ์ที่ตกค้างในพื้นที่ความทรงจำมาใช้ให้เหมาะสมสอดรับ ดังนั้นพื้นที่ความทรงจำดังกล่าวนี้จึงถูกยก/เคลื่อนย้าย เข้ามาสู่พื้นที่ประวัติศาสตร์ชุมชน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com