Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

ตานก๋วยสลาก

ประเพณีการสู่ขวัญ
ประเภทของการสู่ขวัญ
การสู่ขวัญสัตว์
การสู่ขวัญสิ่งของ
การประกอบพิธีสู่ขวัญ
ขั้นตอนการประกอบพิธีสู่ขวัญ
ตุง
ประเภทของตุง
พิธีทอดผ้าป่า

ขั้นตอนการประกอบพิธีสู่ขวัญ

การประกอบพิธีบาศรีสู่ขวัญของชาวร้อยเอ็ดมีรูปแบบและขั้นตอน ที่มีลักษณะเฉพาะตัว รายละเอียดในการจัดมีความแตกต่างกับการจัดพิธีบาศรีสู่ขวัญท้องถิ่นอื่น รูปแบบในการจัดพิธีสู่ขวัญของชาวร้อยเอ็ด มีดังนี้

  1. ผู้ถูกเรียกขวัญและเจ้าภาพที่จะจัดพิธี มีบทบาทในฐานะผู้ริเริ่มให้เกิด พิธีการสู่ขวัญ การจัดพิธีการสู่ขวัญเจ้าภาพจัดทำขึ้นเพราะมีมูลเหตุดังได้กล่าวมาแล้วเมื่อตัดสินใจว่า จะจัดพิธีสู่ขวัญ ผู้ถูกเรียกขวัญหรือเจ้าภาพ จะไปติดต่อเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการจัดงานและ ขอวันเวลาที่จะจัดกับหมอสูตร เพื่อหาวันมงคลที่จะจัดพิธี เพราะชาวบ้านเชื่อว่า ถ้าหากจัดถูก ฤกษ์ยามดี จะทำให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีความสุข การเลือกวัน เวลาจึงจำเป็นต้องเลือกให้ ถูกโฉลกกับประเภทของการสู่ขวัญ เมื่อได้วันเวลาที่เป็นมงคลเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่จะจัดพิธีก็จะไป ดำเนินการเตรียมจัดงาน
  2. การเตรียมงาน หลังจากที่มีการกำหนดวันที่แน่นอนแล้ว ผู้ถูกเรียกขวัญหรือ เจ้าภาพจะมีการเล่า (บอกบุญ) แก่ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านและคนที่เคารพนับถือเพื่อให้มาร่วมงาน ก่อนวันงาน 1 วัน ผู้ที่ได้รับเชิญบางส่วนจะมาช่วยจัดเตรียมงาน เช่น การจัดสถานที่ การเตรียมขันหมากเบ็ง (บาศรี) เตรียมอาหาร ถ้าจัดให้มีพิธีสงฆ์ก็จะไปนิมนต์พระสงฆ์
  3. การจัดพิธี จะจัดตามวัน เวลาที่กำหนดไว้ สถานที่จัดพิธีขึ้นอยู่กับประเภทของ การสู่ขวัญ อาจเป็นที่บ้านของเจ้าของขวัญหรือเจ้าภาพ วัด สถานที่ราชการ ฯลฯ เมื่อทุกฝ่ายพร้อม พิธีเริ่มขึ้น หมอสูตรจะเป็นผู้กำหนดว่าผู้ถูกเรียกขวัญจะหันหน้าไปทางทิศใดจึงจะเป็นสิริมงคล ในเรื่องการกำหนดทิศทางเพื่อให้เกิดสิริมงคล ผู้ถูกเรียกขวัญต้องหันหน้าเข้าหาพาขวัญ (พานบายศรี) โดยให้หันไปทาง "ทิศใจเป็น" คือทิศที่เป็นมงคล ซึ่งแต่ละวันทิศใจเป็นจะอยู่ในทิศทางที่แตกต่างดังนี้

    วันอาทิตย์ ( อู ) ให้หันหน้าไปทิศอุดร
    วันจันทร์ ( หอ ) ให้หันไปทิศหรดี
    วันอังคาร ( อี ) ให้หันหน้าไปทิศอีสาน
    วันพุธ ( บัด ) ให้หันหน้าไปทิศบูรพา
    วันศุกร์ ( ทัก ) ให้หันหน้าไปทิศทักษิณ

ในการประกอบพิธี หมอสูตรจะนั่งตรงกันข้ามกับผู้ถูกเรียกขวัญ มีผู้มาร่วมในพิธีจะนั่งล้อมรอบ หมอสูตรจะดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้

  1. การไหว้ครู เมื่อเริ่มพิธีเจ้าภาพจะทำการผูกแขนหมอสูตร เพื่อเป็นการบูชาครู หลังจากนั้นหมอสูตรจะจุดธูปเทียนปักลงในพานบาศรี แล้วยกขัน 5 ขึ้น แล้วกล่าวคำไหว้พระ ส่วนใหญ่คำกล่าวไหว้พระจะเป็นการบูชาพระรัตนตรัย หมอสูตร แต่ละคน อาจมีคำไหว้พระที่แตกต่างกันออกไป เช่น

    คำไหว้พระ

    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( 3 ครั้ง )
    สาธุ ธูปะ ทีปะ คันธมาลา อัคคีทิฆัง พฆุปุปฝัง สุคนธัง วะรัง ปูเชมะ
    ชิเน กัตตวา สิติกัปปักโก ติโย อภิรูโป มหาปัญโญ ปุริปัญโญ ทาเรนโด
    ปิตก ตัยยัง นิพพานัง ปรมัง สุขัง พุทธะบูชา เตชะวันดา ธรรมบูชา
    ปัญญาวันตา สังฆบูชา โภคควันตา ตินนัง รัตตานานัง วรัง ปูเชมะ ยัง
    ยัง ชะนะปะทัง ญาติมิกขัง มิรา ลัททาปิโย ลัพพถะ ปูชิโต โหติ
    สัพพะ โสถี ภวันตุเต
  2. การป่าวเทวดา ( ชุมนุมเทวดา ) เป็นขั้นการกล่าวคำอัญเชิญเทวดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่สิงสถิตอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ให้มาเป็นเกียรติและพยานในพิธีการสู่ขวัญ ตามความเชื่อของคนอีสาน หมอสูตรจะยกขันน้ำมนต์มาตั้งหน้าตนเอง แล้วจุดเทียนคีง (เทียนที่ใช้เป็นตัวแทนของผู้ถูกเรียกขวัญ ) ปักที่ขันน้ำมนต์ พร้อมกล่าวคำเชิญเทวดา ว่า

    สัคเคกาเมจะรูเป คิริสิขะระตะเต จันทะริกเข วิมาเน ทีเปรัตเถจะ
    คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิเขตเต พรหมมา จะยันตุเทวา สะระถะระวิสะเม ยังคะคันธัพพะนาคา
    ติฏฐันตา สันติเกยัง มุนิวะระ วะจะนัง สาธะโวเม สุณันตุ ธัมมัสสะ วะนะกาโร อะยัมภะทันตา
    ธัมมัสสะวะนะกาโร อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะนะกาโร อะยัมภะ ทันตา
  3. การสูตรขวัญ ผู้ถูกเรียกขวัญจะยื่นมือข้างใดข้างหนึ่งแตะขอบบาศรี หมอสูตรจะกล่าวคำสู่ขวัญประเภทต่าง ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับโอกาสที่จัด ผู้มาร่วมงานจะคอยส่งเสียงสนับสนุนหมอสูตร เพื่อกล่าวคำว่า "มาเยอขวัญเอย" จนกว่าหมอสูตรจะกล่าวคำสู่ขวัญเสร็จสิ้น


  4. การวิดฟาย เป็นขั้นตอนที่หมอสูตรจะขับไล่ความอัปมงคล และ สิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ออกจากเจ้าของขวัญหรือผู้ร่วมพิธี การวิดฟายมีวิธีการทำโดยหมอสูตรจะยกแก้วเหล้าหรือแก้วน้ำ แล้วใช้ใบมะยมหรือหญ้าคามัดเป็นกำจุ่มลงไปในแก้วแล้วสลัดไปทั่วทิศ น้ำจะถูก ผู้เข้าร่วมพิธีหมอสูตรจะกล่าวคำวิดฟายไปด้วยตัวอย่างคำมิดฟาย เช่น "สาธุเดอ น้ำอันนี้ได้ชื่อว่า น้ำอำมฤต ประสิทธิ์จากพระสังฆะเจ้าเก้าพระองค์ท่าน ก็ได้ทรงพระธรรมคำสั่งสอน ใส่ในน้ำอันนี้จึงได้ชื่อน้ำอำมฤต ปู่พระเจ้าให้ข้าวิดข้าจึงได้วิด ยาพระเจ้าให้ข้าฟายข้าสิได้ฟาย ๆ ไปไฮ่ ผีเชื้อไฮ่อยู่ป่าคาก็ให้มากินเสีย ฟายไปน้ำผีเชื้อน้ำอยู่ปาฮูก็ให้มากินเสีย ฟายเมื่อภูเทวดาอยู่เค้าไม้ ก็ให้มากินเสีย เมื่อมิดฟายหลายน้ำอำมฤตก็บ่อมาก น้ำอำมฤตแตกพากออกจากกัน ผันธุลีกันไปทุกแห่ง แบ่งกันไป ทุกฝ่ายย้ายกันไปทุกก้ำ เม็ดหนึ่งตกไปก้ำทางอีสานงัวอยู่ ขอให้เจ้านี้จงมีบริวารหลายพ่ำพร้อม โอมอ่อนน้อมขวัญเข้านำมา เม็ดหนึ่งตกไปก้ำบูรพาตะวันออก บอกว่าให้เจ้านี่จงมีสติปัญญา เหมือนพระเจ้ามะโหสถ ให้เจ้ามีใจอดใจเพียรเหมือนพระเจ้าเตเม เม็ดหนึ่งตกไปก้ำอาคะเนพื้น ขอให้เจ้านี้จงมีเคหาหลังใหญ่กว้าง……"
  5. การผูกแขน เมื่อหมอสูตรกล่าวคำวิดฟายเสร็จ ก็จะเป็นขั้นตอน การผูกแขนเจ้าของขวัญ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล และเชื่อว่าเป็นการป้องกันขวัญออกจากร่าง ไปอีก การผูกแขนเจ้าของขวัญจะเอาไข่และกล้วย ใส่อุ้งมือ ญาติพี่น้องหรือแขกที่มาร่วมงานจะช่วยกัน "โจม" (ประคอง) มือเจ้าของขวัญผู้ผูกจะนำเอาฝ้ายผูกแขนที่เตรียมไว้ในพาขวัญ มาผูกข้อมือแล้วกล่าวคำผูกแขนเป็นการอวยพรให้เจ้าของขวัญให้มีความสุข

    ตัวอย่างคำกล่าวผูกแขน
    ผูกก้ำซ้ายให้ขวัญมา ผูกก้ำขวาให้ขวัญอยู่ ว่ามาเยอขวัญเอยขวัญเจ้า ไปกินปลาข่อนอยู่หัวนา ก็ให้มามื้อวันนี้ ขวัญเจ้าไปเฮ็ดนากินข้าวก็ให้มามื้อนี้วันนี้ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปปั้นเบ้าหล่อเงินทองก็ให้มามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปขายของอยู่ในตลาด ก็ให้มามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปเบิ่งนักปราชญ์ เจ้าก่อสร้างกระทำบุญ ก็ให้มามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปนำดอมขุนและยศใหญ่ ก็ให้มามื้อนี้วันนี้ ขวัญเจ้าไปอยู่สุขสมสร้างกินทานทุกเช้าค่ำ เชิญขวัญหัวเกษเกล้าให้ยืนหมั่นหมื่นปี อายุ วัณโณ สุขัง พะลังฯ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com