Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์ >>

สรุปจิตวิทยา

พื้นฐานทางชีววิทยากับพฤติกรรม
การเรียนรู้
การรับรู้
แรงจูงใจ

การเรียนรู้

1. การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค (Classical Conditioning)

• การทดลองของพาฟลอฟ
ก่อนการวางเงื่อนไข (Before Conditioning)
CS (เสียงกระดิ่งเป็นสิ่งเร้าที่ต้องวางเงื่อนไข) --- > ไม่มีการตอบสนองโดยการหลั่งน้ำลาย
US (ผงเนื้อ) --- > UR (การตอบสนองโดยการหลั่งน้ำลาย)

การวางเงื่อนไข (Conditioning)
CS + US UR (การตอบสนองโดยการหลั่งน้ำลาย)
(เสียงกระดิ่ง + ผงเนื้อ)
หลังการวางเงื่อนไข (After Conditioning)
CS (เสียงกระดิ่ง) --- > CR (การตอบสนองโดยการหลั่งน้ำลาย)

• ระยะเวลาในการให้ CS และ US แบ่งออกได้เป็น 4 แบบ คือ
1. Simultaneous Conditioning ให้ CS เริ่มขึ้นก่อน US ไม่ถึงวินาที แล้วให้ควบคู่กันไป
2. Delayed Conditioning ให้ CS มาก่อนเป็นระยะเวลาหลายวินาที ก่อนที่จะให้ US ตาม
3. Trace Conditioning ให้ CS ก่อนแล้วสิ้นสุดลงก่อนที่จะให้ US
4. Backward Conditioning เริ่มให้ US ก่อนแล้วสิ้นสุดลงก่อนที่จะเริ่มให้ CS

• Extinction
หลังจากที่เกิดการเรียนรู้เงื่อนไขสิ่งเร้าแล้ว ถ้าให้ CS คือสั่นกระดิ่ง (CS) โดยไม่ให้ผงเนื้อ (US) ตาม การตอบสนองโดยการหลั่งน้ำลาย (CR) จะค่อยๆ ลดน้อยลงจนกระทั่งหายไป ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการให้ CS แต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ให้ US ควบคู่ไปด้วย กระบวนการนี้เรียกว่า Extinction แต่กระบวนการตอบสนองจะไม่หายไปโดยถาวร ถ้าผู้รับการทดลองได้พักสักครู่หนึ่ง แล้วให้ CS แต่เพียง อย่างเดียว จะทำให้เกิด CR ขึ้นอีก ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า การฟื้นเอง (Spontaneous Recovery)

• การแผ่ขยายสิ่งเร้า (Stimulus Generalization) เมื่อนำสิ่งเร้าใหม่ที่คล้ายกับสิ่งเร้าที่นำมา conditioned ในตอนแรก เช่น เสียงระดับที่สูงกว่าหรือต่ำกว่า ก็จะเรียนรู้ที่จะตอบสนองโดยการหลั่งน้ำลาย (CR) เช่นเดียวกัน โดยไม่ต้องวางเงื่อนไขอีก ปรากฎการณ์เช่นนี้เรียกว่า การแผ่ขยายสิ่งเร้า

• การจำแนกความแตกต่าง (Discrimination) การจำแนกความแตกต่างเป็นกระบวนการที่ตรงกันข้ามกับการแผ่ขยายสิ่งเร้า ถ้าผู้รับการทดลอง ตอบสนองต่อสิ่งเร้าหนึ่งและไม่ตอบสนองต่ออีกสิ่งเร้าหนึ่ง แสดงว่าผู้รับการทดลองสามารถแยกความแตกต่างของสิ่งเร้าได้

2. การวางเงื่อนไขแบบการกระทำ (Operant Conditioning)

• การทดลองของสกินเนอร์
การวางเงื่อนไขแบบการกระทำ คือ เน้นที่ผลของพฤติกรรม ในสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่ จะมีสิ่งเร้าที่ทำให้อินทรีย์ (Organism) แสดงพฤติกรรมออกมา ซึ่งพฤติกรรมนั้นจะมีผลตามมา และ ผลนั้นมีผลทำให้พฤติกรรมที่อินทรีย์แสดงออกมาเพิ่มขึ้นหรือลดลง การเรียนรู้แบบนี้บางครั้งเรียกว่า “การวางเงื่อนไขแบบปฏิบัติการ (Instrumental Conditioning)

• การดัดพฤติกรรม (Shaping Behavior)
เป็นกระบวนการที่ใช้ฝึกอินทรีย์ให้มีพฤติกรรมตามที่ต้องการ โดยผู้ทำการฝึกจะให้สิ่งเสริมแรงทันทีกับ พฤติกรรมใดๆ ที่ผู้ฝึกเห็นว่าเกือบเป็นพฤติกรรมที่ต้องการหรือเกือบเป็นพฤติกรรมที่ถูกต้อง จนกระทั่งได้พฤติกรรมที่ต้องการ

• ชนิดของสิ่งเสริมแรง

  1. สิ่งเสริมแรงบวก (Positive Reinforcer) เป็นสิ่งเร้าที่ให้แล้วทำให้อินทรีย์เกิดความพอใจ
  2. สิ่งเสริมแรงลบ (Negative Reinforcer) การเปลี่ยนแปลงสถานการณ์หรือเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยให้ความถี่ของพฤติกรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากพฤติกรรมที่อินทรีย์แสดงออก สามารถหลีกเลี่ยงหรือยับยั้งสิ่งเร้าที่ไม่พึงพอใจได้ (Aversive Stimulus)

การฝึกแบบหลบหนี (Escape conditioning) สิ่งเร้าบางอย่างอาจทำให้อินทรีย์ ไม่ชอบ ไม่พอใจ หรือเป็นสิ่งเร้าที่น่ากลัวหรือเป็นอันตราย สิ่งเสริมแรงก็มักจะออกมาในรูปของความปลอดภัยจากสิ่งที่น่ากลัวหรือสิ่งที่เป็นอันตรายการทำโทษ (Punishment) มักจะทำหลังจากที่อินทรีย์มีพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนาเพื่อหยุดพฤติกรรมนั้น

• ชนิดของการเสริมแรง

  1. การเสริมแรงทุกครั้งที่อินทรีย์มีพฤติกรรม (Continuous Reinforcement
  2. การเสริมแรงเป็นครั้งคราว (Partial Reinforcement)
    - Fixed Ratio Schedule : FR คือการให้การเสริมแรงตามจำนวนครั้งของพฤติกรรม
    - Variable Ratio Schedule : VR เป็นการให้การเสริมแรงตามจำนวนครั้งของพฤติกรรมไม่คงที่
    - Fixed Interval Schedule : FI การให้การเสริมแรงโดยกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการให้การ เสริมแรงแต่ละครั้ง
    - Variable Interval Schedule : VI การให้การเสริมแรงที่กำหนดช่วงเวลาไม่แน่นอนแปรเปลี่ยนไม่ ไปไม่คงที่
  3. การเรียนรู้การรู้คิด (Cognitive Learning)
    • การเรียนรู้โดยการหยั่งรู้ (Insight Learning)
    Kohler นักจิตวิทยากลุ่ม Gestalt ทำการทดลองการคิดแก้ปัญหาโดยการหยั่งรู้ซึ่งเป็นการทดลองที่อธิบายเกี่ยวกับการกระบวนการรู้คิด (Cognitive Process) ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาคิดแก้ปัญหา ทำให้สามารถเข้าใจโครงสร้างของปัญหาและมองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมกับปัญหาแล้วเกิดการรับรู้แบบ Gestalt ขึ้นในทันทีทันใด และสามารถแก้ปัญหาได้คือมีการหยั่งรู้ (Insight เกิดขึ้น)
  4. การเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning)
    แบนดูรา (Bandura 1977-1986) มีแนวคิดว่า พฤติกรรมของบุคคลเรียนรู้จากการสังเกต หรือการเลียนแบบ (Observational หรือ Modeling Learning) โดยสิ่งแวดล้อมและตัวผู้เรียนมีความสำคัญเท่าๆกัน ผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อกันและกัน เนื่องจากการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ (Interact) กับสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมของมนุษย์จึงเกิดจากการเรียนรู้ทางสังคม
  5. การจำและการลืม (Remembering and Forgetting)

กระบวนการพื้นฐานของความจำ

การเข้ารหัส --- > การเก็บ --- > การค้นคืน
(Encoding) (Storage) (Retrieval)

• วิธีการวัดความจำ

1. การระลึก (Recall)
2. การจำได้ (Recognition)
3. การเรียนซ้ำ (Relearning)

• ระบบความจำ

1. การจำการรู้สึกสัมผัส (Sensory Memory)
2. ระบบความจำระยะสั้น (Short-term Memory : STM
3. ระบบความจำระยะยาว (Long-term Memory :LTM)

• ธรรมชาติของการลืม

1. การไม่ได้ใช้สิ่งที่เคยจำได้ (Decay Through Disuse)
2. ผลของการสอดแทรกของสิ่งที่เรียน (Interference effects)

3. การจงใจที่จะลืม (Motivated Forgetting)
4. ความล้มเหลวในการค้นคืน (Retrieval Failure Theory)

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com