ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>
ประเพณีพระแข
จังหวัดสุพรรณบุรี

แข เป็นภาษาเขมร แปลว่า ดวงจันทร์, พระจันทร์ อาจกล่าวได้ว่า ประเพณีพระแข
คือ งานไหว้พระจันทร์นั่นเอง ประเพณีนี้ถือ ปฏิบัติกันมาช้านาน
เข้าใจว่าชาวจังหวัดสุพรรณบุรีคงจะได้รับคตินิยมแบบนี้มาจากกัมพูชา เล่าต่อๆ
กันมาว่า ประเพณีนี้ทำขึ้นเพื่อเสี่ยงทายในเวลาเกิดทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง
โดยจะเสี่ยงทายด้วยต้นเทียนที่เซ่นบูชาแล้ว เพื่อให้ทราบว่าในฤดูหนึ่งๆ
จะมีดินฟ้าอากาศเป็นอย่างไร
เมื่อเสี่ยงทายและทราบผลแล้วจะได้เตรียมเครื่องมือในการเกษตรให้เหมาะสมกับฤดูนั้นๆ
ต่อไป
กำหนดงาน
ประเพณีพระแขของชาวจังหวัดสุพรรณบุรี มักนิยมทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน
12 ตรงกับวันลอยกระทง โดยทำขึ้นที่วัดสุวรรณนาคี
กิจกรรม / พิธี
เมื่อถึงวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 12 ชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นๆ
จะเตรียมเผาข้าวหลามสำหรับใส่บาตรในงานพระแข เช้าวันรุ่งขึ้นชาวบ้านจะพากันมาที่วัด
เพื่อช่วยกันปลูกโรงพิธีและจัดตั้งเครื่องสักการะบูชา
ในโรงพิธีจัดอาสนะสำหรับพระสวดมนต์ พร้อมทั้งมีกระบุงใหญ่ตั้งไว้ข้างๆ
สำหรับใส่ข้าวหลามในเวลาพระสวด ทิศตะวันออกของโรงพิธีจะปักเสาไม้ไผ่ 2 ต้น
ไว้คู่กัน
ไม้ไผ่ที่ใช้ปักนี้จะเจาะปลายให้ทะลุเพื่อสอดไม้ไผ่อีกอันหนึ่งเข้าไปในรูที่เจาะไว้แล้ว
มองดูคล้ายกับบาร์เดี่ยวและถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำพิธีนี้
เพราะไม้อันกลางนั้นทำไว้สำหรับปักต้นเทียนเสี่ยงทาย
บางแห่งทำเป็นกระทงไว้ที่โคนเสา เพื่อใส่เครื่องสักการบูชา
เมื่อพระจันทร์ขึ้น มโหรีปี่พาทย์เริ่มบรรเลง ชาวบ้านก็จะเตรียมตัวไปงาน
คนแก่คนเฒ่าเตรียมเทียนขี้ผึ้ง ลูกหลานเตรียมเครื่องบูชา ได้แก่ ข้าวเม่า ข้าวหลาม
และอื่นๆ หาบไปวัด เทวดาสมมุติ (คนนุ่งขาวห่มขาว)
ซึ่งเป็นผู้ทำพิธีอยู่ในโรงพิธีจะนำเทียนที่ชาวบ้านนำมามอบถวายหลอมให้รวมกันฟั่นเป็นเทียนเสี่ยงทายเล่มใหญ่
3 เล่ม ซึ่งหมายถึงฤดูทั้ง 3 ฤดูให้น้ำหนักเทียนแต่ละแท่งเท่ากัน
มีการแสดงมหรสพต่างๆไปเรื่อยๆจนเวลาประมาณเที่ยงคืน พระจันทร์ตรงกับศีรษะพอดี
จึงเริ่มทำพิธีในโรงพิธีโดยเทวดาสมมุตินิมนต์พระนั่งบนอาสนะที่เตรียมไว้
แล้วอาราธนาศีล ชาวบ้านนำข้าวหลามทั้งกระบอกใส่บาตร
พระผู้สวดจะกำข้าวเม่าและกล้วยที่ชาวบ้านนำมาใส่กระบุงสาดไปบริเวณใกล้ๆ
เป็นเครื่องหมายของฟ้าและฝน คือ ข้าวเม่าใช้แทนเมล็ดฝน ส่วนกล้วย หมายถึง ลูกเห็บ
เมื่อพระจันทร์ใกล้ตรงศีรษะ
เทวดาสมมุติหยิบเทียนที่ฟั่นไว้แล้วมาติดกับไม้ขวางระหว่างเสาทั้งสอง
ปักตั้งตรงให้ติดแน่น เล่มที่ 1 หมายถึงฤดูร้อน เล่มที่ 2 ปักตรงกลางไม้ หมายถึง
ฤดูฝน เล่มที่ 3 ปักที่ปลายไม้ หมายถึง ฤดูหนาว เมื่อพระจันทร์ตรงศีรษะพอดี
เทวดาสมมุติเริ่มทำพิธี โดยกล่าวคาถาชุมนุมเทวดาและกล่าวคำบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เสร็จแล้วจุดเทียน ให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นกราบและในขณะเอ่ยคำว่ากราบ
เทวดาจับไม้อันขวางนั้นหมุนไปให้ต้นเทียนล้มไปทิศตะวันออก
แล้วหมุนไปรอบหนึ่งพอต้นเทียนขึ้นตั้งตรงตามเดิมแล้วก็ให้กราบอีก ทำอย่างนี้ 3
ครั้ง เสร็จแล้วหมุนปลายไม้ทำให้ปลายต้นเทียนตรงลงยังพื้นดิน
เทียนจะลุกเป็นประกายน้ำตาเทียนไหลหยดลงไปมาก ก็ถือว่า ในฤดูนั้นจะมีน้ำมาก
ถ้าไม่มีน้ำตาเทียนไหลหยดมีแต่ไฟลุกไหม้เฉยๆ ก็ถือว่าฤดูนั้นจะมีฝนน้อยหรือฝนแล้ง
ถ้ามีไฟปะทุแตก ก็ถือว่าเมื่อฝนตกในฤดูนั้นจะมีฟ้าแลบ ฟ้าคะนองหรือฝ้าผ่า
นอกจากนั้นยังอาจนำน้ำตาเทียนที่ไหลลงไปในภาชนะมาชั่งดู
ถ้าน้ำตาเทียนของเล่มใดหนักมากกว่าเล่มอื่น
ก็แสดงว่าฤดูนั้นจะมีฝนตกชุกหรือมีน้ำมาก
ถ้าน้ำตาเทียนของเทียนเล่มใดน้อยน้ำหนักเบา ก็ถือว่ามีฝนน้อยหรือน้ำน้อย
เมื่อเทียนไหม้หมดทุกเล่มแล้ว ก็เป็นอันเสร็จพิธีเสี่ยงทายในประเพณีพระแข
ประชาชนแยกย้ายกันไปชมรมมหรสพและแยกย้ายกันกลับบ้าน


