Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สุขภาพ ความงาม อาหารและยา สมุนไพร สาระน่ารู้ >>

ผัก
(Vegetables)

แตงกวา

 (cucumber) Cucumis sativus L. (Gildemacher and Jansen, 1994)
วงศ์ CUCURBITACEAE

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายทางภูมิศาสตร์
สันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดบริเวณเชิงเขาหิมาลัย แตงกวาเป็นพืชที่มีการปลูกในประเทศอินเดียมานานกว่า 3,000 ปีแล้ว และเป็นพืชที่รู้จักกันดีในยุคอียิปต์โบราณ อาณาจักรกรีก และอาณาจักรโรมัน ในศตวรรษที่ 6 มีการปลูกในประเทศจีน และแพร่หลายมายังมาเลเซีย ในปัจจุบันมีการปลูกแพร่หลายไปทั่วโลก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นพืชปีเดียวลำต้นเลื้อยพันหรือทอดนอนไปตามพื้นดิน อาจยาวได้ถึง 5 เมตร มีขนเล็กๆ อยู่โดยรอบ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ระบบรากแก้วแผ่กว้าง ลำต้นมี 4-5 เหลี่ยม มีการแตกแขนง ลำต้นแข็งแรง มีมือพัน ใบเป็นใบเดี่ยว การเรียงใบแบบสลับ รูปร่างแบบรูปไข่ผสมสามเหลี่ยม กว้าง 7-15 เซนติเมตร ยาว 7-20 เซนติเมตร ก้านใบยาว 5-20 เซนติเมตร แผ่นใบมีรอยเว้า 3-7 รอย โคนใบรูปหัวใจ ปลายแหลม รอยหยักเว้าเป็นรูปสามเหลี่ยม ส่วนปลายของรอยเว้าแหลม ขอบใบแบบหยักซี่ฟัน ดอกเกิดจากตาข้าง แยกเพศ ดอกมีสีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-4 เซนติเมตร ดอกเพศผู้อยู่รวมกันเป็นกระจุกมี 3-7 ดอกย่อย ก้านดอกย่อยยาว 0.5-2 เซนติเมตร เกสรเพศผู้ 3 อันเป็นอิสระแยกออกจากกัน ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว อยู่บนก้านดอกที่มีขนาดใหญ่ ก้านดอกยาว 3-5 มิลลิเมตร รังไข่ยาว 2-5 เซนติเมตรอยู่ด้านบนก้านดอก ก้านเกสรเพศเมียเชื่อมรวมกันเป็นอันเดียว ยอดเกสรเพศเมียแยกออกเป็นสามแฉก กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปทรงระฆังความยาว 5-10 มิลลิเมตร มีขนเล็กๆ จำนวนมาก กลีบดอกมี 5 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นรูปทรงระฆังกว้างความยาว 2 เซนติเมตร กลีบดอกย่น มีขน ผลแบบแตง มีรูปร่างขนาดและสีสันแตกต่างกันไป ตั้งแต่รูปกลมจนถึงทรงกระบอก มีหนามเล็กๆ และตุ่มกระจายอยู่ทั่วผลเมื่อยังอ่อนอยู่ หนามมีสีขาวหรือสีดำ เนื้อผลสีเขียวอ่อน มีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดแบนรูปไข่ขอบขนานสีขาว ผิวเรียบ กว้าง 3-5 มิลลิเมตร ยาว 8-10 มิลลิเมตร


ภาพผลและดอกเพศผู้ของแตงกวา (สุรชัย, 2535)


ภาพผลอ่อนแตงกวาที่นำมารับประทานเป็นผัก (สุรชัย, 2535)

การใช้ประโยชน์
ผลอ่อนที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ ถูกนำมารับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริก น้ำสลัด ทำน้ำจิ้มที่มีน้ำส้มสายชูเป็นส่วนผสมเรียกว่าอาจาด หรือนำมาปรุงให้สุกเป็นอาหารคาวจำพวกผัดเปรี้ยวหวานและสตู ในต่างประเทศนิยมรับประทานแตงกวาดองกันมาก โดยเฉพาะในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งมีพันธุ์แตงกวาที่ใช้สำหรับดองโดยเฉพาะ

คุณค่าทางอาหาร
ผลอ่อนของแตงกวาทั้งผลมีส่วนที่รับประทานได้ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนที่รับประทานได้ 100 กรัมนั้น ประกอบด้วยน้ำ 96 กรัม โปรตีน 0.6 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 2.2 กรัม แคลเซียม 12 มิลลิกรัม เหล็ก 0.3 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 15 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 24 มิลลิกรัม วิตามินเอ 45 IU วิตามิน บี1 0.03 มิลลิกรัม วิตามิน บี 2 0.02 มิลลิกรัม ไนอาซิน 0.3 มิลลิกรัม วิตามินซี 12 มิลลิกรัม พลังงาน 63 กิโลจุล เมล็ดมีน้ำมันเป็นองค์ประกอบ 42% และโปรตีน 42 % น้ำหนักเมล็ด 20-35 กรัม ต่อ 1,000 เมล็ด แตงกวามีรสขมเนื่องจากมีสารคิวเคอร์บิทาซิน (Cucurbitacins ) ในเมล็ด

การขยายพันธุ์
ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด พันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ Co-Astar 17-2-2 ไมโครซี บิ๊กซี ลานนา 5

นิเวศวิทยา
แตงกวาเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในเขตอากาศแบบอบอุ่น มีอุณหภูมิเฉลี่ยเวลากลางวันประมาณ 30 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิกลางคืน 18-21 องศาเซลเซียส ในเขตอากาศแบบร้อนชื้นสามารถปลูกแตงกวาให้ได้ผลผลิตดีบนพื้นที่สูง 1000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ความเข้มแสงและความยาวช่วงวันมีผลต่อการออกดอก ติดผลและเพิ่มจำนวนใบให้แก่แตงกวาแต่ละสายพันธุ์ ต้องการน้ำในการเจริญเติบโตมากแต่ไม่ชอบน้ำท่วมขัง และอาจเป็นโรคราน้ำค้างได้ง่ายถ้ามีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง ชอบดินร่วนระบายน้ำดี มีแร่ธาตุอาหารปริมาณมาก ค่า pH 6.5-7.5

พื้นที่ปลูกในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2542-2543 ประมาณ 123,163 ไร่ ผลผลิตรวม 204,970 ตัน

การเก็บเกี่ยว
ผลแตงกวาที่นำมารับประทานสดนั้น ควรเก็บในระยะที่ผลยังไม่เติบโตเต็มที่ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 60 วัน หลังจากปลูก อายุของผลที่เก็บเกี่ยวมารับประทาน นั้นมีหลายระยะขึ้นกับความต้องการของผู้บริโภค

การส่งออก
มีการส่งออกผลสด 25 เมตริกตัน มูลค่า 2.10 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2541 และส่งออกเมล็ดพันธุ์ 27.06 ล้านตัน มูลค่า 82.88 ล้านบาท โดยนำเข้า 3.88 ตัน มูลค่า 4.87 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2542 (กมล และคณะ, 2544)

พืชสวนครัว
การแลกเปลี่ยนพันธุ์พืช
แหล่งผลิตผักที่สำคัญของประเทศไทย
ผักเศรษฐกิจของประเทศไทย
พริก
กระเทียม
หอมแดง
แตงกวา
ข้าวโพดฝักอ่อน
ถั่วฝักยาว
คะน้า
กะหล่ำปลี
มะเขือเทศ
ฟักทอง
ผักกาดขาวกวางตุ้ง,ผักกาดฮ่องเต้
ผักกาดเขียวกวางตุ้ง
ผักกาดเขียวปลี
ผักบุ้งจีน
ผักกาดหัว
หอมหัวใหญ่
ผักกาดหอม
กะหล่ำดอก
ฟัก, แฟง
มะระ
บวบ
ถั่วลันเตา
หน่อไม้ฝรั่ง
กระเจี๊ยบเขียว
ผักกาดขาวปลี
หน่อไม้ไผ่ตง
มะเขือยาว
ถั่วแระญี่ปุ่นหรือถั่วเหลืองฝักสด
เอกสารและสิ่งอ้างอิง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com