ศิลปะ หัตถกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม สันทนาการ >>

ประวัติศาสตร์ศิลป์

ศิลปะเครื่องประดับสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19

ช่วงสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นช่วงที่ยุโรปมีอำนาจทางการเมืองในระดับโลกและมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย สืบเนื่องมาจากสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นสำคัญ ที่เกิดการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ ปฏิวัติอุตสาหกรรมและการปฏิวัติทางการเมืองของฝรั่งเศส เป็นผลให้สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นยุคเฟื่องฟูทางด้านวัตถุนิยมเป็นอย่างยิ่ง ความต้องการทาด้านวัตถุจึงมีความต้องการที่สูงขึ้น ทำให้เกิดการขาดแคลนหลายประการ โดยเฉพาะวัตถุดิบเพื่อการผลิตสิ่งต่างๆ ให้ตอบสนองต่อความต้องการ จึงใช้อำนาจทั้งทางด้านการเมืองและความเจริญทางเทคโนโลยีค้นหาและนำมาสู่การตอบสนองของตนเอง ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ในรูปแบบของการล่าอาณานิคม ประเทศต่างๆ ในยุโรปจึงนิยมในการเดินทางเพื่อแสดงหาดินแดนอันสมบูรณ์เพื่อนำมาของวัตถุดิบเพื่อการบริโภคอย่างเพียงพอ เพื่อการค้าอันผลผลประโยชน์มากมาร เพื่อแสดงถึงความเจริญทางด้านเทคโนโลยี แสดงถึงความมีอำนาจทางกฎหมายและการมีบทบาทต่อการปกครองท้องถิ่น และกระจายประชากร ทำให้ประเทศต่างๆ ในยุโรปจึงมีความเติมโตอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านวัตถุและอำนาจ

ศิลปะเครื่องประดับในช่วงสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงได้เป็นวัตถุที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วด้วงเช่นกัน ทั้งทางด้านการผลิตที่มีกระบวนการผลิตที่ก้าวหน้ามากขึ้น ของการผลิตทั้งเชิงอุตสาหกรรมและการผลิตเชิงศิลปะ รวมทั้งการออกแบบเครื่องประดับที่มีรูปแบบที่หลากหลายมีการพัฒนาทางด้านการออกแบบสูงและมีนักออกแบบที่โดดเด่นเป็นจำนวนมากเช่น เครื่องประดับในปี ค.ศ.1850 เป็นเครื่องประดับทีมีการแสดงถึงธรรมชาติที่งดงามมาก มีความหลากหลายของดอกไม้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะงาน The Great Exhibition ปี ค.ศ.1851 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้มีนักออกแบบเครื่องประดับจำนวนมากแสดงผลงานเครื่องประดับประเภทดอกไม้ได้อย่างสวยงามยิ่ง โดยเฉพาะผลงานการออกแบบเครื่องประดับกลุ่มดอกกุหลาบ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผลไม้และใบไม้ มาถึงเครื่องประดับในยุค 1860 เป็นช่วงที่นักโบราณคดีมีอิทธิพลต่อการออกแบบเครื่องประดับมาก ผลงานการออกแบบเครื่องประดับในยุคนี้ มีรูปทรงของการออกแบบเครื่องประดับที่เกิดจากความเข้าใจในรูปทรงของเครื่องประดับโบราณที่แท้จริง ซึ่งเกิดจากการค้นพบของนักโบราณคดี เป็นผลงานที่แสดงถึงความละเอียดในการผลิตที่สูงมาก หรือนำรูปแบบเดิมมาผลิตใหม่ด้วยเทคนิคที่พัฒนาแล้ว ซึ่งจะได้ผลงานที่มีคุณภาพสูงและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทำให้เป็นเครื่องประดับที่นิยมมากในหมู่ชนชั้นสูง ไม่จำกัดเฉพาะกรีกและโรมันแต่มีรูปแบบของอิทรัสกัน อัสซีเรียน อียิปต์ เป็นต้น จนมาถึงเครื่องประดับยุค 1870 เป็นช่วงที่กระแสของวรรณกรรมมีบทบาทต่อสังคม แรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับจึงมีความหลากหลายมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องราวของสัตว์ จึงทำให้เครื่องประดับรูปสัตว์มีจำนวนมาก เช่น หมาป่า หมู เป็นต้น และในยุคนี้เป็นยุคที่สามารถผลิตเครื่องประดับแบบมวลรวมได้ดี ราคาของเครื่องประดับจึงมีราคาที่ถูกลงไปบ้าง เช่น ในงาน London Exhibition เมื่อปี ค.ศ. 1872 ได้แสดงถึงเครื่องประดับเกี่ยวกับสัตว์จำนวนหลายชิ้น โดยเฉพาะผึ้งในประเทศอาฟริกาใต้เป็นที่โดดเด่น ส่วนเครื่องประดับยุค 1880 เป็นช่วงที่เข้าสู่การผลิตแบบมวลรวมมากขึ้น บริษัทที่สามารถผลิตเครื่องประดับได้ปริมาณมากและมีคุณภาพดีคือ บริษัท C.R.Ashbee ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1888 นอกจากนี้ยังเป็นห้องปฏิบัติการและโรงเรียนในการฝึกอบรมทางด้านเครื่องประดับเป็นอย่างดี ผลงานเครื่องประดับจาก C.R.Ashbee นี้จึงมีเป็นจำนวนมากหลายรูปแบบ มาในช่วงเครื่องประดับยุค 1890 เป็นช่วงยุคที่มีความสำคัญต่อการออกแบบเครื่องประดับ เนื่องจากมีความต่อเนื่องจากเดิมหลายส่วนและมีกระแสทางการออกแบบอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย ส่วนที่ต่อเนื่องมีเครื่องประดับ บริษัท C.R.Ashbee นอกจากนี้เป็นช่วงสมัยก่อนเข้าช่วงเครื่องประดับแบบอาร์ตนูโว และเป็นช่วงสิ้นสุดสมัยวิคตอเรีย เครื่องประดับในยุคนี้บางช่วงจึงเรียกว่า Gay Nineties โดยชาวฝรั่งเศสเป็นต้นแบบของรูปแบบนี้ เพื่อที่จะเปลี่ยนรูปแบบเดิมๆ คือ รูปแบบของวิคตอเรียโดยให้มีการพัฒนาทางด้านรูปแบบมากยิ่งขึ้น จนมาถึงเครื่องประดับยุค 1900 เครื่องประดับแห่งความรักเป็นเครื่องประดับที่แสดงถึงความรักในรูปแบบต่างๆ จึงทำให้มีสัญลักษณ์แห่งความรักมากมาย เช่น ลูกศรของกามเทพ หัวใจ เป็นต้น นอกจากความรักฉันชู้สาวแล้วยังมีความรักแบบเพื่อนหรือคนที่สนิท เครื่องประดับส่วนใหญ่จึงเป็นจี้ห้อยคอ เข็มกลัด ล็อกเก็ต เป็นต้น ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้หินสีสดต่างๆ เป็นสัญลักษณ์และเป็นภาษาอย่างหนึ่งในการสื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกได้ดีจัดเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่งที่นักออกแบบนิยมนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเสมอ

การออกแบบเครื่องประดับในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 นี้ จึงมีหลายรูปแบบเครื่องประดับทั้งในแง่เชิงอนุรักษ์ศิลปะเครื่องประดับโบราณ และในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ซึ่งดำเนินไปตามเวลาแฟชั่นในแต่ละช่วง

» ลักษณะต้นแบบโบราณ

» ลักษณะการนำต้นแบบมาพัฒนาใหม่ หรือมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ

» ลักษณะการออกแบบรูปแบบใหม่

» ลักษณะการออกแบบข้ามวัฒนธรรม

» ประวัติศาสตร์ศิลปะเครื่องประดับตะวันตกยุดก่อนประวัติศาสตร์

» ประวัติศาสตร์ศิลปะเครื่องประดับอารยธรรมโบราณ

» ศิลปะเครื่องประดับอียิปต์ (Egypt)

» ยุค Middle Kingdom หรือยุคอาณาจักรกลาง

» ยุค New Kingdom หรือยุคอาณาจักรใหญ่

» ศิลปะเครื่องประดับเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia)

» ศิลปะเครื่องประดับมิโนอัน - ไมซีเน (Minoan - Mycenae)

» ศิลปะเครื่องประดับกรีก (Greek)

» ศิลปะเครื่องประดับอีทรัสกัน (Etrucan)

» ศิลปะเครื่องประดับเชลติก (Celtic)

» ยุค Princes

» ยุควัฒนธรรม La Tene

» ยุคขยายอาณาจักร

» ยุคอิทธิพลของนักรบ

» ศิลปะเครื่องประดับโรมัน (Rome)

» ศิลปะเครื่องประดับไบแซนไทน์ (Byzantine)

» ประวัติศาสตร์ศิลปะเครื่องประดับตะวันตกยุคประวัติศาสตร์

» ศิลปะเครื่องประดับช่วงยุคกลาง

» ศิลปะเครื่องประดับโกธิค (Gothic)

» ศิลปะเครื่องประดับสมัยเรอนาซองค์ (Renaissance)

» ศิลปะเครื่องประดับแมนเนอริส (Mannerist)

» นักออกแบบเครื่องประดับ Benvenuto Cellini

» การออกแบบเครื่องประดับเชิงนามธรรม

» ศิลปะเครื่องประดับสมัยอลิซาเบธที่ 1

» ศิลปะเครื่องประดับบาร็อค (Baroque)

» การประดิษฐ์ตกแต่ง

» ศิลปะเครื่องประดับโรโคโค

» ศิลปะเครื่องประดับนีโอคลาสสิค

» ศิลปะเครื่องประดับคาเมโอ (Cameo)

» ศิลปะเครื่องประดับนโปเลียนกับโจเซฟิน (Napoleon & Josephine)

» ศิลปะเครื่องประดับแบบคัทสติล (Cut Steel)

» ศิลปะเครื่องประดับแบบแชทเทิลเลน (Chatelaines)

» ศิลปะเครื่องประดับสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19

» ศิลปะเครื่องประดับอนุรักษ์นิยม

» นักออกแบบเครื่องประดับ Fortunato Pio Castellani

» นักออกแบบเครื่องประดับชื่อนาย Carlo Giuliano

» นักออกแบบเครื่องประดับชื่อ Peter Carl Faberge

» นักออกแบบเครื่องประดับชื่อ Eugene Fontenay

» ศิลปะเครื่องประดับอาร์ตนูโว (Art Nouveau)

» นักออกแบบเครื่องประดับชื่อ Rene Lalique

» นักออกแบบเครื่องประดับชื่อ Charles Lewis Tiffany

» ศิลปะเครื่องประดับวิคตอเรีย (Victoria)

» ศิลปะเครื่องประดับสมัยใหม่

» ศิลปะเครื่องประดับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

» นักออกแบบเครื่องประดับ Fulco di Verdura

» ศิลปะเครื่องประดับอาร์ตเดโค (Art Deco)

» ศิลปะเครื่องประดับยุค 1920

» ศิลปะเครื่องประดับยุค 1930

» นักออกแบบเครื่องประดับเทียมชื่อ McClelland Barclay

» ศิลปะเครื่องประดับยุค 1940

» บริษัทที่ออกแบบเครื่องประดับเทียมชื่อ Trifari

» บริษัทเครื่องประดับเทียมชื่อ Coro

» บริษัทเครื่องประดับเทียมชื่อ Boucher

» บริษัทเครื่องประดับเทียมชื่อ Haskell

» บริษัทเครื่องประดับแท้ชื่อ Cartier

» บริษัทเครื่องประดับแท้ชื่อ Van Cleep & Arpels

» ศิลปะเครื่องประดับยุค 1950

» นักออกแบบเครื่องประดับชื่อ Daniel Swarovski

» บริษัทเครื่องประดับเทียมชื่อ Eisenberg

» บริษัทเครื่องประดับเทียมชื่อ Hobe

» ศิลปะเครื่องประดับยุค 1960

» นักออกแบบเครื่องประดับชื่อ Bulgari

» ศิลปะเครื่องประดับยุค 1970

» ศิลปะเครื่องประดับยุค 1980

» ศิลปะเครื่องประดับยุค 1990

» ศิลปะเครื่องประดับหลังสมัยใหม่

» ศิลปะเครื่องประดับมินิมอล (Minimalism)

» ศิลปะเครื่องประดับเชิงศิลปะ

» ศิลปะเครื่องประดับเชิงอุตสาหกรรม

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย