Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย

แผนการยึดเมืองไทยของฝรั่งเศส

  1. ให้ทำลายอิทธิพลของพระพุทธศาสนา โดยส่งบาทหลวงเป็นจำนวนมากเข้ามา และมีสาส์นจากโป๊ปอินโนเซ้นท์ถึงสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ของร้องให้ทรงคุ้มครองโรมันแคธอลิคในประเทศไทย โดยหวังว่า เมื่อคนไทยนับถือศาสนาคริสต์เพิ่มขึ้น ก็จะได้คนเหล่านี้ในการยึดครองประเทศไทย
  2. พยายามเกลี้ยกล่อมให้สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมด้วยพระราชวงศ์ผู้ใหญ่และขุนนางที่มีอิทธิพลในบ้านเมืองให้เข้ารีต ซึ่งถ้าใครเข้ารีตก็จะตอบแทนด้วยตำแหน่งหน้าทีการงานในเมืองไทย หลังจากที่ฝรั่งเศสได้ยึดครองแล้ว ซึ่งเเผนการเหล่านี้เป็นเช่นเดียวกับที่โปรตุเกสเคยใช้สำเร็จมาแล้วในประเทศลังกา
  3. ส่งทหารเข้าเมืองไทยให้ยึดป้อมสำคัญ ๆ เอาไว้ แผนหลักทั้ง 3 ประการนี้ ได้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องกัน แต่เพราะคนไทยรู้เท่าทันถึงแผนการของศาสนาคริสต์ที่จะมุ่งยึดครองประเทศไทย ทำให้รังเกียจศาสนาคริสต์มากขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะบาทหลวงไปยุยงส่งเสริมให้คนไทยที่เข้ารีตนับถือศาสนาคริสต์ ปฏิเสธไม่ยอมร่วมพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น

พระราชพิธีดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา โดยอ้างว่าผิดหลักคำสอนในศาสนาคริสต์ คนเหล่านี้จึงถูกทางการของไทยกล่าวหาว่าเป็นกบฏและนำไปลงโทษตามกฎหมายบ้านเมือง ประกอบกับการเผยเเผ่ศาสนาในลักษณะที่ถือดีว่ามีกองทัพประเทศของตนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง พวกบาทหลวงจึงมักใช้วิธีรุนแรง ในลักษณะที่ยกตนข่มท่าน ทำให้คนไทยมีความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับการพยายามโน้มน้าวให้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงไปเข้ารีตนั้น พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ส่งราชทูตมาขอร้องให้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเข้ารีต โดยเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ฟอลคอน เป็นคนกลาง แต่เนื่องจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมีความเคารพนับถือในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง จึงไม่ทรงยอมเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ ประกอบกับข้อความที่ปรากฏในพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีใจความลักษณะเชิดชูศาสนาของตนเองมากจนเกินไป และยกตนข่มท่าน จนสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้รับสั่ง ฝากเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ฟอลคอน เป็นใจความว่า ใครไปทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสว่า เราจะนับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งพระยาวิชาเยนทร์ ฟอลคอน ก็ทูลว่า พวกบาทหลวงที่มาอยู่ในกรุงศรีอยุธยาได้กราบทูลไว้ โดยเห็นการที่พระองค์ทรงให้การอุปถัมภ์บำรุงศาสนาต่าง ๆ จึงเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงชี้แจงให้เข้าใจว่า

“เรื่องของความเป็นมิตรสนิทสนมส่วนตัวระหว่างพระองค์กับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การจะเปลี่ยนศาสนาซึ่งนับถือกันมาถึง 2229 ปี ไม่ใช่เป็นของง่าย ถ้าพวกบาทหลวงต้องการจะให้พระองค์นับถือศาสนาคริสต์ ก็ขอให้ชักชวนราษฎรให้เข้ารีตเป็นคริสต์ให้หมดเสียก่อน แล้วพระองค์จะทรงเป็นคริสต์ทีหลัง”

อีกประการหนึ่ง การกระทำของบาทหลวงก็ดี การกระทำของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก็ดี พระองค์ทรงมีความรู้สึกว่าเป็นการก้าวก่ายกับฤทธิ์อำนาจของพระผู้เป็นเจ้า เพราะการที่ศาสนาในโลกมีอยู่หลายศาสนานั้น ก็น่าจะเป็นความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า พระองค์จึงปล่อยให้เป็นไปดังนั้น ถ้าไม่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้าก็คงจะดลบันดาลให้มีอยู่เพียงศาสนาเดียว เมื่อพวกคริสต์มีความเชื่อว่าพระเจ้ามีฤทธิ์มากเช่นนี้ แสดงว่าพระเจ้ามีพระประสงค์จะให้พระองค์นับถือพระพุทธศาสนาไปก่อน ถ้าหากว่าพระเจ้ามีความประสงค์จะให้พระองค์เข้ารีตเป็นคริสตศาสนิก ก็ขอให้พระเจ้าซึ่งเชื่อกันว่ามีฤทธิ์ มีอำนาจดลบันดาลให้พระทัยของพระองค์เลื่อมใสในศาสนาคริสต์เสียก่อน เมื่อพระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสขึ้นในวันใด ก็จะทรงเข้ารีต แล้วก็ทรงตบท้ายด้วยประโยคที่คมคายว่า

“เราจึงของฝากชะตากรรมของเราและของกรุงศรีอยุธยา สุดแต่พระผู้เป็นเจ้าจะดลบันดาลเถิด พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสผู้เป็นพระสหายของเราอย่าได้ทรงเสียพระทัยเลย”
พระราชดำรัสครั้งนี้ถือว่า เป็นพระดำรัสทางการทูตที่ยอดเยี่ยมมาก ทางฝรั่งเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะโฆษณาสรรพคุณของพระเจ้าตนเองไว้เป็นอันมาก

สำหรับการนำเอาทหารฝรั่งเศสมายึดป้อมต่าง ๆ นั้น อ้างว่าจะมาช่วยไทยรบอังกฤษ ที่จริงทหารเหล่านี้ก็มีแผนที่จะยึดราชบัลลังก์ ตอนมาก็มากันมาก แต่ว่าตายเสียในระหว่างทางบ้าง รัฐบาลไทย ทางราชการไทยไม่ยอมให้พักอยู่ในพระนคร ส่งไปอยู่ทางมะริด และตะนาวศรี มีทหารเหลืออยู่ประมาณ 400 คน รักษาป้อมอยู่ที่เมืองธนบุรี แต่อย่างไรก็ตาม แผนการของคริสต์นั้นสำเร็จไปขั้นหนึ่ง คือนำเอาพระปิยะซึ่งเป็นพระราชโอรสบุญธรรมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชให้เข้ารีตเป็นโรมันแคธอลิคได้ โดยคนพวกนี้หวังว่า เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสวรรคตแล้ว ก็จะยกย่องพระปิยะขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แล้วค่อยเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนคนไทยนับถือคริสตศาสนาในภายหลัง สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเอง ทรงนิยมไปประทับที่พระที่นั่งสุทธาสวรรค์และพระที่นั่งธัญญมหาปราสาทในพระราชวังที่เมืองลพบุรี การที่เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ฟอลคอนฝักใฝ่กับฝรั่งเศส และมีแผนการจนถึงกับจะยึดครองประเทศไทยเช่นนี้ ทำให้ข้าราชการไทยในสมัยนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระเพทราชา กับ ขุนหลวงสรศักดิ์ ได้พรักพร้อมกันยึดอำนาจบ้านเมือง เพราะเห็นว่าถ้าปล่อยให้ราชสมบัติตกอยู่ภายใต้การปกครองของพระปิยะแล้ว พระพุทธศาสนาก็จะเป็นอันตราย และเพื่อเป็นการตัดรากถอนโคนราชวงศ์ปราสาททอง เจ้านายผู้ใหญ่ที่อยู่สมัยนั้นก็ถูกฆ่าถูกประหารไปเป็นจำนวนมาก แม้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชจะทรงทราบว่าอะไรเป็นอะไร แต่ในขณะนั้น ทรงพระประชวนหนักอยู่ ทำได้เพียงทรงสาปแช่งพระเพทราชากับขุนหลวงสรศักดิ์เท่านั้น และเมื่อทรงเห็นว่า พระองค์จะสวรรคตแน่แล้ว จึงได้อุทิศพระราชวังที่ลพบุรีให้เป็นวิสุงคามสีมา และให้ข้าราชบริพารของพระองค์บวช เพื่อหนีภัยจากพระเพทราชาและขุนหลวงสรศักดิ์ จึงเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์ปราสาททองเข้าสู่ยุคราชวงศ์พลูหลวง

ยุคฟูนัน (พนม) (ศตวรรษที่ 6–7)
ยุคทวาราวดี (ศตวรรษที่ 11–16)
กษัตริย์เทียบเท่าพระโพธิสัตว์
ยุคศรีวิชัย (ศตวรรษที่ 12–18)
ยุคลพบุรี (ศตวรรษที่ 15–18)
พระพุทธศาสนายุคสุโขทัย(ศตวรรษที่ 18)
พระพุทธศาสนาสมัยพ่อขุนรามคำแหง
การปกครองคณะสงฆ์สมัยสุโขทัย
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยของพระมหาธรรมราชาลิไท
พระพุทธศาสนาในสมัยล้านนา(ลานนา)
พระพุทธศาสนาในสมัยพระเจ้าเม็งราย(ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา)
พระเจ้ากือนาธรรมิกราช (ตื้อนา)
พระพุทธศาสนาสมัยกรุงศรีอยุธยา
พระพุทธศาสนาสมัยพระบรมไตรโลกนาถ
พระพุทธศาสนาสมัยพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. 2163 เป็นต้นมา)
พระพุทธศาสนาสมัยพระนารายณ์มหาราช(พ.ศ.2199เป็นต้นมา)
แผนการยึดเมืองไทยของฝรั่งเศส
พระพุทธศาสนาสมัยสมเด็จพระบรมโกษฐ์(พ.ศ. 2275เป็นต้นมา
สรุปพระพุทธศาสนาในสมัยกรุงศรีอยุธยา
พระพุทธศาสนาในสมัยกรุงธนบุรี(พ.ศ.2310–2325)
พระพุทธศาสนาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์(พ.ศ.2325 ถึงปัจจุบัน)
พระพุทธศาสนาสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล
พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยลเดช
นาคหลวง
ภาวะแห่งความแย้งขัดระหว่างพระพุทธศาสนากับศาสนาอื่น
เกี่ยวกับนิกายแห่งศาสนาและลัทธิอื่น
นิกายหรือลัทธิใหม่ที่เกิดมีขึ้นในประเทศไทย
การเข้ามาสู่ประเทศไทยของพระพุทธศาสนา
ยุคที่ 1 ลัทธิหินยานอย่างเถรวาท
ยุคที่ 2 ลัทธิมหายาน
ยุคที่ 3 ลัทธิหินยานอย่างพุกาม
ยุคที่ 4 ลัทธิลังกาวงศ์
บรรณานุกรม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com