Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ประวัติพระพุทธโฆษาจารย์

อรรถกถา-พระอรรถกถาจารย์
พระพุทธโฆษาจารย์
ข้อวิจารณ์ของเสฐียรพงษ์ วรรณปก
ปัญหาเรื่องชาติภูมิ
ข้อวิจารณ์ของพุทธทาสภิกขุ
ผลงานของพระพุทธโฆษาจารย์
คัมภีร์ที่สันนิษฐานว่าพระพุทธโฆษาจารย์รจนา
คัมภีร์อรรถกถาที่สำคัญ
ย่อความอรรถกถาธรรมบท
ย่อความวิสุทธิมรรค
คุณสมบัติ 11 ประการ
สังคหกถา
สรุปประวัติ พระพุทธโฆษาจารย์
ภาคผนวก
บรรณานุกรม

ข้อวิจารณ์ของพุทธทาสภิกขุ

ยังมีผู้กล่าวถึงพระพุทธโฆษาจารย์อีกท่านหนึ่ง ซึ่งท่านผู้นี้ได้รับการขนานนามว่า นาคารชุน แห่งเถรวาท จอมปราชญ์แห่งทักษิณรัฐ เมธีแห่งขุนเขา ผู้รจนาวิมุติวรรณกรรม หรือที่เรารู้จักกันในนามของ “พุทธทาสภิกขุ” นั่นเอง ขอคัดลอกคำที่ท่านกล่าวถึงพระพุทธโฆษาจารย์ มาไว้ดังนี้

จะพูดถึงพระพุทธโฆษาจารย์กันบ้าง… สำหรับพระพุทธโฆษาจารย์องค์นี้ พุทธบริษัทแทบทั้งหมดเชื่อว่าเป็นพระอรหันต์… ผมไม่มีความเชื่ออย่างไหนหมด ผมดูแต่ว่าท่านทำอะไร ท่านพูดอะไรแล้วอะไรเป็นประโยชน์ก็ถือว่าถูก อะไรไม่เป็นประโยชน์ก็ถือว่าผิด โดยส่วนใหญ่จะเห็นว่าท่านเป็นผู้มีความรู้มากที่สุด แล้วก็มีประโยชน์มากที่สุด อธิบายเรื่องที่มีประโยชน์ไว้หลายสิบหลายเรื่อง แต่เรื่องปฏิจจสมุปบาทนี้ ผมไม่เห็นด้วยเลย เพราะพูดไปในรูปที่เป็นอาตมัน เป็นศาสนาพราหมณ์ไป

ผมไม่ได้เคารพหรือเชื่อพระพุทธโฆษาจารย์ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีส่วนที่ผมไม่เห็นด้วยอยู่หลายเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ผมจะเคารพได้ 90 - 95 เปอร์เซ็นต์ คือใน 100 เรื่องนั้น ผมเห็นด้วย 95 เรื่อง แต่ 4 - 5 เรื่องไม่เห็นด้วย เช่นเรื่องปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น

จะวิจารณ์เรื่องส่วนตัวของพระพุทธโฆษาจารย์กันบ้าง ไม่ใช่จ้วงจาบไม่ใช่นินทาไม่ใช่ใส่ร้าย แต่เอามาเป็นเหตุผล สำหรับประกอบการอธิบายปฏิจจสมุปบาทของท่าน ซึ่งมันมีแง่ให้เราตั้งข้อสังเกตเพียงตั้งข้อสังเกตว่า พระพุทธโฆษาจารย์นั้น ท่านเป็นพราหมณ์โดยกำเนิด ท่านเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพราหมณ์ ท่านจบไตรเพทอย่างพราหมณ์ทั่วไป มีวิญญาณอย่างพราหมณ์แล้วจึงมาบวชในพุทธศาสนานี้ แล้วได้รับสมมติกันในหมู่คนบางพวกว่าเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง เมื่อ พ.ศ.ร่วมพันปี นักโบราณคดีถือว่าท่านเกิดทางอินเดียใต้มิใช่ชาวมคธ บางพวกดึงท่านเป็นมอญก็มีไม่เหมือนในอรรถกถา ที่ถือว่าท่านเป็นชาวมัธยมประเทศ ท่านเป็นพราหมณ์โดยเลือดเนื้อแล้วมาเป็นพระอรหันต์ในพุทธศาสนานี้ แล้วถ้าเกิดไปอธิบายปฏิจจสมุปบาทของพุทธให้กลายเป็นพราหมณ์อย่างนี้มันยิ่งสมเหตุสมผล คือท่าน “เผลอ” ไปก็ได้ ถ้าท่านเผลอท่านไม่ใช่อรหันต์แน่ ข้อนี้จะว่าอย่างไร ก็ต้องพูดอย่างที่เรียกว่า ขอฝากไว้ให้ท่านผู้มีสติปัญญาพิจารณาดูเถิด

 

ทีนี้ของที่ประหลาดๆ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ของพระพุทธโฆษาจารย์นั้นยังมีอีกบางเรื่องดังที่ผมพูดเมื่อตระกี้นี้ เรื่องปฏิจจสมุปบาทคร่อม 3 ชาตินี้ก็เรื่องหนึ่งแล้ว เราพูดกันเข้าใจแล้ว ทีนี้เรื่องที่ท่านอธิบายอะไรๆ ในพุทธศาสนากลับกลายเป็นพราหมณ์อย่างนี้ มันมีอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเช่นเรื่องโลก หรือเรื่องโลกวิทู

เมื่อท่านอธิบายโลกวิทูซึ่งเป็นพระพุทธคุณ บทนี้ท่านอธิบายโลกแบบโลกอย่างพราหมณ์ไปหมด ตามที่เขาพูดกันอยู่ก่อน ท่านไม่อธิบายโลกอย่างที่พระพุทธเจ้าอธิบาย โลกอย่างที่พระพุทธเจ้าอธิบายนั้น คือ โลกก็ดี เหตุให้เกิดโลกก็ดี ความดับสนิทแห่งโลกก็ดี ทางให้ถึงความดับสนิทแห่งโลกก็ดี ตถาคตได้บัญญัติไว้ในร่างกายที่ยาวประมาณวาหนึ่ง ที่ยังเป็นๆ ที่มีสัญญาและใจ

ข้อนี้หมายความว่า ในร่างกายที่ยาววาหนึ่งเท่านั้น มีทั้งโลก มีทั้งเหตุให้เกิดโลก มีทั้งความดับสนิทแห่งโลกและทางให้ถึงความดับสนิทแห่งโลก คือ พรหมจรรย์ทั้งหมดอยู่ในร่างกายที่ยาววาหนึ่งและเป็นร่างกายที่ยังเป็นๆ อยู่ ตายแล้วไม่มี ในร่างกายที่มีชีวิต มีความรู้สึกปกตินี้ ในนั้นมันมีครบพระพุทธเจ้าท่านเป็น “โลกวิทู” เพราะท่านรู้โลกอันนี้ เพราะว่าโลกอันนี้คืออริยสัจจ์ทั้งสี่โลก เหตุให้เกิดโลก ความดับสนิทของโลก ทางให้ถึงความดับสนิทของโลก มันคืออริยสัจจ์สี่

ถึงทีจะอธิบายโลกวิทูให้พระพุทธเจ้า หรือถวายพระพุทธเจ้า พระพุทธโฆษาจารย์ท่านไม่อธิบายโลกอย่างนี้ ที่ท่านอธิบายนั้นผมว่ามันไม่เป็นพุทธ คือ ท่านอธิบายโลกอย่างที่เป็นโอกาสโลกเหมือนที่เราได้ยินได้ฟังเรื่องปรัมปราในไตรภูมิพระร่วงอะไรทำนองนั้น มันมาจากความเชื่อปรัมปราของพวกพราหมณ์ว่า โลกกลมเท่าไร กว้างเท่าไร ยาวเท่าไร จักวาลโตเท่าไร แผ่นดินหนาเท่าไร น้ำหนาเท่าไร ลมหนาเท่าไร เขาพระสุเมรุสูงเท่าไร เขาบริวารสูงเท่าไร หิมวันต์ใหญ่เท่าไร ต้นหว้าใหญ่เท่าไร ไม้ประจำโลก 7 ต้นเป็นอย่างไร ดวงอาทิตย์ขนาดเท่าไร ดวงจันทร์ขนาดเท่าไร ทวีปอีก 3 ทวีปใหญ่เท่าไร ฯลฯ นี่มันไม่ใช่เรื่องของพุทธเลย อย่างนี้ที่ผมไม่เชื่อเลย นี่ขอให้คิดดู อธิบายโอกาสโลก อย่างนี้มันเป็นเรื่องของพราหมณ์ เรื่องของฮินดูเก่าก่อนพุทธกาล

ทีนี้พออธิบายขึ้นมาถึงสัตว์โลก ท่านก็ไปอธิบายเรื่องว่า คือสัตว์ทั้งหลายมีอินทรีย์ต่างกัน มีธุลีในนัยน์ตาน้อยบ้าง มากบ้าง อินทรีย์กล้าบ้าง อ่อนบ้าง รู้ง่ายบ้าง รู้ยากบ้าง เป็นภัพพะบ้าง เป็นอภัพพะบ้าง ไม่มีโลกอริยสัจจ์สี่เลย

พออธิบายถึง สังขารโลก ท่านอธิบายแต่เพียงว่า พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องนามรูป เรื่องเวทนา เรื่องอาหาร เรื่องอุปาทาน เรื่องอายตนะ เรื่องวิญญาณฐิติ เรื่องโลกธรรม 8 เรื่องสัตตาวาส 9 เรื่องอายตนะ 12 เรื่องธาตุ 18 อย่างนี้ มันมีแต่เรื่องอย่างนี้ ไม่มีเรื่องอริยสัจจ์สี่ซึ่งอธิบายโลกครบทั้ง 4 ความหมาย

เพราะเหตุดังกล่าวมาจึงถือว่าพระพุทธโฆษาจารย์ อธิบายคำว่า “โลกวิทู” นี้เป็นพราหมณ์โต้งๆ เสียเป็นส่วนใหญ่แล้วที่อธิบายเป็นพุทธบ้างกระเส็นกระสาย ไม่ตรงกับตัวโลกทั้ง 4 ความหมาย คือ โลกอย่างหนึ่ง เหตุให้เกิดโลกอย่างหนึ่ง ความดับสนิทของโลกอย่างหนึ่ง ทางให้ถึงความดับสนิทของโลกอย่างหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ในร่างกายที่ยาวประมาณวาหนึ่ง พร้อมทั้งสัญญาและใจ ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านตรัสเอง ตรัสแล้วตรัสอีก เมื่อท่านอธิบายอย่างนี้ ผมว่า “โลกวิทู” ตามแบบพระพุทธโฆษาจารย์อย่างนี้ ไม่เป็นพุทธสมตามที่ว่าเป็นหัวใจของเรื่อง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com