Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ประวัติพระพุทธโฆษาจารย์

อรรถกถา-พระอรรถกถาจารย์
พระพุทธโฆษาจารย์
ข้อวิจารณ์ของเสฐียรพงษ์ วรรณปก
ปัญหาเรื่องชาติภูมิ
ข้อวิจารณ์ของพุทธทาสภิกขุ
ผลงานของพระพุทธโฆษาจารย์
คัมภีร์ที่สันนิษฐานว่าพระพุทธโฆษาจารย์รจนา
คัมภีร์อรรถกถาที่สำคัญ
ย่อความอรรถกถาธรรมบท
ย่อความวิสุทธิมรรค
คุณสมบัติ 11 ประการ
สังคหกถา
สรุปประวัติ พระพุทธโฆษาจารย์
ภาคผนวก
บรรณานุกรม

สังคหกถา

อนึ่งในเรื่องประวัติพระพุทธโฆษาจารย์นี้ พระบุรพาจารย์ในสิงหฬทวีป ได้กล่าวคาถารวมประวัติของท่านไว้ดังนี้

เมื่อ (ศาสนายุกาล) แต่ปรินิพพานแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าล่วงแล้ว 956 พรรษา พระเจ้ามหานาม ทรงครองราชย์ในลังกาโดยทศพิธธรรม พราหมณ์มาณพผู้เกิดในบ้านใกล้โพธิมณฑ์ เป็นผู้รู้วิทยาและกระบวนการศิลปะ จบไตรเพท เจนจัดลัทธิ เชี่ยวชาญวาทะทั้งปวง มีความต้องการจะใช้วาทะจึงเที่ยวโต้วาทีไปในชมพูทวีป จนมาถึงวิหารแห่งหนึ่งตอนกลางคืน ปริวรรตปาตัญชลีมนต์ให้มีบทอันสมบูรณ์เป็นปริมณฑลดี พระมหาเถระองค์หนึ่งชื่อ เรวตะ ในวิหารนั้นทราบชัดว่า “สัตว์ผู้นี้มีปัญญามาก เราทรมานได้จะดี” ท่านจึงกล่าวเปรยว่า “ใครหนอร้องเป็นเสียงลา” พราหมณ์มาณพถามท่านว่า “ท่านรู้ความในเสียงร้องของพวกลาหรือ” เมื่อท่านรับว่ารู้จึงยังท่านให้ลงสู่ลัทธิของตน (คือเอาลัทธิของตนมาถามท่าน) ท่านก็แก้ข้อความที่ตนถามๆ ได้ ทั้งชี้ข้อผิดพลาดได้ด้วย ครั้นท่านเตือน (จะถามบ้าง) ก็อนุญาตให้ท่านยังตนให้ลงสู่วาทะของท่านบ้าง (ท่านถามแล้ว) ไม่ (อาจ) แก้ความหมายแห่งบาลีมหาอภิธรรมแก่ท่านได้ จึงถามว่า “นี่เป็นมนต์ของใคร” ท่านบอกว่าเป็นมนต์ของพระพุทธเจ้า จึงขอท่าน ท่านบอกว่า “เราจะให้พุทธมนต์นั้นแก่คนที่ทรงเพศอย่างเรา” พราหมณ์มาณพนั้น อันบุพเหตุ (คือกุศลในปางก่อน) ทั้งหลายเตือน (ใจ) แล้วจึงบวชเพื่อต้องการมนต์ เธอได้อุปสมบทแล้วก็เรียนพระไตรปิฎก ภายหลังเลยถือเอาพระไตรปิฎกนั้นว่า นี่เป็นเอกายนมรรค (ทางดำเนินอย่างเอก ประเสริฐกว่าลัทธิของตน) ต่อมาท่านเป็นผู้ปรากฏ (เด่น) ดังดวงไฟ ดังดวงจันทร์ ดังดวงอาทิตย์ ซึ่งได้พยากรณ์กล่าวแก้ธรรมอันลึกแก่สัตว์ทั้งหลายละม้ายพุทธพยากรณ์ ท่านจึงได้นามว่า “พุทธโฆสะ” เพราะโด่งดังไปในพื้นแผ่นดินแม้นพระพุทธองค์

ในครั้ง (อยู่ที่วิหาร) นั้น ท่านมีความรู้ได้แต่งปกรณ์ชื่อ ญาโณทัย ไว้ในวิหารนั้น แล้วแต่งอรรถกถาธรรมสังคณี เริ่มจะแต่งอรรถกถาน้อยชื่อ อรรถสาลินี เพราะเรวตเถระเห็นเช่นนั้นจึงบอกว่า ปกรณ์ที่นำมาที่ (ชมพูทวีป) นี่มีแต่พระบาลีอรรถกถาหามีไม่ อาจริยวาทต่างๆ ก็ไม่มีเช่นกัน แต่อรรถกถาเป็นภาษาสีหลล้วน ที่พระมหินท์ผู้ทรงปรีชาญาณ ตรวจดูกถามรรคที่ได้ขึ้นสู่สังคีติทั้ง 3 ครั้ง นับถือเป็นคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ และพระเถระมรพระสารีบุตรเป็นต้น ร้อยกรองไว้ แล้วแต่งขึ้นไว้ในภาษาสีหล ยังเป็นไปอยู่ในสีหลทวีป เธอจงไปที่สีหลทวีปนั้นตรวจดูอรรถกถาสีหลนั้น แล้วปริวรรตไว้ในภาษามคธเสียได้ อรรถกถา (ที่ปริวรรต) นั้นจะนำมาซึ่งประโยชน์เกื้อกูลแก่ชาวโลกทั้งปวง

เมื่อพระเถระบอกเช่นนั้นท่านผู้มีปัญญามาก ก็เลื่อมใสออก (เดินทาง) จากวิหารนั้นมาถึง (สีหล) ทวีปนี้ในรัชกาลพระราชาพระองค์นี้แหละ ท่านมาถึงมหาวิหารอันเป็นที่อยู่ของสาธุภิกษุทั้งปวง ไปสู่มหาปธานฆระ ได้ฟังอรรถกถาสีหลและเถรวาทะโดยตลอดจากสำนักพระสังฆปาละแล้ว ก็ตัดสินว่านี่แหละเป็นพระพุทธาธิบายของพระธรรมสามิศร์แท้ จึงนิมนต์สงฆ์ในวิหารนั้นมาพร้อมกันแล้วกล่าวว่า “ขอท่านทั้งหลายโปรดให้หนังสือคัมภีร์ทั้งหลายแก่ข้าพเจ้าเพื่อจะทำอรรถกถา” สงฆ์จะทดสอบปัญญา จึงให้คาถา 2 บท แก่ท่าน กล่าวว่า “ท่านจงแสดงความสามรถของท่านในคาถา 2 บทนี้ เราทั้งหลายเห็นความสามารถของท่านแล้วจึงจะให้หนังสือทั้งหมด” ท่านจึงรวบรวมพระไตรปิฎกพร้อมทั้งอรรถกถา โดยย่นย่อแต่งปกรณ์วิสุทธิมรรคขึ้นในมหาวิหารนี้เอง ครั้นแล้วจึงนิมนต์สงฆ์ผู้ฉลาดรู้พระสัมพุทธธรรมให้ประชุมกัน ณ ที่ใกล้มหาโพธิพฤกษ์ (ลังกา) ปรารภจะให้อ่านปกรณ์วิสุทธิมรรคนั้น (ให้สงฆ์ฟัง)



เทวดาทั้งหลาย จะประกาศความมีฝีมือของท่านให้ปรากฏในมหาชน

จึงกำบังหนังสือนั้นไว้เสีย ท่านก็ทำขึ้นใหม่อีก 2 ครั้ง 3 ครั้ง เมื่อนำหนังสือมาจะให้อ่านในครั้งที่ 3 พวกเทวดาก็เลิก (กำบัง) วางหนังสืออีก 2 จบ (ที่กำบังไว้) ให้พร้อมกันในที่นั้น ครั้งนั้นภิกษุทั้งหลายอ่านหนังสือ (วิสุทธิมรรค) 3 จบ นั้นด้วยกัน ความผิดเพี้ยนกันโดยคัณฐะก็ดี โดยอรรถก็ดี โดยเกณฑ์ก่อนหลังก็ดี โดยเถรวาททั้งหลายก็ดี โดยบาลีทั้งหลายก็ดี โดยบททั้งหลายก็ดี โดยพยัญชนะทั้งหลายก็ดี มิได้มีในหนังสือ (วิสุทธิมรรค) ทั้ง 3 จบนั้นครั้งนั้นสงฆ์ชื่นชมยินดีกันเป็นพิเศษ บอกป่าวกันเซ็งแซ่ไปว่า “ท่านผู้นี้คือพระเมตไตรย (มาเกิด) ไม่ต้องสงสัย” จึงมอบหนังสือคัมภีร์พระไตรปิฎกพร้อมทั้งอรรถกถาให้

ท่านอยู่ในวิหารอันเป็นบ่อเกิดแห่งคัมภีร์ เป็นที่ไกลความเกี่ยวข้อง (กับคนอื่น) ปริวรรตอรรถกถาสีหลทั้งหมดในครั้งนั้นมาในภาษามคธ อันเป็นมูลภาษาของอรรถกถาทั้งปวงนั้น อรรถกถา (ที่ท่านปริวรรต) นั้นก็ได้นำมาซึ่งประโยชน์เกื้อกูลแก่ประชุมชนทุกภาษา พระอาจารย์ชั้นพระเถระทั้งปวง (นับ) ถืออรรถกถานั้นแม้นภาษาบาลี

ครั้นเมื่อกิจที่พึงทำถึงซึ่งความสำเร็จแล้ว ท่านก็กลับไปชมพูทวีป
เพื่อจะไหว้พระมหาโพธิ์ (ที่พุทธคยา)พระเจ้ามหานาม ทรงครองแผ่นดินอยู่ 12 ปี ทรงทำบุญหลายอย่างต่างประการแล้ว ก็เสด็จไป (สู่ปรโลก) ตามกรรม
ฝ่ายพระเถระพุทธโฆสะ ครั้นทำอรรถกถาพระไตรปิฎก ทำประโยชน์
เกื้อกูลแก่สัตว์โลกเป็นอันมากแล้ว อยู่ไปจนตลอดอายุ ก็ไปสู่ดุสิตเทวโลกแล
ประวัติพระพุทธโฆสะนี้ ข้าพเจ้าเรียบเรียงตามนัยที่กล่าวไว้ใน

คัมภีร์สัทธัมมสังคหะ และในคัมภีร์มหาวงศ์โบราณวิญญูชนผู้ใคร่จะทราบข้อที่แปลกออกไป (จากที่ข้าพเจ้าเรียบเรียงมานี้) ก็พึงทราบได้ในคัมภีร์นั้นๆ ตามควร คือในพุทธโฆสนิทานบ้าง หรือในวังสมาลินีบ้าง ในปกรณ์วิเศษชื่อ ญาโณทัยบ้าง

ก็แล บุญมหรรณพอันข้าพเจ้าทั้งหลายได้แล้ว ด้วยการชำระปกรณ์วิสุทธิมรรคมาเพียงเท่านี้ ขอเทวดาทั้งหลายทั้งปวงจงอนุโมทนาบุญนั้น เพื่อความสำเร็จแห่งสมบัติทั้งปวงเถิด ขอสัตว์ทั้งหลายจงรักษาศีล เจริญจิตภาวนาด้วยศรัทธา และจงอย่าประมาทปัญญา ด้วยว่านั่นเป็นทางแห่งวิสุทธิ

ขอสัตว์ทั้งหลายผู้ต้องทุกข์ จงนิรทุกข์ด้วย ผู้ต้องภัย จงนิรภัย ด้วย ผู้ต้องโศก จงนิรโศกด้วย และสาธุชนทั้งหลาย จงถึงซึ่งความบริสุทธิ์ เทอญ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com