ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

วรรณกรรมพระพุทธศาสนาในสังคมยุคใหม่

วรรณกรรมที่เน้นจริยธรรมแบบผูกพันกับสังคม

ประวัติความเป็นมา

ในหลายปีที่ผ่านมา อย่างน้อยก็ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา วรรณกรรมพระพุทธศาสนาที่เสนอพุทธจริยธรรมแบบเข้าไปผูกพันกับการแก้ปัญหาสังคมหรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า “Socially Engaged Buddhism” กำลังเป็นที่สนใจศึกษาของคนทั่วไป ถือว่าเป็นขบวนการชาวพุทธแบบใหม่ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองปัญหาใหม่ ๆ ในบริบทสังคมโลกยุคใหม่ เช่น ปัญหาสงคราม ปัญหาการก่อการร้าย ปัญหาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เป็นต้น แนวคิดนี้เกิดขึ้นประมาณ ค.ศ. 1960 โดยพระภิกษุมหายานชาวเวียดนามชื่อว่า “ติช นัท ฮันห์” (Thich Nhat Hanh) ครั้งแรกเรียกสั้น ๆ ว่า “Egaged Buddhism”

ใน พ.ศ. 2509 ท่านติช นัท ฮันห์ ได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกา ได้เผยให้ชาวอเมริกันทราบถึงความปรารถนาอันแรงกล้าและความเจ็บปวดของชาวเวียดนามที่ตกเป็นเหยื่อของสงคราม จึงทำให้ท่านไม่สามารถกลับเข้าสู่เวียดนามได้อีก เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ท่านและเพื่อนร่วมงานของท่านในองค์การสันติภาพของชาวพุทธเวียดนามได้เพียรพยายามที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาล ฮานอยผ่านสถานทูตเวียดนามในกรุงปารีส โดยเสนอที่จะจัดตั้งกองทุนขึ้นเพื่อช่วยเหลือเลี้ยงดูเด็กผู้อดอยากหิวโหย แต่รัฐบาลได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ต่อมาท่านไปพำนักที่ฝรั่งเศส ได้สร้างชุมชนชาวพุทธขึ้นที่นั่น เน้นการฝึกสติอันเป็นการเสริมสร้างสันติภาพภายในจิตใจ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสันติภาพในภายนอกด้วย

แนวคิดสำคัญ

พระพุทธศาสนาแ¬¬บบผูกพันกับสังคมเป็นความพยายามที่จะประยุกต์หลักธรรมและหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาเพื่อแก้ปัญหาสังคม เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทแห่งการถกปัญหาระดับโลกในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน การกระจายความยุติธรรม ความก้าวหน้าทางสังคม เป็นต้น นักวิชาการบางท่านมองว่า พระพุทธศาสนาแนวนี้ไม่ใช่รูปแบบที่เคยมีมาก่อนในพระพุทธศาสนา หากแต่เป็นการเพิ่มเนื้อหาใหม่ ๆ เข้ามาในพระพุทธศาสนาแบบจารีตดั้งเดิมนั่นเอง (คือพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท มหายาน และวัชรยาน) อาจมองได้ว่าเป็นกระบวนทัศน์แห่งความหลุดพ้นแนวพุทธแบบใหม่ (a new paradigm of Buddhist liberation) อาจจะเรียกพระพุทธศาสนาแนวนี้ว่า “ยานใหม่” หรือ “นวยาน” ดังที่ ดร. บี.อาร์. เอ็มเบ็ดการ์ (B.R.Ambedkar) ผู้นำเรียกร้องสิทธิมนุษยชนชาวอินเดียได้เคยทำมาแล้วในการเปลี่ยนไปนับถือพระพุทธศาสนาในปี ค.ศ. 1956 หรือถ้ามองในแง่วิวัฒนาการของหลักธรรม อาจจะมองได้ว่าเป็น “ยานที่ 4”

แนวคิดที่ถือว่าเป็นจุดร่วมสำคัญอย่างหนึ่งของกลุ่มชาวพุทธแบบผูกพันกับสังคม คือ สภาพปัญหาความทุกข์ที่มีอยู่ในโลก เป็นตัวกระตุ้นให้พวกเขาเกิดจิตสำนึกอย่างที่ท่านทะไล ลามะ เรียกว่า “ความผิดชอบระดับสากล” (universal responsibility) และการตั้งปณิธานตามจารีตประเพณีที่จะ “คุ้มครองรักษาสรรพสัตว์” ชาวพุทธแบบผูกพันกับสังคมมองว่า จิตสำนึกแบบนี้แหละ เป็นตัวกระตุ้นให้พวกเขากระทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมโลก อย่างไรก็ตาม แม้ขบวนการชาวพุทธแบบผูกพันกับสังคมจะหลายกลุ่ม แต่อาจแบ่งแนวคิดหลัก ๆ เป็น 3 ลักษณะ ดังนี้

  • ลักษณะที่ 1 คือ “การมีสำนึกตระหนักรู้” (Awareness) หมายถึงการเจริญ “สติ” (Mindfulness) ในพระพุทธศาสนานั่นเอง เป็นวิธีเจริญภาวนาแบบง่าย ๆ โดยเอาสติไปจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้า-ออก และการมีสติรู้เท่าทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในและรอบ ๆ ตัวผู้ปฏิบัติธรรม สติ มีความหมายอีกอย่างว่า “ความระลึกได้” ถึงเหตุการณ์และอดีตชาติของตน และการพึ่งพาอาศัยกันของสรรพสัตว์ ในบรรดาพระโพธิสัตว์องค์สำคัญของมหายาน ที่ถือว่ามีชื่อเสียงมากที่สุด คือ พระอวโลกิเตศวร หมายถึง “ผู้เห็นและได้ยินเสียงเจ็บปวดคร่ำครวญของสัตว์โลก”
  • ลักษณะที่ 2 คือ “ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างตนเองกับโลก” (Identification of self and world) ได้แก่ ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว (oneness) ไม่มีการแบ่งแยก (nondualism) การอิงอาศัยกัน (independence) และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจสรรพสัตว์ ในขั้นแรก เป็นการตระหนักรู้ความทุกข์ของคนอื่น โดยการได้เห็น การได้ยิน และการยอมรับสภาพความทุกข์ที่หมู่สัตว์ได้ประสบอยู่ จากนั้นให้มี “ความกรุณา” (compassion) หรือ “ความรู้สึกสงสาร” (sympathy) “ความรู้สึกร่วม” (co-feeling) หรือ “ความรู้สึกว่าเป็นเพื่อนร่วมทุกข์” (fellow-feeling) ซึ่งต่างจากความสงสารธรรมดา (pity) หากแต่เป็นการทลายพรมแดนที่ขวางกั้นระหว่างตนเองกับคนอื่น ท่าน ติช นัท ฮันห์ ได้รวมเอาพวกโจรสลัดและผู้ลักลอบค้าอาวุธสงครามไว้ในข่ายแห่งความกรุณาของท่านด้วยในฐานะเป็นผู้ลี้ภัยสงครามและผู้ประสบเคราะห์กรรมร่วมกัน
  • ลักษณะที่ 3 คือ “หลักการลงมือกระทำ” (Imperative of Action) ดังที่ท่านติช นัท ฮันห์ เขียนไว้ว่า “เมื่อมีการเห็น จะต้องมีการกระทำ” หรือดังที่ จูดิธ ซิมเมอร์บราวด์ (Judith Simmer-brown) ได้เขียนไว้ในการก่อตั้งองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสันติภาพ ว่า “บางสิ่งบางอย่างที่ต้องกระทำ และโดยเฉพาะบางอย่างในทางการเมือง จำเป็นที่ชาวพุทธจะต้องกระทำ” ส่วน กราสแมน มองว่า การทำให้ทุกข์ของคนอื่นให้เป็นเช่นเดียวกับทุกข์ของตน จะนำไปสู่การกระทำอย่างหนักแน่นและมั่นคง ดังข้อความที่ว่า “ถ้าฉันมีแผลที่เลือดกำลังไหล ฉันจะรักษามันทันที จะไม่เข้าร่วมกลุ่มถกปัญหาหรือรอให้มีเครื่องมือพร้อม หรือรอจนกว่าจะได้ตรัสรู้ หรือรอจนกว่าจะได้ฝึกฝนตนก่อน ฉันจะหาผ้ามาพันแผลให้เลือดหยุดไหลทันที เพราะเลือดของฉันกำลังไหลอยู่ขณะนี้”

ที่ยกมานี้ เป็นเพียงภาพรวมแนวคิดโดยทั่ว ๆ ไปของนักคิดคนสำคัญที่อยู่ในกลุ่มพระพุทธศาสนาแบบผูกพันกับสังคมเท่านั้น งานวรรณกรรมของนักคิดและนักกิจกรรมท่านอื่น ๆ ที่ควรกล่าวถึง เช่น ขบวนการปล่อยชาวทิเบตจากการยึดครองของจีนที่นำโดยองค์ทะไล ลามะ งานของท่านพุทธทาสภิกขุ และส.ศิวรักษ์ในประเทศไทย การทำงานเพื่อสังคมและสันติภาพของท่านโซกะ กักไก (Soka Gakkai) และขบวนการอื่น ๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิกายนิชิเรนในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะนิกายริสโช โกไซ-ไก (Rissho Kosei-kai) และนิกายนิปปอนซาน เมียวโฮจิ (Nopponzan Myohoji) การทำงานเพื่อสันติภาพของท่านมหาโฆสนันทะ (Maha Ghosananda) ผู้ได้รับฉายาว่า “คานธีแห่งกัมพูชา” และงานของผู้นำฝ่ายค้านพม่า คือ ออง ซาน ซูจี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

ยุคใหม่ในสังคมตะวันตก
ยุคใหม่ในสังคมไทย
วรรณกรรมแบบจารีตลังกา
จักรวาลวิทยาแบบไตรภูมิ
วรรณกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมยุคใหม่
แนวโน้มวรรณกรรมพระพุทธศาสนาในสังคมยุคใหม่
โครงเรื่องแนวเหตุผลนิยม
การวิพากษ์เรื่องอภินิหาร
การตีความเรื่องอภินิหาร
การวิพากษ์ความไม่สมเหตุสมผล
ยุคใหม่ตอนกลาง : วรรณกรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ
ภาษาคน-ภาษาธรรม : ทฤษฎีการตีความของท่านพุทธทาส
การวิพากษ์พระไตรปิฎก อรรถกถา และวิสุทธิมรรค
การปฏิเสธจักรวาลวิทยาแบบอภิปรัชญา
การตีความปฏิจจสมุปบาทแนวใหม่
การฟื้นฟูมิติโลกุตรธรรม
วรรณกรรมของพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต)
การฟื้นฟูมิติทางสังคมแนวพุทธ
การวิพากษ์ฐานคิดตะวันตกและเสนอแนวคิดแบบองค์รวมเชิงพุทธ
วรรณกรรมของฟริตจ๊อฟ คาปร้า
ทัศนะแบบจักรกล (mechanistic view)
ทรรศนะแบบลดทอน (Reductionistic view)
แนวคิดพิชิตธรรมชาติ (conquest of nature)
ควอนตัมฟิสิกส์ กับ พระพุทธศาสนา
กลุ่มวรรณกรรมที่เน้นพุทธจริยธรรมเชิงสังคม
วรรณกรรมของนายแพทย์ประเวศ วสี
วรรณกรรมของนิธิ เอียวศรีวงศ์
วรรณกรรมที่เน้นจริยธรรมแบบผูกพันกับสังคม
วรรณกรรมของนายแพทย์ประสาน ต่างใจ
นิพพานในฐานะเป็นวิวัฒนาการขั้นสูงสุดของจิต
วรรณกรรมของปริญญา ตันสกุล
โครงสร้างจิตและการทำงานของจิต
การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ
การปฏิบัติเพื่อเข้าสู่นิพพาน
วรรณกรรมพระพุทธศาสนากับแนวคิดหลังสมัยใหม่
บทสรุป
บรรณานุกรม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย