Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มนุษย์กับการใช้เหตุผล

ความหมายและความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์
มนุษย์คือใคร: ทัศนะด้านศาสนา
มนุษย์ในทัศนะของศาสนาอินดู
มนุษย์ในทัศนะของศาสนาพุทธ
มนุษย์ในทัศนะของศาสนาคริสต์และอิสลาม
มนุษย์ในทัศนะของศาสนาขงจื้อ
มนุษย์คือใคร : ทัศนะด้านปรัชญา
มนุษย์คือใคร : ทัศนะด้านวิทยาศาสตร์
มนุษย์คือใคร : ทัศนะด้านสังคมศาสตร์
ความหมายของการใช้เหตุผล
สมองกับพัฒนาการการใช้เหตุผลของมนุษย์
สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา
ความเป็นมาและรูปแบบของการใช้เหตุผล
ความสำคัญและประโยชน์ของการใช้เหตุผล
การคิดและการใช้เหตุผลของตะวันตกและตะวันออก

มนุษย์ในทัศนะของศาสนาคริสต์และอิสลาม

มนุษย์คือใคร? คัมภีร์ของศาสนาคริสต์ได้บันทึกอย่างชัดเจนว่า มนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้น และสร้างให้เป็นมนุษย์โดยตรงไม่ใช่วิวัฒนาการ พระคัมภีร์ยังได้บอกอีกว่า ในท่ามกลางสรรพสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงสร้างนั้น มนุษย์เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมหรือสุดยอดที่สุดในการสร้างของพระเจ้า เพราะมนุษย์ถูกสร้างให้เหมือนกับพระเจ้า แต่ไม่ใช่เป็น พระเจ้า (http://www.ChristianThai.net) มนุษย์ตามทัศนะของคริสต์ศาสนานั้นถูกสร้างให้อยู่เพื่อสิ่งมีความหมายบางอย่าง ซึ่งคัมภีร์คริสต์ศาสนาได้ระบุความหมายที่แท้จริงของมนุษย์ในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ว่า “วัตถุประสงค์ของพระเจ้าในการทรงสร้างมนุษย์ไว้ในโลก็เพื่อเขาจะสำแดงพระลักษณะของพระองค์ออกมาหรือพูดง่ายๆ หน้าที่ของมนุษย์ในโลกนี้ก็คือ การดำเนินชีวิตให้เหมือนกับพระเจ้า สอดคล้องกับกฎมาตรฐานศีลธรรมอันดีที่พระรเจ้าทรงกำหนดไว้และมีความสัมพันธ์กับพระองค์” (แหล่งเดิม, อ้างแล้ว) ส่วนศาสนาอิสลามเชื่อและศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าที่มีพระนามว่า อัลเลาะฮ์ พระองค์เป็นผู้สร้างโลกและมนุษย์ ชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิดจนสิ้นชีวิตล้วนแต่เป็นไปตามพระบัญชาของพระองค์ มนุษย์ไม่อาจขัดพระบัญชาของพระองค์ได้ ข้อความโดยละเอียดเกี่ยวกับการสร้างมีระบุไว้ในคัมภีร์ไบเบิลส่วนที่เป็นพันธสัญญาเดิม (Old Testament) ดังนี้

“เดิมทีไม่มีอะไร มีแต่ความมืดมิด พรเจ้าก็อยู่ในความมืดมิดนี้ พระองค์จึงได้ทรงสร้างสรรพสิ่งขึ้นภายใน 6 วัน คือ วันที่ 1 ทรงสร้างแสงสว่างขึ้นก่อน วันที่ 2 ทรงสร้างแผ่นดิน ท้องฟ้า และอากาศ วันที่ 3 ทรงสร้างน้ำและทะเล วันที่ 4 ทรงสร้างพระอาทิตย์และพระจันทร์ วันที่ 5 ทรงสร้างนกและปลา และวันที่ 6 ทรงสร้างผู้ชายคนแรก ส่วนวันที่ 7 เป็นวันสะปาโต พระเจ้าทรงหยุดสร้าง”



สิ่งที่น่าสนใจในการสร้างของพระเจ้าในที่นี้คือ ความคิดเรื่องการเกิดขึ้นของมนุษย์ สำหรับมนุษย์คนแรกนั้น พระเจ้าทรงหยิบผงดิน (Dust of the ground) จากพื้นดินขึ้นแล้ว ทรงสร้างมนุษย์ผู้ชายคนแรกจากผงดินนั้น แล้ก็เป่าลมชีวิต (Breath of life) เข้าไปทางจมูกของเขา เพียงเท่านั้น มนุษย์ผู้ชายคนแรกก็เริ่มต้นชีวิตขึ้นในโลกและสุดท้ายก็คือพระเจ้าได้สร้างมนุษย์ผู้หญิง (อีวา) ขึ้นมาจากกระดูกซี่โครงของผู้ชายคนแรก (อดัม) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือ มนุษย์คือ “พระฉายา” (Image) ของพระเจ้านั่นเอง (ดูรายละเอียดใน เสรี พงศ์พิศ, 2531: 147-157)

ส่วนในศาสนาอิสลามก็มีความเชื่อที่ไม่แตกต่างจากศาสนาคริสต์นัก คือ มุสลิมเชื่อว่า พระอัลเลาะฮ์สร้างมนุษย์ขึ้นมา โดยทรงนำดินมาปั้นเป็นรูปคนแล้วทรงทำให้ดินเป็นอสุจิ แล้วให้เจริญเป็นก้อนเลือด จากก้อนเลือดเป็นก้อนเนื้อ แล้วทรงทำให้ก้อนเนื้อมีกระดูกและให้มีเนื้อหุ้มกระดูก แล้วทรงเป่าลมหายใจเข้าไปในรูปปั้นนั้นกลายเป็นคนมีชีวิตขึ้นมา มนุษย์คนแรกที่ทรงสร้างขึ้นคืออาดัม ต่อมาทรงเห็นว่าอาดัมเหงาเพราะอยู่โดดเดี่ยวจึงทรงถอดซี่โครงด้านซ้ายของอาดัมซึ่งนอนหลับอยู่ซี่หนึ่งมาสร้างเป็นผู้หญิงชื่อฮาวา ให้เป็นภรรยาของอาดัมอยู่ในสวนสวรรค์เอเดน (ฟื้น ดอกบัว, 2544: 284)

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com