Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

วรรณกรรมล้อ

หน้า 6 >>>

         วรรณกรรมล้อของไทยข้างต้นนี้ สามเรื่องแรกมีลักษณะเด่นที่การเลียนและล้อวรรณกรรมเรื่องอื่น ทั้งในด้านกลวิธีการแต่งและภาษา กล่าวคือ เรื่องระเด่นลันไดล้อเลียนวรรณกรรมต้นแบบ คืออิเหนา ตั้งแต่รูปแบบซึ่งกำหนดให้เป็นบทละครเหมือนกัน เพื่อล้อเลียนสัญนิยมของบทละคร และเพื่อเชื่อมโยงความคิดของผู้อ่านถึงวรรณกรรมต้นแบบ ส่วนเนื้อหา ผู้แต่งได้นำมาจากวรรณกรรมต้นแบบ ทั้งโครงเรื่อง เนื้อเรื่อง ตัวละคร และฉาก ดัดแปลงอย่างประณีตบรรจงและแยบยล ส่วนกลวิธีด้านภาษาที่ใช้ในเรื่อง ผู้แต่งใช้ภาษาให้เกิดความขบขันด้วยวิธีการต่างๆ โดยอาศัยความไม่เหมาะสมกลมกลืน ความพลิกผันผิดคาด และความผิดปกติวิสัยเป็นหลัก ส่วนเรื่องวงศ์เทวราชและกลอนไดอรีซึมทราบ ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ทรงล้อเลียนวงศ์เทวราชสำนวนหลวงพิพัฒน์พงษ์ภักดี (ทิม สุขยางค์) และบทกลอน “ซึมทราบ” ที่นิยมแต่งในสมัยนั้น โดยทรงพระราชนิพนธ์ล้อกลวิธีทางภาษาของวรรณกรรมต้นแบบคือ ของเดิมแต่งไม่เพราะก็ทรงแกล้งแต่งกลอนให้ไม่เพราะด้วย หรือทรงใช้ถ้อยคำและอักขรวิธีผิดๆ อย่างที่ใช้ในการแต่งกลอนแบบ “ซึมทราบ”

ส่วนวรรณกรรมล้อสองเรื่องหลังเด่นที่การล้อตัวบุคคลโดยใช้ผลงานเด่นของบุคคลเหล่านั้นมาเป็นเครื่องล้อ และมีจุดมุ่งหมายแฝงที่การวิพากษ์วิจารณ์สังคม เรื่องไผ่ตัน สุจิตต์ วงษ์เทศ แต่งเพื่อล้อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช โดยอาศัยรูปแบบการประพันธ์เรื่องไผ่แดงของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เองเป็นเครื่องมือในการล้อ คือใช้ตัวละครและฉากเดียวกันกับเรื่องไผ่แดง แต่กลับบุคลิกลักษณะของตัวละครเอก คือ สมภารกร่าง ให้กลายเป็นคนอ่อน ไม่อาจเป็นผู้นำแก้ปัญหาให้ชุมชนได้ ตรงข้ามกับสมภารกร่างซึ่งเป็นต้นแบบ และสมภารกร่างในเรื่องไผ่ตันนี้เองที่โยงให้ผู้อ่านนึกไปถึงตัว ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้แต่งต้องการล้อ ส่วนฉันจึงมาหาความหงอยนั้นนำผลงานเด่นและบุคลิกลักษณะหรือลีลาของนักคิดนักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายคน อาทิ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ส. ศิวรักษ์ อังคาร กัลยาณพงศ์ วิทยากร เชียงกูล เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สุชาติ สวัสดิ์ศรี จ่าง แซ่ตั้ง เป็นต้น มาล้อโดยคงรูปแบบเดิมไว้แต่แต่งเนื้อขึ้นใหม่โดยเลียนแบบและขับเน้นลีลาเฉพาะของแต่ละคนให้เด่นชัดขึ้นจนน่าขัน ในขณะเดียวกันก็เสียดสีสังคมสมัย พ.ศ.2525 ด้วย



หากพิจารณาวรรณกรรมล้อของไทยในอดีตแล้ว กล่าวได้ว่าวรรณกรรมล้อเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างวรรณกรรมล้อกับกระแสของยุคสมัยและวรรณกรรมไทยในแต่ละช่วงด้วยเช่นกัน วรรณกรรมล้อยุคแรกก่อนการรับอิทธิพลตะวันตกและก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นผลงานในยุคสังคมยุคศักดินา ในกระแสของวรรณกรรมแบบแผน กลวิธีการล้อมุ่งเน้นไปที่แบบแผนทางวรรณกรรมของไทย ทั้งสัญนิยมของประเภทวรรณกรรม (genre) ถ้อยคำสำนวนภาษา ที่น่าสนใจคือระเด่นลันไดล้อสิ่งซึ่งเป็นแบบแผน แต่วงศ์เทวราชและกลอนไดอรีซึมทราบกลับล้อสิ่งที่ผิดแบบแผนเพื่อรักษาความเป็นแบบแผนไว้ วรรณกรรมล้อในยุคหลังแต่งขึ้นในยุคสมัยที่แตกต่างกันมากกับยุคแรก คือไผ่ตันแต่งขึ้นในกระแสวรรณกรรมแนวสัจนิยมเชิงสังคม และเป็นช่วงที่สังคมไทยมีความขัดแย้งทางความคิดทางการเมืองสูง ส่วนฉันจึงมาหาความหงอยแต่งขึ้นในกระแสวรรณกรรมบาดแผล ซึ่งปัญหาการเมืองเริ่มจะคลี่คลายแต่เมืองไทยเต็มไปด้วยปัญหาสังคม และผลงานทั้งสองเรื่องจึงฉายภาพสังคมไทยด้วยอารมณ์ขันขื่น การล้อมุ่งไปที่สิ่งอื่นมากกว่าตัววรรณกรรม และทั้งยังมีน้ำเสียงเสียดสีแฝงอยู่ด้วย

หน้า 7 >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com