ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ราหูอมจันทร์

กรอบแนวคิดที่ใช้ในการตีความ
แนวคิดการตีความแบบโรแมนติคของชไลมาเคอร์
วิธีการตีความแบบบุคลาธิษฐาน (Allegorical Method)
เทพ กับอสูร ในคัมภีร์อเวสตะของอิหร่าน
เทวาสุรสงครามในคัมภีร์พระเวท
เทวาสุรสงคราในวรรณคดีบาลี
ทัศนะเกี่ยวกับเทวาสุรสงคราม
เนื้อหาของจันทิมสูตร และสุริยสูตร
จันทิมสูตร กับสุริยสูตร กับบริบททางสังคม
จันทิมสูตรและสุริยสูตร : ไม่ใช่การเสนอข้อเท็จจริงทางอภิปรัชญา
ราหูอมจันทร์/อาทิตย์ : การแสดงธรรมแบบบุคลาธิษฐาน
สรุปและเสนอแนะ
อ้างอิง

เนื้อหาของจันทิมสูตร และสุริยสูตร

  • สุริยเทพบุตร (เนื้อหาอย่างเดียวกันกับจันทิมสูตร) ถูกอสุรินทราหูเข้าจับตัวไว้ จึงระลึกถึงพระผู้มีพระภาคแล้วกล่าวคาถาว่า “ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้า ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระองค์ พระองค์เป็นผูหลุดพ้นแล้วจากกิเลสทั้งปวง ข้าพระองค์ตกอยู่ในภาวะคับขัน ของพระองค์จงเป็นสรณะแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด”
  • เมื่อทรงทราบดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับอสุรินทราหูว่า “สุริยเทพบุตร ถึงตถาคตผู้เป็นพระอรหันต์เป็นสรณะ ราหู ท่านจงปล่อยสุริยเทพบุตรเสียเถิด พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้อนุเคราะห์สัตว์โลก สุริยเทพบุตรเป็นผู้ส่องแสง ทำความสว่างในที่มืดมิด มีสัณฐานเป็นวงกลม มีเดชสูง ท่านอย่าอม สุริยเทพบุตรผู้เที่ยวไปในอากาศเลย ราหู ท่านจงปล่อยสุริยเทพบุตรผู้เป็นบุตรของเราเสียเถิด”
  • อสุรินทราหูจึงปล่อยสุริยเทพบุตร แล้วเร่งรีบเข้าไปหาท้าวเวปจิตติจอมผู้เป็นจอมอสูร ด้วยอาการเศร้าสลด ขนพองสยองเกล้า แล้วกล่าวว่า “ราหู ทำไมท่านจึงรีบปล่อยสุริยเทพบุตรเสียเล่า ทำไมท่านจึงเศร้าสลดใจ มายืนกลัวอยู่เล่า”
  • อสุรินทราหูจึงกล่าวตอบว่า “ข้าพเจ้าถูกขับด้วยคาถาของพระพุทธเจ้า หากข้าพเจ้าไม่ปล่อยจันทิมเทพบุตร ศีรษะของข้าพเจ้าพึงแตก 7 เสี่ยง มีชีวิตอยู่ก็จะไม่ได้รับความสุขเลย”

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย