Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ราหูอมจันทร์

โดย พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร (พรรณา)
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

        เนื่องจากจันทิมสูตร และสุริยสูตร เป็นพระสูตรที่เกิดขึ้นในบริบทสังคมอินเดียสมัยโบราณ ดังนั้น การที่จะตอบคำถามว่า ทำไมพระสูตรทั้งสองถึงได้ปรากฏในรูปลักษณะอย่างนี้ ? ทำไมพระพุทธเจ้าจึงได้นำเรื่องพระจันทร์ พระอาทิตย์ และพระราหู มาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงธรรมขององค์ ? อะไรคือจุดยืนของพระพุทธเจ้าในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ ? ผู้เขียนคิดว่าคำถามเหล่านี้จะไม่เป็นคำถามเลยถ้าเรามีชีวิตอยู่ในบรรยากาศแวดล้อมอย่างเดียวกับพระพุทธเจ้า แต่ที่เป็นคำถามขึ้นมาก็เพราะยุคสมัยของเราอยู่ห่างไกลจากยุคสมัยพระองค์เหลือเกิน บางครั้งก็อาจจะเป็นไปได้ว่าคนสมัยนี้มักจะใช้กรอบยุคสมัยของตัวเองเข้าไปจับยุคสมัยของคนโบราณ จึงได้ทำให้เกิดคำถามหรือข้อสงสัยขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนคิดว่า การที่เราจะทำความเข้าใจเรื่องที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ได้ดี เราต้องศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวบทกับบริบท  นั่นคือการย้อนกลับไปดูบรรยากาศ สภาพแวดล้อม และค่านิยมความเชื่อของยุคสมัยอันเป็นบ่อเกิดของตัวบทนั้น ๆ ดังที่ สตีเวน คอลลินส์ (Steven Collins) ได้กล่าวไว้ว่า “แนวคิดของเถรวาทเกิดมาจากบริบททางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แล้วสร้างรูปแบบและสมมติฐานบางอย่างขึ้นมาเพื่อปลดเปลื้องปัญหาเฉพาะบางอย่าง…” นอกจากนั้น เขายังให้เหตุผลต่อไปว่า คัมภีร์ต่าง ๆ สามารถทำความเข้าใจได้ตามแนวคิดของ เอมิล เดอร์ไคม์ (Durkhiem) ที่ว่าเป็น “ข้อเท็จจริงทางสังคม”  นั่นหมายความว่า คัมภีร์ทางศาสนา ไม่ได้ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางสังคมอันว่างเปล่า หากแต่มีข้อเท็จจริงทางสังคมเป็นฐานรองรับหรือเป็นเรื่องของปฏิสัมพันธ์  ระหว่างคัมภีร์กับบริบททางสังคม



แมรี่ ดักลาส (Mary Douglas) ให้กล่าวว่า ความเชื่อและระบบคุณค่าต่าง ๆ  ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ถูกกำหนดหรือออกแบบโดยบริบทแวดล้อม ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ออกแบบบริบทแวดล้อมขึ้นมาใหม่ด้วย บริบททางสังคมเป็นตัวกำหนดโครงสร้างและแบบแผนการให้รางวัลและการลงโทษ เป็นตัวกำหนดระบบคุณค่าบางอย่างและความหมายของการดำรงอยู่  ดังนั้น บริบทแต่ละอย่างจึงมักก่อให้เกิดอคติเชิงวัฒนธรรมและจักรวาลวิทยา นั่นคือ สำนึกร่วมทางศีลธรรมของสังคมที่เกี่ยวกับมนุษย์และตำแหน่งแห่งที่ของตนในจักรวาล โดยนัยนี้ ตัวบท  จึงเกิดขึ้นภายใต้ความกดดันของบริบทและเป็นตัวแทนของบริบทนั้น หรือเรียกอีกอย่างว่า ตัวบทเป็นตัวแทนของ “จักรวาลวิทยาที่ถูกแช่แข็ง”  ดังที่ แคนต์เวลล์ สมิธ (W. Cantwell Smith) กล่าวว่า คัมภีร์ทางศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของจารีตที่ผ่านการสั่งสม ซึ่งตกทอดมาจากอดีต เมื่อมาเผชิญหน้ากับปัจเจกบุคคลผู้มีศรัทธา เขาก็จะตีความให้มีความหมายและความสมเหตุสมผลในบริบทของเขาเอง บริบทจึงมีอิทธิพลต่อแนวทางการทำความเข้าใจคัมภีร์ของประชาชนสูงมาก และเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับติดสินใจว่าควรจะรับเอาหรือเน้นย้ำแนวคิดแบบใด และควรจะสลัดทิ้งแนวคิดแบบใด

จากทัศนะต่าง ๆ ที่ยกมา แสดงให้เห็นว่า ตัวบทหรือคัมภีร์ทางศาสนามีความสัมพันธ์กับบริบทแวดล้อมทางสังคมอย่างแยกกันไม่ออก เนื้อหาที่บรรจุอยู่ในตัวบทหรือคัมภีร์ ก็คือภาพสะท้อนของบริบทหรือจักรวาลวิทยาของสังคมยุคนั้น ๆ ในขณะเดียวกัน บริบทก็คือรากฐานทางวัฒนธรรมหรือค่านิยมความเชื่อที่ส่งอิทธิพลหรือเป็นตัวกำหนดรูปแบบเนื้อหาของตัวบทหรือคัมภีร์

กรอบแนวคิดที่ใช้ในการตีความ
แนวคิดการตีความแบบโรแมนติคของชไลมาเคอร์
วิธีการตีความแบบบุคลาธิษฐาน (Allegorical Method)
เทพ กับอสูร ในคัมภีร์อเวสตะของอิหร่าน
เทวาสุรสงครามในคัมภีร์พระเวท
เทวาสุรสงคราในวรรณคดีบาลี
ทัศนะเกี่ยวกับเทวาสุรสงคราม
เนื้อหาของจันทิมสูตร และสุริยสูตร
จันทิมสูตร กับสุริยสูตร กับบริบททางสังคม
จันทิมสูตรและสุริยสูตร : ไม่ใช่การเสนอข้อเท็จจริงทางอภิปรัชญา
ราหูอมจันทร์/อาทิตย์ : การแสดงธรรมแบบบุคลาธิษฐาน
สรุปและเสนอแนะ
อ้างอิง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com