Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์ >>

การศึกษเรื่องในพุทธปรัชญา

พุทธปรัชญาในฐานะปฏิบัตินิยม
พุทธปรัชญาในฐานะสันตินิยม
พุทธปรัชญาในฐานะอเทวนิยม
พุทธปรัชญาในฐานะมานุษยนิยม
พุทธปรัชญาในฐานะธรรมาธิปไตยนิยม
พุทธปรัชญากับการศึกษา
ปรัชญาปฏิบัตินิยม
พุทธปรัชญาการเมืองและสังคม
พุทธศาสนากับการเมืองและสังคมเริ่มแรก (อัคคัญญสูตร)
วิกฤติด้านสังคม
ข้อเหมือนเรื่องการเมืองการปกครองในพุทธปรัชญาเถรวาทกับขงจื๊อ
ทัศนะพุทธปรัชญากับวิทยาศาสตร์
หลักการของพระพุทธศาสนา
การคิดตามนัยแห่งพระพุทธศาสนาและการคิดแบบวิทยาศาสตร์
พระพุทธศาสนาในฐานะเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์

ข้อเหมือนเรื่องการเมืองการปกครองในพุทธปรัชญาเถรวาทกับขงจื๊อ

  1. จุดมุ่งหมายของรัฐอยู่ที่การส่งเสริมสวัสดิภาพของประชาชน
  2. ผู้ปกครองต้องเป็นผู้ทรงความรู้ และคุณธรรม มีบุคลิกที่ดีงามทั้งภายในและภายนอก พร้อมที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีงามให้กับประชาชน
  3. การปกครองควรใช้หลักคุณธรรมนำหน้ากฎหมาย กฎหมายควรเป็นเครื่องมือสำรองในกรณีที่คนขาดคุณธรรมยึดเหนี่ยวแล้วเท่านั้น

1. ปรัชญาการเมืองการปกครองแบบ

“อนาธิปไตย” คือ ปรัชญาการเมืองการปกครองที่ค่อนไปทางเป็น “อุดมคติ” หรือ “อุดมการณ์ทางการเมืองการปกครอง” ที่เป็นไปได้ แต่ยากที่จะบรรลุถึงได้ เพราะต้องผ่านกระบวนการ ขั้นตอน การต่อสู้กับกิเลสของมนุษย์อย่างซับซ้อน ทั้งกิเลสอย่างหยาบ กิเลสอย่างกลาง และกิเลสอย่างละเอียด แต่หากสามารถบรรลุถึงได้ สังคมมนุษย์จักมีความสุขสงบที่สุด

2. ปรัชญาการเมืองการปกครองแบบ “อภิชนาธิปไตย” สรุปได้ดังนี้

 

3.ปรัชญาการเมืองการปกครองแบบ “ประชานิยมราชาธิปไตย”

ตามแนวคิดของ โทมัส ฮอบส์ เปรียบเทียบได้กับระบอบการปกครอง “พ่อปกครองลูก” สมัยสุโขทัยของไทยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น สถาบันพระมหากษัตริย์ครองอำนาจสูงสุดและตอบแทนประชาชนด้วยการ “ครองแผ่นดินโดยธรรม” ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจบริหารราชการแผ่นดินทุกด้านด้วยพระองค์เอง เรียกว่า “ธรรมิกราชย์” (Moral Monarchy) แต่หากพระมหากษัตริย์ไม่ได้ปกครองแผ่นดินโดยธรรม ไม่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน ย่อมถูกเรียกว่า “ทรราชย์” (Tyranny) เปรียบเทียบได้กับการปกครองแบบ “นายกับทาส”

4.ปรัชญาการเมืองการปกครองแบบ เสรีนิยมประชาธิปไตย

คือ ปรัชญาการเมืองการปกครองที่สร้างหลักการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันของมนุษย์ด้วยองค์ประกอบ 5 ประการ เรียกว่า “เบญจภาคีของประชาธิปไตย” ได้แก่

1.สิทธิมนุษยชน (Human Rights)
2.หน้าที่ทางสังคม (Social Responsibility)
3.เสรีภาพในชีวิตและทรัพย์สิน (Liberty in Living and Belongings)
4.สมภาพทางกฎหมาย (Equality before Law)
5.ภราดรภาพระหว่างบุคคล (Interpersonal Fraternity)

5.ปรัชญาการเมืองการปกครองแบบ สังคมนิยมรัฏฐาธิปไตย

คือ ปรัชญาการเมืองการปกครองที่กำเนิดขึ้นมาเพื่อล้มล้างระบอบการเมืองการปกครองแบบเสรีนิยมประชาธิปไตยโดยตรง โดยมองเห็นว่า เสรีนิยมประชาธิปไตยนั้น ทุกอย่างเป็นของนายทุนผูกขาด รัฐบาลเสรีนิยมประชาธิปไตยเป็นรัฐบาลของนายทุน ทุกอย่างที่รัฐบาลสร้างขึ้นทั้งการเมืองการปกครอง การศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรม กฎหมาย อาชีพ ล้วนสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือกดขี่ ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบประชาชนพลเมือง

6.ปรัชญาการเมืองการปกครองแบบ พหุชนนิยม ธรรมาธิปไตย

มีเป้าหมายสำคัญ 2 ประการหลัก คือ

1)บำบัดทุกข์ เรียกว่า หานินิคคหะ
2)บำรุงสุข เรียกว่า วุฒิปัคคหะ

ดังนั้น ผู้ปกครองจึงต้องมีอำนาจและหน้าที่หลัก 2 ประการ คือ

1.นักรบ มีอำนาจและหน้าที่ในการบำบัดทุกข์แก่พหูชน
2.นักรัก มีอำนาจและหน้าที่ในการบำรุงสุขแก่พหูชน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com