Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา >>

ลม
(Wind)

ลมทะล ลมบก
ลมภูเขาและลมหุบเขา(Valley Breeze)
ลมพัดลงลาดเขา (Katabatic Wind)
ลมชีนุก (Chinook)
ลมซานตาแอนนา (Santa Anna)
ลมทะเลทราย (Desert Winds)
ลมประจำฤดู
การเกิดลม
เครื่องมือวัดกระแสลม
ประโยชน์ของลม
ประวัติการประยุกต์ใช้พลังงานจากลม
ผลกระทบที่เกิดจากลม
บรรณานุกรม

การเกิดลม

ลมเกิดจากอากาศที่มีการเคลื่อนที่โดยเกิดจากความแตกต่างของความดันอากาศหรือความร้อนสองจุดบนผิวโลก โดยลมจะพัดจากบริเวณที่มีความดันอากาศสูง ไปยังบริเวณที่มีความดันอากาศต่ำ

ปัจจัยที่ทำให้อากาศเกิดการเคลื่อนที่หรือเกิดลม

การเคลื่อนที่ของอนุภาคในระบบที่มีการหมุนกล่าวคือ อุณหภูมิที่แตกต่างกัน ทำให้ความดันอากาศแตกต่างกันนั่นคือเกิดpressuregradient[การเปลี่ยนแปลงของความดันอากาศตามระยะ] (ความดันก็คือแรงต่อพื้นที่) โดยสรุปแล้ว เมื่อมีpressure gradient ก็จะมีแรงลัพธ์(net force, pressure gradient force) และก็เป็นไปตามกฏข้อสองของนิวตัน นั่นคือ มวล(อากาศ)มีการเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง(F=ma) การเคลื่อนที่ของอากาศใน frameที่กำลังหมุน(โลกกำลังหมุนรอบตัวเอง)ก็จะได้รับอิทธิพลเนื่องจากการหมุนของโลกตลอดเวลาในระหว่างที่มีการเคลื่อนที่(ยกเว้นเคลื่อนที่ที่ศูนย์สูตร)ทำให้ทิศทางการเคลื่อนที่ตามแรงลัพธ์(pressuregradientforce)ถูกเบี่ยงเบนไปจากเดิม เช่น ถ้าอากาศเคลื่อนที่ในซีกโลกเหนือจะถูกอิทธิพลดังกล่าว(ซึ่งต่อมาเราเรียกว่า แรงโคริโอริส,แรงเนื่องจากการหมุนของโลก,เป็นแรงปรากฏ)กระทำทำให้ทิศทางเบี่ยงเบนจากแนวเดิมไปทางขวา (เบนไปทางซ้ายสำหรับซีกโลกใต้)ดังนั้นบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ(ความดันอากาศต่ำ)ซึ่งเรานิยมเรียกว่าบริเวณหย่อมความกดอากาศต่ำ (ความดันอากาศเฉลี่ยที่ระดับน้ำทะเลปกติมีค่าประมาณ 1013.15 มิลลิบาร์)



ดังนั้นอากาศที่อยู่บริเวณรอบๆข้างซึ่งมีความกดอากาศมากกว่าจะเคลื่อนที่ด้วยแรง pressure gradient tมีทิศเข้าหาศูนย์กลางหย่อมความกดอากาศต่ำ+อิทธิพลของแรงโคริโอริส=เกิดการหมุนวนทวนเข็มในซีกโลกเหนือ(ตามเข็มในซีกโลกใต้) เราเรียกว่า Cyclone ดังนั้นเราจะสังเกตเห็นว่าพายุที่เกิดในซีกโลกเหนือ จะมีทิศทางการหมุน ทวนเข็ม เช่น ไต้ฝุ่น หรือ เฮอริเคน ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ อย่างไรก็ตามปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดในการเกิดพายุก็คือไอน้ำ(น้ำในสถานะแก๊ส)บริเวณที่มีไอน้ำมากที่สุดก็คือเหนือมหาสมุทรยิ่งอุณหภูมิของโลกสูงขึ้น(ภาวะโลกร้อน)การระเหยของน้ำในมหาสมุทรกลายเป็นไอน้ำมากขึ้นการเปลี่ยนสถานะของน้ำ จาก ไอน้ำ กลาย เป็น หยดน้ำ (ฝน)จะมีการคายพลังงานออกมาในรูปของความร้อนแฝงจำนวนไอน้ำมากเท่าไหร่ ความร้อนแฝงที่คายออกมาก็มากขึ้นความร้อนก็คือพลังงานรูปแบบหนึ่ง(มีคนบอกว่าพลังงานที่เกิดจากการคายความร้อนแฝงออกมาของไอน้ำที่ควบแน่นกลายเป็นเมฆในพายุระดับไต้ฝุ่นหรือเฮอริเคนมีค่าเทียบเท่ากับพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งปีของอเมริกา)พลังงานดังกล่าวนี้แหละทำให้กลุ่มเมฆที่ได้ควบแน่นด้วยไอน้ำแล้วมีการพัฒนากลายเป็นพายุที่มีกำลังแรงขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งอาจพัฒนาเป็นไต้ฝุ่นหรือเฮอริเคนในที่สุดเมื่อไม่มีไอน้ำก็ไม่มีพายุและก็ไม่มีฝน การควบแน่นของไอน้ำ(ไอน้ำเปลี่ยนสถานะกลายเป็นหยดน้ำ)ในพายุเกิดขึ้นเมื่อไอน้ำเหนือบริเวณหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนที่ขึ้นตามแนวดิ่งเนื่องจากมีอากาศรอบๆข้างต่างถาโถมเข้ามารวมกันที่จุดศูนย์กลาง(มีคอนเวอร์เจนท์)อากาศซึ่งประกอบด้วยไอน้ำจำนวนมากในบริเวณนี้จึงถูกบังคับให้เคลื่อนที่ออกจากบริเวณหย่อมความกดอากาศต่ำนี้ตามแนวดิ่งดังกล่าว(เพราะการเคลื่อนที่ขึ้นตามแนวดิ่งทำให้อุณหภูมิของอากาศยิ่งลดลง:ยิ่งสูงยิ่งหนาวอะไรประมาณนี้)เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลงถึงจุดหนึ่ง(อุณหภูมิจุดน้ำค้าง)อากาศที่ประกอบด้วยไอน้ำก็จะเกิดการควบแน่น นั่นคือ ไอน้ำเปลี่ยนเป็นหยดน้ำเล็กๆจำนวนมาก(เมฆ)+ความร้อนแฝงมหาศาลที่คายออกมาพลังงานจำนวนมหาศาลดังกล่าวนี้ก็จะขับเคลื่อนทำให้เกิดพายุตามลำดับต่อไป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com