Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการถ่ายภาพ

ประเภทของวิธีการวัดแสง

วิธีการวัดแสงสามารถกระทำได้ 2 วิธี คือ

1. การวัดแสงสะท้อน (Reflected metering)
2. การวัดแสงตรง (Incident metering)

1. การวัดแสงสะท้อน (Reflected metering) เป็นการวัดแสงที่สะท้อนออกจากวัตถุที่ต้องการถ่ายภาพ ซึ่งมีวิธีการวัดอยู่ 3 แบบ คือ

  1. แบบวัดเฉพาะส่วนตรงกลาง (Center Spot) แบบนี้จะวัดแสงเฉพาะในเนื้อที่เล็ก ๆ ตามต้องการ และจะวัดได้ถูกต้องแม่นยำมาก แต่ถ้าหากไม่เข้าใจวิธีการวัด หรือไม่ชำนาญ อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย เครื่องวัดแสงเฉพาะอาจจะวัดเพียง 1 หรือ 2 องศา เรียกว่าเครื่องวัดแสงเฉพาะจุด (Spot Reading) ช่วยให้งานการถ่ายภาพมีความสะดวกสบายขึ้นมาก
  2. แบบเฉลี่ยแสงทั่วทั้งภาพ (Full Area Averaging) แบบนี้จะวัดทุกจุดในภาพ ซึ่งแต่ละจุดจะสะท้อนแสงไม่เท่ากันเช่นจุดที่สว่างมาก ส่วนจุดที่ดำมืดจะสะท้อนแสงออกมาได้น้อย แต่เครื่องวัดแสงชนิดนี้จะเฉลี่ยปริมาณแสงทั่วทั้งบริเวณ แล้วบอกปริมาณที่เฉลี่ยได้เพื่อนำไปใช้ในการตั้งความเร็วชัตเตอร์ และหน้ากล้องต่อไป บางครั้งการวัดแสงเฉลี่ยนี้จะเกิดข้อผิดพลาดได้ โดยเฉพาะการถ่ายภาพที่มีฉากหลังสว่างมาก ๆ หรือภาพคนหรือวัตถุที่อยู่ในร่ม แต่มีฉากหลังที่สว่างไสวกว่าภาพวัตถุ หรือคนอาจจะมืดในขณะที่ฉากหลังสว่างพอดี ดังนั้นบางครั้งจึงต้องวัดแสงเฉพาะจุดที่เราต้องการให้แสงพอดีโดยการเข้าไปวัดใกล้ ๆ เฉพาะส่วนที่ต้องการ เท่านั้น
  3. แบบเฉลี่ยแสงส่วนกลางภาพ (Center Wighted) แบบนี้จะวัดแสง โดยการผสมกันระหว่างวิธีการวัดเฉพาะส่วนกับวิธีเฉลี่ยแสงทั่วทั้งภาพเข้าด้วยกันซึ่งค่อนข้างมีความแม่นยำสูง ถูกต้องมาก วิธีนี้ใช้กับกล้องรุ่นใหม่ ๆ แบบนี้อาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นเมื่อต้องการวัดแสงบางส่วนโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม การวัดแสงสะท้อนนี้อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายเพราะวัตถุมีผิวต่างกันก็สะท้อนต่างกันได้ ดังนั้นจึงมีแผ่นกระดาษสีเทา 18 เปอร์เซนต์ (Gray Card) เพื่อช่วยการวัดแสงที่แม่นยำ เพียงแต่ใช้เครื่องวัดแสงวัดการสะท้อนของกระดาษนี้เท่านั้นก็สามารถหาความเร็วชัตเตอร์ และหน้ากล้องได้ถูกต้อง

2. การวัดแสงตรง (Incident metering) เป็นการวัดปริมาณของแสงที่ไปตกกระทบวัตถุถ่ายภาพนั้น ดังนั้นในบางครั้งเรียกการวัดแสงชนิดนี้ว่าการวัดแสงตกกระทบเครื่องวัดแสงที่ต้องการวัดแสงตกกระทบต้องอยู่ที่ตำแหน่งของวัตถุที่ต้องการถ่ายภาพ แล้วหันโดมพลาสติครูปครึ่งวงกลม (Spherical Diffu-ser) รับแสงจากแหล่งกำเนิดแสง เราก็จะได้ค่าของแสงที่ไปตกกระทบและนำค่านี้ไปใช้ในการหาความเร็วชัตเตอร์และขนาดรูรับแสงต่อไปสำหรับจอภาพในกล้อง 35 มม. ที่ใช้ส่องดูภาพ (View Finder) เพื่อดูภาพจะประกอบภาพอย่างไร และวัดแสงได้เท่าใด แบ่งออกเป็นลักษณะดังนี้

  1. จอภาพแบบไม่มีเครื่องวัด (Meterless) เป็นจอภาพที่ไม่มีเครื่องหมายสัญญาณใด ๆ เลย ดังนั้นต้องใช้เครื่องวัดแสงภายนอกเพื่อหาความเร็วชัตเตอร์และรูรับแสงหรืออาจใช้การคาดคะเนก็ได้
  2. จอภาพแบบบอกค่าแสงด้วยเข็มสัมพันธ์ (Match Needle) เมื่อมองที่ช่องมองภาพจะสังเกตเห็นเข็ม และเครื่องหมายวงกลมอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของจอภาพ การวัดแสงและปรับค่าแสงให้พอดี โดยการปรับแสงและวงกลมให้ซ้อนทับกัน นั่นคือปรับเปลี่ยนหน้ากล้อง และความเร็วชัตเตอร์จนกว่าเข็ม และวงกลมจะทับกันก็จะได้แสงที่ถูกต้องอย่างไรก็ตามในจอภาพจะไม่มีตัวเลขบอกเอฟสต๊อปและความเร็วชัตเตอร์ ผู้ใช้กล้องต้องคอยดูจากตัวเลนส์และตัวกล้องว่าใช้เอฟสต๊อปอะไร และความเร็วของชัตเตอร์ใด
  3. จอภาพแบบบอกค่าแสงด้วยเข็มสัญญาณตรงกลาง (Center Needle) แบบนี้ทำงานเหมือนกับแบบที่สอง แต่แทนที่เข็มจะซ้อนทับวงกลมเข็มจะถูกปรับให้อยู่กึ่งกลางช่องเหมือนช่องหน้าต่างที่อยู่ด้านใดด้านหนึ่งของจอภาพ แบบนี้ใช้ง่าย แต่ช่องและเข็มจะมองเห็นได้ยาก ในสภาพที่แสงน้อย ๆ
  4. จอภาพแบบบอกค่าแสงด้วยจุดสัญญาณไฟ (Center Diode) แบบนี้มีสัญญาณไฟอยู่ห่างจอภาพ 3 จุด การวัดแสงที่พอดีโดยการปรับหน้ากล้องและความเร็วชัตเตอร์ให้สัญญาณไฟสว่างที่จุดกึ่งกลาง แบบนี้ใช้ได้ในสภาพแสงสลัว ๆ แต่มีข้อเสียตรงที่เปลืองแบตเตอรี่ และถ้าเกิดการคลาดเคลื่อนเล็กน้อย สัญญาณไฟอาจจะไม่เปลี่ยนได้
  5. จอภาพแบบบอกตัวเลขความเร็วชัตเตอร์ และขนาดหน้ากล้อง แบบนี้มีจุดสัญญาณไฟ หรือตัวเลข อย่างหนึ่งอย่างใดช่วยให้สามารถเลือกตั้งความเร็วชัตเตอร์ และขนาดหน้ากล้องได้โดยไม่ต้องละสายตาจากช่องมองภาพ ดังนั้นจึงเป็นระบบที่ให้ความสะดวกสบายไม่น้อยทีเดียว
  6. จอภาพแบบบอกเข็มสัญญาณบอกระดับความเร็วชัตเตอร์ แบบนี้มีตัวเลขบอกระดับความเร็วชัตเตอร์ และเข็มสัญญาณอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของจอภาพ ใช้กับกล้องระบบปรับความเร็วชัตเตอร์โดยอัตโนมัติ มีเข็มชี้บอกตัวเลข ความเร็วที่กล้องปรับระดับความเร็วชัตเตอร์ในสภาพแสงนั้น ๆ แบบนี้ใช้ง่ายหากแต่มีข้อเสียตรงที่ตัวเลข และเข็มมองเห็นได้ยาก ในสภาพที่มีแสงน้อย
  7. จอภาพแบบเข็มสัญญาณบอกหน้ากล้อง แบบนี้มีระบบการทำงานเหมือน แบบที่ 6 แต่มีตัวเลขบอกขนาดรูรับแสง หรือเอฟสต๊อป และเข็มสัญญาณข้างๆ จอภาพใช้กับกล้องระบบปรับหน้ากล้องอัตโนมัติแบบนี้ใช้ง่ายและมีข้อเสียเช่นเดียวกันกับแบบที่ 6
  8. จอภาพแบบจุดสัญญาณไฟบอกระดับความเร็วชัตเตอร์ แบบนี้มีระบบการทำงานเหมือน แบบที่ 6 แต่แทนที่จะใช้เข็มบอกความเร็วชัตเตอร์ที่กำลังใช้ ปกติจะใช้จุดสัญญาณไฟกำกับอยู่ในตัวเลขความเร็วชัตเตอร์แทน ใช้ในกล้องระบบปรับความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติมีข้อดีตรงที่สามารถมองเห็นได้ง่าย ในสภาพที่มีแสงน้อยแต่เปลืองไฟแบตเตอรี่ และถ้าหากเกิดการคลาดเคลื่อนเล็กน้อยอาจทำให้สัญญาณไฟค้าง หรือไม่เปลี่ยนเลยก็ได้
  9. จอภาพแบบบอกจุดสัญญาณไฟบอกหน้ากล้อง แบบนี้ใช้กับกล้องระบบที่ปรับขนาดหน้ากล้องโดยอัตโนมัติ ปกติจะใช้จุดสัญญาณไฟกำกับอยู่ตามตัวเลข ขนาดของหน้ากล้อง มีข้อดีกับข้อเสียเช่นเดียวกับแบบที่ 8
  10. จอภาพแบบรายละเอียดอื่น ๆ ในกล้องบางรุ่นโดยเฉพาะรุ่นใหม่ ๆ อาจมีเครื่องหมายสัญญาณพิเศษอื่น ๆ บอกการใช้ระบบต่าง ๆ ไว้บนจอภาพด้วย เช่น เครื่องหมายบอกการใช้ระบบธรรมดา ระบบอัตโนมัติ ความพร้อมของแฟลชอัตโนมัติหรือ อื่น ๆ แล้วแต่รุ่นของกล้อง

การเก็บข้อมูลทางมนุษย์ศาสตร์ และสังคมศาสตร์ด้วยภาพถ่าย
พยานอันซื่อสัตย์
บทบาทของภาพถ่าย
ภาพที่ควรบันทึกเป็นหลักฐาน
ข้อเสนอแนะการบันทึกข้อมูลด้วยภาพถ่าย
คุณลักษณะของภาพถ่ายที่ดี ทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ชนิดของกล้องถ่ายรูป
ส่วนประกอบที่สำคัญของกล้องถ่ายรูป
อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับกล้อง
การใช้และการเก็บรักษากล้องถ่ายรูป
การพิจารณาเลือกกล้องถ่ายรูปแบบเลนส์เดี่ยว
การบรรจุฟิล์มเข้ากล้อง
ลักษณะของเลนส์ของกล้องถ่ายรูป
ชนิดของเลนส์
การใช้และการระมัดระวังรักษาเลนส์
ฟิล์ม (Film)
โครงสร้างของฟิล์ม
ชนิดของฟิล์ม
ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อฟิล์ม
ประเภทของแฟลช
แฟลชอิเล็กทรอนิกส์ที่นิยมใช้กับกล้องSLR
การคำนวนหาแฟลชไกด์นัมเบอร์
แฟลชอิเล็กทรอนิกส์
เทคนิคการถ่ายภาพด้วยแฟลช
ฟิลเตอร์ (Filter)
ทฤษฎีสีของแสง
แสงสีและฟิลเตอร์
ฟิลเตอร์หรือแว่นกรองแสง
ชนิดของฟิลเตอร์
วิธีระมัดระวังรักษาฟิลเตอร์
ประเภทของชัตเตอร์
ความเร็วของชัตเตอร์
การปรับความเร็วชัตเตอร์
ความสัมพันธ์ของชัตเตอร์กับขนาดรูรับแสง
การหาค่าของแสง
เซลล์วัดแสงชนิดต่าง ๆ
ประเภทของวิธีการวัดแสง
การใช้อุปกรณ์อื่นวัดแสงแทนเครื่องวัดแสง
การจัดองค์ประกอบภาพ
การเลือกองค์ประกอบพื้นฐานของการจัดภาพ
หลักการวิจารณ์ภาพถ่าย
การล้างฟิล์ม
เทคนิคพิเศษทางการถ่ายภาพและทำภาพ
เทคนิคการทำภาพ
เทคนิคการทำโฟโต้สเก๊ตชิ่ง
การสำเนาภาพ
วิธีใช้แท่นถ่ายสำเนา
การนำภาพออกแสดง
หลักการถ่ายภาพให้ได้ภาพสีที่ดี
วิธีการถ่ายภาพให้ได้ภาพที่คมชัด
หลักในการถ่ายภาพกลางแจ้ง
เสนอแนะงานถ่ายภาพ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com