Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สิทธิมนุษยชน

บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 2 นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน
บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย
บทที่ 5 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามสนธิสัญญา และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ
บทที่ 6 การส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน
บทที่ 7 กลไกการบริหารการจัดการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

บทที่ 2 นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

สิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคน พึงมีโดยเสมอภาคกันเพื่อการ ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเชื่อทางการเมือง หรือความเชื่อในทางอื่นใด ชาติหรือพื้นเพทาง สังคม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะ

1. แนวคิดในการกำหนดนโยบาย

นอกเหนือจากที่ได้กล่าวไว้ในปฐมบทแล้ว ในสังคมไทยแนวคิดเรื่องสิทธิ มนุษยชน ได้สะท้อนอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่อดีต การส่งเสริมและการยอม รับในสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในสังคมเห็นได้ชัดเจนในความสัมพันธ์ระหว่าง พระมหากษัตริย์กับประชนตั้งแต่สมัยสุโขทัย การยอมรับในเรื่องของความเท่าเทียมกัน และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ก็ปรากฏจากการประกาศเลิกทาส ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนั้น การที่สังคมไทยเป็นสังคมที่รักความสงบ มีสันติสุข มีความเอื้ออาทรต่อกัน ปราศจากความขัดแย้งที่รุนแรง ต้อนรับการปฏิบัติของ ทุกศาสนา ของชนทุกชาติ ย่อมแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยมีรากฐานของการเคารพใน สิทธิของบุคคล

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง มาเป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 และต่อมาในปี พ.ศ. 2491 ประเทศไทยได้ให้การรับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิ มนุษยชนของสหประชาชาติ ตลอดจนเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิ มนุษยชนอีกหลายฉบับ การส่งเสริมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย ที่ผ่าน มายังมีลักษณะที่เป็นไปโดยธรรมชาติ พัฒนาไปตามความรู้ ความเข้าใจ ค่านิยมและ วัฒนธรรมของสังคมไทย ตลอดจนการดำรงชีวิตที่แตกต่างกันของประชาชน ปัญหาการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนจึงเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในส่วนต่างๆ ของสังคม ทั้งโดยเจตนาและ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ในขณะที่โลกเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 การส่งเสริมค่านิยมประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชนและการพัฒนาที่ยั่งยืนได้เป็นบรรทัดฐานของการจัดระเบียบใหม่ของโลก ทั้งทาง การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ท่ามกลาง การปรับเปลี่ยนไปในแนวทางของการพัฒนาดังกล่าว โดยจะเห็นได้จากการที่ประเทศ ไทยได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ซึ่งได้มีบทบัญญัติ ที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลไว้อย่างกว้างขวางที่สุดนับตั้งแต่มีการประกาศใช้ รัฐธรรมนูญมา จึงถือได้ว่าเป็นการประกาศถึงความเป็นชาติที่มีอารยธรรมอย่างเท่าเทียม กับชาติอารยธรรมอื่น แต่การที่มีเพียงกฎหมาย คุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เท่าเทียมกับ นานาประเทศนั้นมิใช่เป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าสังคมนั้นจะสามารถสร้างสันติสุขอย่างแท้จริงได้ พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต) ได้มอบแนวคิดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนว่า สิทธิมนุษยชน จะสัมฤทธิ์ผลที่แท้ ต้องประสานสู่จริยธรรมเชิงสร้างสรรค์ โดยไม่หยุดอยู่แต่เรื่องของการ มีสิทธิ ใช้สิทธิ พิทักษ์สิทธิ รักษาสิทธิ การมีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หรือข้อ กฎหมายต่าง ๆ นั้นเป็นเพียงเครื่องหมายรู้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติ อย่างไรก็ดี มนุษย์ย่อมต้องพัฒนาตนไปยิ่งกว่านั้น มนุษย์ย่อมไม่ละเมิดผู้อื่น ไม่ใช่เพียงเพราะ เคารพตามกฎเกณฑ์ มนุษย์ต้องปฏิบัติต่อกันจากส่วนลึกของจิตใจ ด้วยความเมตตา กรุณา ความรัก และความเอื้ออาทรต่อกัน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "ปัญญา" หรือความเข้าใจที่ถูกต้อง ต่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และระหว่าง มนุษย์กับธรรมชาติ ซึ่งคือเป้าหมายที่แท้จริงในการพัฒนาของมนุษย์

ดังนั้น การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่อาจเกิดขึ้นได้ จากการใช้มาตรการและกลไกตามกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว จำเป็นที่จะต้อง พิจารณากำหนด มาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ให้ครบวงจรอย่างเป็นระบบ โดยคำนึง ถึงภูมิหลังของสังคมไทย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เพื่อให้การกำหนด นโยบายเป็นไป อย่างเหมาะสมและช่วยให้คนในสังคมไทยไม่ละเมิดต่อกัน มีเมตตา มีความเข้าใจอยู่ ร่วมกันอย่างสันติสุขและสร้างสรรค์ โดยไม่นำไปสู่ภาวะสุดโต่งทาง สังคมทั้งสองด้านคือ ด้านหนึ่งคือสังคมที่ยังไม่เข้าถึงอารยธรรม เพราะมนุษย์ในสังคม นั้นไม่คำนึงถึงสิทธิ ของกันและกัน ปล่อยให้มีการละเมิดต่อชีวิต ต่อทรัพย์สิน มีการกีด กั้นแบ่งแยก ทำให้บุคคลขาดอิสระเสรีภาพ อีกด้านหนึ่งคือ สังคมที่ใกล้ถึงจุดอวสานของ อารยธรรม เพราะ มนุษย์ในสังคมนั้น บีบรัดตัวให้คับแคบลงด้วยการคอยระวังในการ ที่จะปกป้องพิทักษ์สิทธิของตน จนสูญเสียความสัมพันธ์ตามธรรมชาติทั้งในครอบครัว และสังคม โดยอยู่ด้วยท่าทีและพื้นฐานของการปกป้องและเรียกร้องสิทธิแต่เพียงอย่าง เดียว

โดยสรุป การกำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อยู่บนพื้นฐานแนวคิดที่ สำคัญ 4 ประการ ได้แก่

1. มีความเป็นสากล เป็นสิทธิของทุกคนโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่าง ในเรื่องเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเชื่อทางการเมือง หรือความเชื่อในทาง อื่นใด พื้นเพ ทางสังคม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะ นอกจากนั้น ยังเป็นสิทธิที่ยอม รับกันในประชาคมระหว่างประเทศ โดยปรากฏอยู่ในตราสาร อนุสัญญา กฎหมาย ระหว่าง ประเทศต่างๆ ในด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งที่ไทยร่วมเป็นภาคี และยังไม่ได้เป็น ภาคี

2. มีความสมบูรณ์ ทั้งในแง่การส่งเสริมและคุ้มครองโดยครอบคลุม สิทธิมนุษยชน ในทุกๆ ด้านและทุกกลุ่มเป้าหมายในสังคมไทย ได้แก่ สิทธิในด้าน การเมือง พลเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิทธิในการพัฒนา โดยให้ความ สำคัญเป็นลำดับแรก แก่กลุ่มบุคคลที่ด้อยโอกาสในสังคมซึ่งง่ายต่อการตกเป็นเหยื่อ ของการละเมิดสิทธิมนุษยชน

3. มีความสมดุลย์ โดยไม่เน้นเฉพาะการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ มนุษยชนเพียงลำพัง แต่เน้นความรับผิดชอบ จริยธรรม และหน้าที่ของพลเมืองควบ คู่ไปด้วย นอกจากนั้น ยังเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคในสังคม แม้ว่าความรับผิดชอบ หลักในการส่งเสริมและ คุ้มครองสิทธิ มนุษยชนจะตกอยู่กับภาครัฐ แต่ภาคเอกชน เช่น บรรษัทธุรกิจทั้งใน ประเทศและข้ามชาติ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา สมาคมวิชาชีพ สื่อมวลชน ตลอดจนสถาบันครอบครัว และประชาชนทั่วไป ซึ่งเรียก ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของประชา สังคมจักต้องเข้าร่วมแสดงความรับผิดชอบด้วย

4. มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ แนวนโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นกระบวนการ พัฒนาต่อเนื่องมิใช่เป็นเหตุการณ์ที่จบลงในช่วงใดช่วงหนึ่ง ในขณะ ที่แนวนโยบายฯ ได้กำหนดไว้ในทิศทางที่ก้าวสู่มาตรฐานของประชาคมระหว่างประเทศ สิ่งสำคัญที่จะ ต้องคำนึงถึงคือ ความสอดคล้องกับสภาพสังคม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของ ประชาชนชาวไทยซึ่งจะต้องได้รับการพัฒนาหรือปรับปรุงควบคู่กันไป เพื่อให้แผนปฏิบัติการแม่บทฉบับนี้สามารถปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ไม่มีลักษณะอุดมคติ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสังคมไทย

2. เป้าหมายหลักของนโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่สำคัญมีอยู่ 4 ประการ

ประการแรก การมีสังคมที่มีสันติสุขอย่างแท้จริง กล่าวคือ ประชาชน อยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร มีเมตตาเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน มีศักดิ์ศรีของความเป็น มนุษย์ ทั้งนี้ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนควรผสมผสานเข้าไปเป็นวัฒนธรรม ที่สำคัญ ของสังคมไทยในอนาคต

ประการที่สอง การมีสังคมที่มีการเคารพกฎหมาย ยึดหลักนิติธรรม (rule of law) ควบคู่ ไปกับหลักจริยธรรม โดยไม่ใช้หลักการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน เป็นเงื่อนไขในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน หรือมุ่งร้ายซึ่งกันและกัน

ประการที่สาม การมีสังคมที่มีความเป็นประชาธิปไตย สร้างโอกาส ความเสมอภาค และความยุติธรรมให้แก่บุคคลที่ด้อยโอกาสในสังคม ส่งเสริมหลัก การธรรมาภิบาล ทั้งในภาครัฐและภาคประชาสังคม

ประการที่สี่ การมีสังคมที่การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการ พัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาคน ซึ่งเป็น ทรัพยากรที่มีค่าที่สุด ของสังคม

3. แนวนโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 7 ประการ

ด้วยเหตุนี้ นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงได้คำนึงถึงแนวคิดและเป้าหมาย หลัก ดังกล่าวข้างต้นมากำหนดเป็นแนวนโยบาย 7 ประการ ดังต่อไปนี้

3.1 ส่งเสริมให้มีการเคารพสิทธิมนุษยชนตามที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ.........

ส่งเสริมให้มีการเคารพสิทธิและเสรีภาพตลอดจนศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สำหรับบุคคล ทุกคน ที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างใน เรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทาง เศรษฐกิจหรือสังคม ความ เชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็น ทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

3.2 บูรณาการเรื่องสิทธิมนุษยชนในการพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ของประเทศทุกด้าน

การพัฒนาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศนั้นสามารถก่อให้เกิดทั้ง โอกาสและภัยคุกคามต่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การนำแนวคิดด้านการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการกำหนดแนวทางการพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมจะช่วย ส่งเสริมสังคมที่เป็นประชาธิปไตย นำไปสู่กระบวนการ พัฒนาที่ยั่งยืนถาวร การมีสังคมที่สันติสุขและยึดหลักนิติธรรม

3.3 ดำเนินการให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปกับ หน้าที่ความรับผิดชอบ และจริยธรรม

ดำเนินการให้การศึกษาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปกับการ ตระหนักถึงหน้าที่ของพลเมือง การมีความรับผิดชอบต่อตนและสังคมและการมีจริยธรรมแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในภาครัฐ ผู้ประกอบการและผู้ใช้ แรงงานในภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน ชุมชน สื่อสารมวลชน โดยคำนึงว่า การศึกษาและการเผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เป็นยุทธศาสตร์ หลักในการป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสังคมและใน การเสริมสร้าง วัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย

3.4 ส่งเสริมหลักการ ความเป็นสากล การแบ่งแยกมิได้ และการเกี่ยวพันซึ่ง กันและกัน ของสิทธิมนุษยชน

สิทธิมนุษยชนพื้นฐานทั้งหลายมีลักษณะสากลใช้ได้กับมนุษย์ทุกคนอย่างเท่า เทียมกัน โดยเป็นที่ยอมรับกันในนานาอารยประเทศ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ มนุษยชนในด้านต่างๆ จะต้องไม่แบ่งแยก เลือกส่งเสริมเฉพาะสิทธิในด้านใดด้านหนึ่ง แต่ควรส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิต่างๆ อย่างสมดุล ทั้งในด้านสิทธิทางพลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สิทธิทางสังคม และวัฒนธรรม ตลอดจนสิทธิ ในการพัฒนา สิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ เหล่านี้ยังมีความเกี่ยวพันซึ่งกันและกัน อย่างใกล้ชิด ดังนั้น จึงไม่ควรที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคล จะอ้างสิทธิมนุษยชนเพียงด้านใด ด้านหนึ่งไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวอย่างขาดความเข้าใจ และสำนึกในบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบของตน

3.5 สนับสนุนการดำเนินงานตามอนุสัญญาและข้อตกลงระหว่างประเทศ ตามที่รัฐบาล ไทยได้ให้ไว้กับนานาประเทศ

สนับสนุนการดำเนินงานตามอนุสัญญาและข้อตกลงระหว่างประเทศตามที่ รัฐบาลไทย ได้ให้ไว้กับองค์กรต่างๆ ตลอดจนพิจารณายกเลิกข้อสงวนและพิจารณาให้ สัตยาบันเพิ่มเติม ต่อตราสารระหว่างประเทศอื่นๆ ในด้านสิทธิมนุษยชนเมื่อมีความ เหมาะสม กับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

3.6 เสริมสร้างความร่วมมือทุกระดับในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ มนุษยชน

ดำเนินการให้ทุกส่วนของประชาคมสังคมมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐโดยฝ่ายองค์กรอิสระ และมีความเป็นกลาง ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ อันได้แก่ คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองฯ ตลอดจนส่งเสริมและให้ความร่วม มือในการดำเนินการของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ความร่วมมือและ ประสานงานกับสหประชาชาติ องค์การระหว่างประเทศ องค์กรเอกชนและองค์การพัฒนา เอกชนทั้งในและต่างประเทศ ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

3.7 พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ให้เอื้อต่อการส่งเสริมและคุ้ม ครองสิทธิมนุษยชน

ทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนและดำเนินการพัฒนาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพอย่างทันเวลากับการเปลี่ยน แปลงของสภาวะแวดล้อม

4. การแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

จากการกำหนดแนวนโยบายสิทธิมนุษยชน 7 ประการข้างต้นนั้นมีเป้าหมายเพื่อ เป็นแนวทางสำหรับการนำไปสู่การปฏิบัติของทั้งภาครัฐและประชาสังคม สำหรับระยะ เวลา 10 ปี (พ.ศ. 2543-2552) ในการนี้ จึงได้กำหนดให้มีแผนปฏิบัติการ แม่บทสิทธิมนุษยชนสำหรับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้านจำนวน 10 ด้าน สำหรับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามกลุ่ม เป้าหมายจำนวน 19 กลุ่มเป้าหมาย แผนงานการส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน และการบริหารนโยบายและแผน ปฏิบัติการแม่บทฯ ตลอดจนแผนการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามสนธิสัญญา และเอกสารระหว่างประเทศ ซึ่งจะใช้เป็นกรอบและแนวทางให้แก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งใน ภาครัฐและภาคประชาสังคม นำไปดำเนินการต่อไป

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com