Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สิทธิมนุษยชน

บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 2 นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน
บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย
บทที่ 5 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามสนธิสัญญา และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ
บทที่ 6 การส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน
บทที่ 7 กลไกการบริหารการจัดการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน

แผนปฏิบัติการแม่บทว่าด้วยสิทธิมนุษยชนด้านสาธารณสุข

ความนำ

สิทธิมนุษยชนด้านสาธารณสุข หมายถึง การที่บุคคลมีสิทธิในการรับบริการทาง สาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน และมีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียมกัน โดยที่ผู้ยากไร้มีสิทธิได้ รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งในปัจจุบัน รัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติรับรองและคุ้มครองสิทธิไว้แล้วตามมาตรา 52 ดังนั้น รัฐจึงต้อง จัดบริการด้านการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนทุกคนมี สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีในระดับสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้น สิทธิที่จะได้รับ บริการด้านการสุขภาพ ก็คือ สิทธิของปัจเจกบุคคลที่มีโอกาสเท่าเทียมกันในการที่จะได้ รับบริการเพื่อสุขภาพ โดยไม่คำนึงว่าบุคคลนั้นมีความสามารถจะรับภาระค่าบริการ เหล่านั้นได้หรือไม่ก็ตาม

ดังนั้น แผนปฏิบัติการแม่บทว่าด้วยสิทธิมนุษยชนฉบับนี้ จึงมีความสำคัญเป็น อย่างยิ่งที่จะผลักดันให้มีการส่งเสริม สนับสนุน แก้ไขปัญหาอันจะนำไปสู่ความสมบูรณ์ ทั้งด้าน สุขภาพกายและจิตของประชาชน ตลอดจนอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข

1. การให้บริการสาธารณสุขของรัฐ

1.1 สภาพปัญหา

1.1.1 การให้บริการทางด้านสาธารณสุขไม่ทั่วถึงโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ ห่างไกลจะไม่มีโอกาสได้ใช้บริการด้านสาธารณสุขหรือไม่มีแพทย์หรือบุคลากรทางการ แพทย์ประจำ

1.1.2 การเหลื่อมล้ำในการให้บริการด้านสาธารณสุขระหว่างชนบทกับเขต พื้นที่ในเมืองมีผลให้คุณภาพ/มาตรฐานของการให้บริการของสถานีอนามัย/สถานบริการ สาธารณสุขในแต่ละจังหวัดต่ำกว่ามาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาลและมาตรฐานการ พยาบาลในชุมชนที่รัฐได้จัดทำและเผยแพร่ให้กับสถานบริการ สาธารณสุขนำไปใช้

1.1.3 คุณภาพของยาและเวชภัณฑ์ซึ่งรัฐจัดหาให้สถานบริการสาธารณสุข ไม่ดีพอหรือไม่ได้มาตฐานเพียงพอที่จะเยียวยารักษาผู้เจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.1.4 การเน้นการรักษาสุขภาพเมื่อเจ็บป่วยแล้ว มากกว่าการพิจารณาหา ทางป้องกันและส่งเสริมสุขภาพให้ประชากรได้มีโอกาสมีสุขภาพดีอย่างจริงจังทั่วถึงและต่อเนื่อง

1.1.5 ความครอบคลุมของหลักประกันสุขภาพและโครงการสวัสดิการ ประชาชนด้านการรักษาพยาบาล สำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้ถูกเลิกจ้าง ผู้ตกงานและผู้ด้อย โอกาสต่างๆ ในสังคมถือว่ายังไม่ทั่วถึง

1.2 สาเหตุของปัญหา

1.2.1 การขาดแคลนงบประมาณในการก่อสร้างสถานีอนามัยหรือสถาน บริการสาธารณสุขในท้องที่ที่ห่างไกลซึ่งต้องใช้งบประมาณสูงมาก

1.2.2 การขาดแคลนบุคลากรทางด้านสาธารณสุข เพื่อให้บริการสาธารณสุขหรือส่งเสริมงานด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน

1.2.3 การประหยัดงบประมาณในการซื้อยาและเวชภัณฑ์ หรือมีการทุจริตในการซื้อยาและเวชภัณฑ์อาจทำให้ไม่ได้รับยาที่มีคุณภาพหรือทำให้การให้บริการด้านสาธารณสุขต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้

1.2.4 นโยบายของรัฐเน้นด้านการรักษาพยาบาลมากกว่าด้านเวชกรรมป้อง กันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

1.2.5 กฎหมายเกี่ยวกับการประกันสุขภาพของประชาชนยังไม่ได้ผลในทาง ปฏิบัติ

1.3 ผลกระทบของปัญหา

1.3.1 ประชาชนไม่ได้รับบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างสะดวกและทั่วถึง

1.3.2 ประสิทธิภาพของการรักษาพยาบาลไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้ รับการรักษาพยาบาลที่ได้ผลอย่างสูงสุด

1.3.3 ประชาชนจำนวนมากมีสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรง เนื่องจากขาด ความรู้ความเข้าใจในการป้องกันและรักษาโรค

1.3.4 ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสในสังคมไม่ได้รับการรักษา พยาบาลที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานในการบริการด้านสาธารณสุขที่กำหนดในกฎหมาย รัฐธรรมนูญ

1.4 ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

1.4.1 การให้บริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน

ระยะเวลาดำเนินการ ภายใน 5 ปีแรกของระยะเวลาตามแผน

1.4.2 จัดให้มีบริการด้านสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน

ระยะเวลาดำเนินการ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาของแผนนี้

1.4.3 มาตรฐานและคุณภาพของยาและเวชภัณฑ์

2. การขาดแคลนบุคลากร

2.1 สภาพปัญหา

2.1.1 บุคลากรทางการแพทย์ที่จบใหม่จะรวมตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ทำให้ สถานีอนามัยหรือสถานบริการสาธารณสุขขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ประจำ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนในภูมิภาคหรือในชนบทไม่สามารถได้รับการรักษาโรคได้ทันเพราะ ต้องเดินทางเข้ามารับการรักษาในเมืองหรือต้องเดินทางมายังกรุงเทพฯ

2.1.2 บุคลากรทางการแพทย์เน้นการศึกษาทางแพทย์เฉพาะทาง โดยมิ ได้มุ่งเน้นแพทย์เวชปฏิบัติหรือการให้บริการทางการแพทย์ระดับต้น

2.1.3 บุคลากรทางการแพทย์มีแนวโน้มออกจากระบบราชการมุ่งสู่เอกชน มากขึ้น อันเนื่องมาจากได้รับค่าตอบแทนมากกว่า

2.2 สาเหตุของปัญหา

2.2.1 บุคลากรทางการแพทย์ไม่ประสงค์จะไปปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นทุรกันดาร อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกสบายของการคมนาคมและที่พักอาศัย รวมทั้ง ขาดโอกาส ที่จะได้รับการพัฒนาความรู้ใหม่หรือมักไม่ได้รับการพิจารณาให้ศึกษาต่อ เฉพาะทาง

2.2.2 ผลตอบแทนที่สูงของการรักษาเฉพาะทางหรือสถานพยาบาลเอกชน จูงใจให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องการปฏิบัติหน้าที่กับสถานพยาบาลเอกชนมากกว่า

2.3 ผลกระทบ

2.3.1 ประชาชนประสบกับความยากลำบากในการเดินทางเพื่อไปรับ บริการทางการแพทย์

2.3.2 ทำให้แพทย์เวชปฏิบัติเบื้องต้นที่มีอยู่ต้องปฏิบัติหน้าที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับกับประชาชนที่มารับบริการ

2.3.3 ประสิทธิภาพในการบริการทางการแพทย์ลดลงทำให้ประชาชน จำเป็นต้องไปรับการรักษาจากสถานพยาบาลเอกชนซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง

2.4 ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

2.4.1 จัดให้มีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรในการเรียนการสอนหรือ การจัดการอบรมและปลูกจิตสำนึกกับผู้ที่จะเข้าเรียนในวิชาที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุขว่า ผู้ที่จะเข้ามาเรียนสาขาที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ ต้องยอมรับในเรื่องเสียสละ และให้ความ สำคัญในด้านการส่งเสริมการกินดีอยู่ดีและสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมทั้งปลูกจิต สำนึกในเรื่องคุณธรรมและจรรยาบรรณให้พร้อมช่วยบริการต่อประชาชนโดยเฉพาะผู้อยู่ ห่างไกลความเจริญ และหันมาสนใจปัญหาของสุขภาพประชาชนมากยิ่งขึ้น และพัฒนา คุณภาพบุคลากรทางการแพทย์ให้มีศักยภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย องค์การบริหารส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน

ระยะเวลาดำเนินการ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของแผนฯ

2.4.2 ปรับปรุงนโยบายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกันและประสานการผลิต บุคลากรทางการแพทย์ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นหรือชุมชน และสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุขให้มากขึ้น โดย มีกลไกในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพ ตลอดจนทำการศึกษาวิจัยสร้างองค์ ความรู้เผยแพร่และส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ มีความตื่นตัวในด้านการดูแล ป้องกันและรักษาสุขภาพของตนเองโดยบุคลากรในชุมชน หรือการรวมตัวของกลุ่มคน ที่มีความรู้ด้านการแพทย์เป็นแกนหลักในการพัฒนาความรู้ในการดูแลป้องกันและรักษา สุขภาพคนในชุมชน

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ องค์การบริหารส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน

ระยะเวลาดำเนินการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของแผนฯ

2.4.3 การพัฒนาบุคลากรและหน่วยงานทางการแพทย์ให้มีความพร้อม และมีศักยภาพที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินการและการให้บริการด้านสาธารณสุขทั้งในส่วน กลางและส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจ ตลอดจนให้ค่าตอบแทนและ สวัสดิการที่ดีแก่บุคลากรทางด้านการแพทย์ทุกระดับอย่างเหมาะสม

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน

ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปีแรกของแผนฯ และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาของแผนฯ

3. การโภชนาการ

3.1 สภาพปัญหา

การเปลี่ยนแปลงของภาวะสังคมเศรษฐกิจในทศวรรษที่ผ่านมา จากวิถีการดำรง ชีวิตในระบบสังคมเกษตรกรรมเข้าสู่การผลิตในระบบสังคมอุตสาหกรรม มีผลให้การ พัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการผลิตอาหารและความก้าวหน้าของระบบ สารสนเทศ การสื่อสารมวลชนเปลี่ยนแปลงไปได้ก่อให้เกิดค่านิยมและวัฒนธรรมใหม่ เกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างฟุ่มเฟือย อันนำไปสู่การมีภาวะโภชนาการเกิน ความไม่สมดุลของสารอาหารที่ได้รับ และพิษภัยจากสารเคมีที่ปนเปื้อนมากับอาหาร ประกอบกับขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้เกิดป่วยเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน อัมพฤกษ์ อัมพาต และมะเร็ง ฯลฯ

3.2 สาเหตุของปัญหา

3.2.1 ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการโภชนาการที่ดี

3.2.2 ผลการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ของประชาชนโดยนิยมหันมารับประทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งมีวิธีการปรุงและประกอบ อาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ มีการใช้สารปรุงแต่งที่ไม่ถูกต้องและผู้ประกอบการด้านร้านค้ายัง ขาดความรู้ความเข้าใจในการผลิตอาหารที่สะอาดถูกสุขอนามัยและได้มาตรฐาน

3.2.3 วิถีการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนไม่สนใจการออก กำลังกายและไม่พยายามที่จะใช้เวลาว่างเพื่อออกกำลังกาย โดยเฉพาะเด็ก และผู้สูงอายุ

3.3 ผลกระทบ

3.3.1 ประชาชนเกิดภาวะทุพโภชนาการทั้งขาดและเกินโดยเฉพาะภาวะการ โภชนาเกิน อันส่งผลต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคขาดสารอาหาร โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น

3.3.2 ประชาชนได้รับสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อนในอาหารที่มาจาก การผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะและไม่ได้มาตรฐาน

3.3.3 การออกกำลังกายน้อยหรือไม่ออกกำลังกายเป็นสาเหตุนำของความ ผิดปกติของร่างกายและโรคหลายชนิดโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของอวัยวะ อันเนื่อง มาจากการมีอายุมากขึ้น

3.4 ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

3.4.1 ส่งเสริมและจัดให้สื่อมวลชนทุกรูปแบบให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยว กับการโภชนาการที่ดี

3.4.2 ส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กร ชุมชน จัดตั้งและพัฒนาระบบข้อมูล สารสนเทศ ด้านอาหารและโภชนาการ

3.4.3 สนับสนุนให้ชุมชนจัดตั้ง ปรับปรุง ในลักษณะร้านค้าชุมชนเป็นศูนย์ ในการนำอาหารที่มีคุณภาพของโภชนาการเพื่อการบริโภคอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

3.4.4 ส่งเสริมและพัฒนาประชาชนให้ตระหนักในสิทธิและผลประโยชน์ ในการคุ้มครองการโภชนาการของตนเองและครอบครัว

3.4.5 ส่งเสริมและพัฒนาให้ประชาชนได้ตระหนักถึงผลดีของการออกกำลัง กายให้มีศูนย์การกีฬา หรือสวนสาธารณที่เหมาะสมและเอื้ออำนวยกับการออกกำลังกายของ ประชาชน

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ การกีฬาแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน

ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปีแรกของระยะเวลาของแผน

3.1 สิทธิมนุษยชนด้านการศึกษา
3.2 สิทธิมนุษยชนด้านวัฒนธรรม
3.3 สิทธิมนุษยชนด้านอาชีพ
3.4 สิทธิมนุษยชนด้านการสาธารณสุข
3.5 สิทธิมนุษยชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3.6 สิทธิมนุษยชนด้านที่อยู่อาศัย
3.7 สิทธิมนุษยชนด้านสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่ม
3.8 สิทธิมนุษยชนด้านการได้รับข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
3.9 สิทธิมนุษยชนด้านสิทธิเสรีภาพด้านสื่อสารมวลชน
3.10 สิทธิมนุษยชนด้านการเมืองและการปกครอง
3.11 สิทธิมนุษยชนด้านศาสนา

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com