Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สิทธิมนุษยชน

บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 2 นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน
บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย
บทที่ 5 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามสนธิสัญญา และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ
บทที่ 6 การส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน
บทที่ 7 กลไกการบริหารการจัดการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน

แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สภาพปัญหา

1. จากแนวทางการพัฒนาประเทศไทยที่มุ่งพัฒนาจากระบบเศรษฐกิจพื้นฐาน ทางการเกษตรไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบกึ่งอุตสาหกรรมได้ส่งผลให้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ของประเทศไทยได้ขยายตัวมากขึ้นเป็นลำดับ สาเหตุเกิดจากการนำเอาทรัพยากร ธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้อย่างมากมายในการ พัฒนาเศรษฐกิจโดยขาดจิตสำนึกร่วมกันที่ จะบำรุงรักษาหรือสงวนไว้ใช้อย่างยั่งยืนทำให้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศลดน้อยลง อย่างรวดเร็ว รวมทั้งเกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ และยังส่งผลกระทบ ทางด้านสิ่งแวดล้อมอันเนื่องจาก การก่อให้เกิดมลพิษในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา น้ำเน่าเสียอันเนื่องมาจากการปล่อย สารเคมี ขยะ น้ำเสียจากบ้านเรือนและโรงงาน ลง แม่น้ำ อากาศเป็นพิษจากฝุ่นละอองของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ไอเสียจากรถยนต์ หรือกากของเสียเหลือใช้จากการประกอบ อุตสาหกรรม เป็นต้น และแม้ว่าจะมีกฎหมายที่ เกี่ยวข้องในการควบคุมป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมปี พ.ศ. 2535 กำกับดูแล อยู่แล้วก็ตาม แต่ปัญหาก็หาได้เบาบางลงไม่ทำให้ ประชาชนต้องเสี่ยงภัยจากภาวะมล พิษ ทั้งมลพิษในอากาศ ในน้ำ ในอาหารและความ เสื่อมโทรมทางด้านสุขภาพจิต เป็นต้น

2. สาเหตุของปัญหาดังกล่าว นอกจากจะเกิดจากความเห็นแก่ตัวและขาดความ ตระหนักถึงภยันตรายที่จะเกิดตามมาแล้ว ยังเกิดจากโครงสร้างของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดให้รัฐและเจ้าพนักงานของรัฐเป็นผู้ผูกขาดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการจัดการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่เพียงฝ่ายเดียว อีกทั้งบทบาท ของรัฐก็เน้นไปในทางการเป็นผู้พิจารณาอนุญาตว่า จะให้เอกชนรายใดเข้ามาแสวงหา ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาตินั้น ๆ ได้โดยจ่ายค่าธรรมเนียมให้รัฐตามกฎหมาย ซึ่งนอกจากจะไม่คุ้มค่ากับการที่ทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นสมบัติของชาติต้องสูญเสีย ไปให้กับบุคคลเพียงบางกลุ่มแล้ว ยังเป็นการตัดขาดชุมชนท้องถิ่น และประชาชนออก ไปจากการมีสิทธิ มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติโดยปริยายด้วย

3. นอกจากนี้ มีปัญหาประชาชนในชุมชนท้องถิ่นถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพจาก ผลกระทบของปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ ทางร่างกาย อาชีพ รวมทั้งความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย อันเนื่องมาจากสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และเมื่อประชาชนผู้ได้รับความเสียหายดังกล่าวไปฟ้องร้องเพื่อเรียกค่า เสียหายหรือค่าชดเชยตามสิทธิที่ควรจะได้ กลับต้องประสบปัญหาทางด้านกฎหมายใน การพิสูจน์ว่าตนเองเป็น ผู้เสียหายและในการพิสูจน์ถึงการกระทำละเมิดของผู้ก่อให้เกิด ความเสียหายอันเนื่องมาจากกฎหมายกำหนดให้ภาระในการพิสูจน์เป็นของโจทก์ ซึ่ง เกี่ยวข้องกับปัญหาทางเทคนิควิทยาศาสตร์ จึงเป็นการยากที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นประชาชน ธรรมดามีความรู้เพียงเล็กน้อยและเป็นผู้ยากจนจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ความผิดดังกล่าว รวมทั้งการต่อสู้คดีที่ใช้ระยะเวลานานรวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ทำให้ผู้เสียหาย ตัดปัญหาความเดือดร้อนโดยจำใจต้องรับความเสียหายจากการละเมิดโดยไม่สามารถ จัดการใดๆ ได้จากปัญหาข้างต้น ถือได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐได้กำหนดนโยบายและข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการไว้ ดังนี้

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

มาตรการเร่งด่วน

1. รัฐและองค์กรเอกชนต่าง ๆ ต้องร่วมมือกันในการให้ความรู้เพื่อให้ ประชาชน ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริม และสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชนในการร่วมกันอนุรักษ์และพิทักษ์สิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ตลอดจนรู้ถึงสิทธิของตนที่จะมีชีวิตอยู่ในคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี มีสิทธิในการปกป้อง รักษาสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมในการจัดการพิทักษ์บำรุงรักษา และมีสิทธิในการได้รับการ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อได้รับความเสียหายทั้งจากรัฐและเอกชนที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เดือดร้อน รำคาญ โดยจะต้องปลูกจิตสำนึกนี้ตั้งแต่เด็ก และรณรงค์ให้ความรู้กับผู้ใหญ่ ด้วยการบรรจุไว้ใน หลักสูตรการศึกษาในทุกระดับ และหรือโดยผ่านสื่อต่าง ๆ ที่รัฐและ องค์กรเอกชนต่าง ๆ มีอยู่

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงศึกษาธิการ, ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ, สำนักนายกรัฐมนตรี (กรม ประชาสัมพันธ์), องค์กรเอกชนที่มีบทบาทในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ, สื่อสารมวลชนทุกประเภท

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในปีแรกของแผน

2. รัฐและองค์กรเอกชนจะต้องร่วมมือกันสร้างทัศนคติให้ประชาชนเอาใจ ใส่ และเรียนรู้ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไปพร้อม ๆ กับการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเพื่อที่จะไม่ใช้วิธีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หรือก่อให้ เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพียงเพื่อที่จะสนองความต้องการและเสริมสร้างฐานะทาง เศรษฐกิจของตนโดยไม่คำนึงถึงการละเมิดสิทธิในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และความ เสี่ยงภัยจากภาวะมลพิษของผู้อื่น โดยใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม, สำนักนายกรัฐมนตรี (กรมประชาสัมพันธ์), องค์กรเอกชนที่มีบทบาทในด้านการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและท้องถิ่น, สื่อสารมวลชนทุกประเภท

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในปีแรกของแผน

3. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร นโยบาย โครงการพัฒนา หรือกิจกรรมใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือกระทบต่อสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจของชุมชน ให้ประชาชนในชุมชนทราบอย่างถูกต้อง และโดยต่อเนื่องก่อนที่จะ มีการดำเนินงาน และหรือให้มีการทำประชาพิจารณ์ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิที่จะ แสดงความคิดเห็น หากการดำเนินการดังกล่าวอาจมีผลกระทบหรือเกิดความเสียหาย ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งส่งผลต่อชีวิต อนามัยหรือทรัพย์สินของเขาเอง หรือของสาธารณชน

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม, หน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าของโครงการที่จะส่งผลกระทบ ต่อชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชน

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในปีแรกของแผน

4. ออกกฎหมายรับรองสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน ท้องถิ่นในการจัดการ การบำรุงรักษา การใช้และได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม การศึกษา และประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการ คุ้มครอง ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การใช้สิทธิของบุคคลที่จะฟ้องร้อง หน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของ รัฐเพื่อให้ปฏิบัติ หน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายให้มีความสมบูรณ์ชัดเจนสอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มาตรา 46 และ 56

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา 3 ปีของแผน

5. ส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันดำเนินกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมายให้ประชาชนที่ได้รับ ความเสียหายจากภาวะมลพิษ สามารถรวมตัวกันฟ้องคดีเป็นกลุ่ม หรือให้องค์กรเอกชน ที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 มาตรา 7 และ8 สามารถที่จะเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนกลุ่มประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ได้ รวมถึงการให้อำนาจพนักงานอัยการฟ้องเรียกค่าเสียหายแทนผู้เสียหายพ่วงไปกับ การฟ้องคดีอาญาในลักษณะคดีแพ่งเกี่ยวกับคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 4 แต่จะต้องมีมาตรการในการป้องกันมิให้คู่ความมีความสมยอม กัน เช่น ควรแจ้งให้อัยการทราบเพื่อเข้าเป็นโจทก์ร่วม เป็นต้น

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา 3 ปีของแผน

6. แก้ไขเพิ่มเติม หรือออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประชาชนและ องค์กรชุมชนมีสิทธิยื่นเรื่องราวร้องทุกข์และขอให้มีการจัดทำประชาพิจารณ์ในกรณีที่ มีข้อพิพาทเกิดขึ้นระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชน ซึ่งเป็น ผลสืบเนื่องมาจากการริเริ่มโครงการหรือกิจกรรมการพัฒนาของรัฐ รวมทั้งดำเนินการ ให้มีหน่วยงานรับผิดชอบในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ในระดับจังหวัดเพื่อความสะดวก ในการยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ด้วย

หน่วยงานรับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงมหาดไทย

ระยะเวลาการดำเนินการ ภายในระยะเวลา 3 ปีของแผน

7. ส่งเสริมให้ประชาชนและองค์กรชุมชนมีส่วนร่วมในการพิทักษ์ สิ่งแวดล้อมให้มากกว่าที่เป็นอยู่ รวมทั้งควรแก้ไขมาตรา 6 แห่ง พระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 จาก " เพื่อประโยชน์ในการร่วมกันส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชาติ บุคคลอาจมีสิทธิและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ "เป็น" เพื่อประโยชน์ในการร่วมกันส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชาติ บุคคลมีสิทธิและหน้าที่ ดังต่อไปนี้…."

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา 3 ปีของแผน

8. พิจารณาแก้ไขให้มีการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการ อนุมัติโครงการด้านอุตสาหกรรมทุกโครงการ โดยจะต้องศึกษาถึงผลกระทบกับตัวมนุษย์ และผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของชุมชนด้วย นอกจากนั้น ในแต่ละ ปีหรือแต่ละช่วงเวลาจะให้มีหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญและ เป็นกลาง ทำการติดตามศึกษาผลกระทบจากแหล่งอุตสาหกรรม และรายงานให้ ประชาชนทราบทุกปี ทั้งนี้ในการจัดทำรายงานดังกล่าวจะต้องให้ประชาชน หรือองค์กร ชุมชนมีอำนาจ และมีสิทธิในการร่วมตรวจสอบ ศึกษาผลกระทบ นอกจากนี้รายงาน การศึกษาผลกระทบจะต้องจัดทำเป็นภาษาไทยด้วยทุกครั้งเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงอุตสาหกรรม, ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ

ระยะเวลาการดำเนินการ ภายในระยะเวลา 5 ปีของแผน

9. ส่งเสริมบทบาทให้ประชาชนและองค์กรปกครองท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีส่วนในการตัดสินใจในโครงการที่เกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเฝ้าระวังการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม กับให้องค์กรปกครอง ท้องถิ่นมีอำนาจในการประกาศเขตควบคุมมลพิษ และพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมหาก เห็นว่า ถ้ามีการปล่อยไว้ก็จะเกิดปัญหากับประชาชนและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น นอกจาก นี้ รัฐต้องสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรเอกชนที่ดูแลสิ่งแวดล้อม หรือส่งเสริมให้ มีบทบาทในการรณรงค์อนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมให้มากกว่าเดิมด้วย โดยรัฐอาจสนับสนุน งบประมาณให้บางส่วนหากมีความพร้อมทางเศรษฐกิจ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงมหาดไทย

ระยะเวลาการดำเนินการ ภายในระยะเวลา 3 ปีของแผน

10. เพื่อส่งเสริมสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดังนั้น รัฐจะต้องจัดให้มีการทำประชาพิจารณ์ทุกครั้งในเรื่อง ดังต่อไปนี้

10.1 การวางแผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมทุกระดับ
10.2 การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการขนาดใหญ่และ เอกชนทุกโครงการ
10.3 การกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมและมาตรฐาน ควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่สำคัญ ๆ ทุกเรื่อง
10.4 การกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและเขตควบคุม มลพิษในทุกพื้นที่

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ระยะเวลาการดำเนินการ.ภายในระยะเวลา 5 ปีของแผน

11. จัดตั้งกองทุนในลักษณะที่สามารถนำเงินจากกองทุนมาเยียวยาแก่ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อม

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา 5 ปีของแผน

12. แก้ไขกฎหมายโดยกำหนดให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจาก สิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติ สามารถฟ้องร้องคดีแพ่งได้ด้วยโดยไม่ควรจำกัด อำนาจฟ้องอยู่เฉพาะผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 เท่านั้น นอกจากนี้ ค่าชดเชยต้องชดเชยความเสียหายอันเป็นผลต่อเนื่องด้วย

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงยุติธรรม

ระยะเวลาการดำเนินการ ภายในระยะเวลา 5 ปีของแผน

13. เนื่องจากการพิสูจน์ความเสียหายในคดีสิ่งแวดล้อมทำได้ยาก รัฐจึงจะแก้ไขให้ภาระการพิสูจน์อยู่แก่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายที่ถูกกล่าวหา ไม่ใช่ให้ฝ่าย โจทก์เป็นผู้พิสูจน์ เนื่องจากโจทก์ซึ่งเป็นชาวบ้านมีความรู้และการศึกษาน้อย รวมทั้ง ไม่มีความรู้ทางเทคนิคและมาตรฐานต่างๆ ที่จะพิสูจน์ว่าการกระทำความผิดของจำเลย เป็นความผิด

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงยุติธรรม

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา 3 ปีของแผน

14. ควรจะเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการฟ้องคดีตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มาตรา 96 และมาตรา 97 ดำเนินการฟ้องคดีเพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม

15. ส่งเสริม สนับสนุนให้มีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นผู้ตรวจพิสูจน์ให้มีความเชี่ยวชาญในการเป็นพยานศาล รวมทั้งฝึกอบรมให้มีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทนาย ศาล อัยการ ทั้งนี้เพราะความผิดที่เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมี ความสลับ ซับซ้อนและต้องการความรู้ทางเทคนิคเฉพาะด้าน ซึ่งพนักงานสอบสวนหรือ พนักงานอัยการที่ทำคดีทั่ว ๆ ไปอาจไม่มีความรู้ ความเข้าใจเพียงพอ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงยุติธรรม, สำนักงานอัยการสูงสุด, กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา 3 ปีของแผน

16. เมื่อมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างประชาชน องค์กรชุมชน กับหน่วยงานในกิจกรรมที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง และแม้จะมีการทำประชาพิจารณ์ แล้วแต่ไม่ได้รับการยอมรับ รัฐจะต้องจัดให้มีการวิจัยถึงผลดี ผลเสียโดยองค์กรที่เป็น กลางและต้องพยายามควบคุมมิให้ปัญหาบานปลายเป็นปัญหาการเมือง อันจะนำไปสู่ ความรุนแรงและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในปีแรกของแผน

17. เนื่องจากมาตรการด้านการลงโทษอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รัฐจึงจะนำมาตรการทางการปกครองมาเสริม เช่น การเพิกถอนใบอนุญาต การสั่งพัก การประกอบการชั่วคราว ซึ่งจะต้องทำอย่างรวดเร็ว จริงจังและด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อป้องกัน หยุดยั้งปัญหาโดยรวดเร็วกว่ากระบวนการทางแพ่งและทางอาญา รวมทั้งการใช้มาตรการชักชวนให้ประชาชนในชุมชน ประณามผู้ประกอบการที่ละเมิด กฎหมายสิ่งแวดล้อม

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม, กระทรวงอุตสาหกรรม

ระยะเวลาดำเนินการ

18. นำมาตรการในเรื่องภาษีอากร หรือการจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษมา ใช้กับผู้ที่ปล่อยมลพิษ หรือผู้สร้างความเสียหายให้แก่สิ่งแวดล้อม เพื่อนำภาษีนั้นมา บำบัดแก้ไขมลพิษนั้น เช่น ภาษีน้ำเสีย ฯลฯ ตามหลักการ "ผู้สร้างปัญหามลพิษจะ ต้องเป็นผู้รับภาระในการบำบัดและกำจัดมลพิษ"

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงการคลัง, หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ระยะเวลาการดำเนินการ ภายในระยะเวลา 5 ปีของแผน

19. ใช้มาตรการด้านเศรษฐศาสตร์จูงใจ โดยยกเว้นภาษีให้กับผู้ที่นำ เครื่องมือ เครื่องจักรหรือการติดตั้งอุปกรณ์ลดมลพิษมาใช้เพื่อสนับสนุนให้ประชาชน ร่วมกันลดภาวะมลพิษ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงการคลัง

ระยะเวลาการดำเนินการ ภายในระยะเวลา 5 ปีของแผน

20. ต้องให้การสงเคราะห์ผู้ป่วย หรือผู้ประสบภัยอันเป็นผลกระทบจาก สิ่งแวดล้อมหรือมลพิษต่างๆ จนกว่าจะหายเป็นปกติโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยทันที แม้ว่าคดีจะ ยังไม่สิ้นสุดและจัดหาแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมมา ดูแลผู้ป่วยจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษด้วย

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข

ระยะเวลาการดำเนินการ ภายใน 3 ปี ของระยะเวลาตามแผน

3.1 สิทธิมนุษยชนด้านการศึกษา
3.2 สิทธิมนุษยชนด้านวัฒนธรรม
3.3 สิทธิมนุษยชนด้านอาชีพ
3.4 สิทธิมนุษยชนด้านการสาธารณสุข
3.5 สิทธิมนุษยชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3.6 สิทธิมนุษยชนด้านที่อยู่อาศัย
3.7 สิทธิมนุษยชนด้านสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่ม
3.8 สิทธิมนุษยชนด้านการได้รับข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
3.9 สิทธิมนุษยชนด้านสิทธิเสรีภาพด้านสื่อสารมวลชน
3.10 สิทธิมนุษยชนด้านการเมืองและการปกครอง
3.11 สิทธิมนุษยชนด้านศาสนา

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com