สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สิทธิมนุษยชน

บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 2 นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน
บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย
บทที่ 5 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามสนธิสัญญา และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ
บทที่ 6 การส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน
บทที่ 7 กลไกการบริหารการจัดการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน

นโยบายและแผนปฏิบัติการแม่บทว่าด้วยสิทธิมนุษยชนด้านการได้รับข้อมูลข่าวสารของราชการ

หลักการ

เพื่อรับรองและส่งเสริมสิทธิของประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้ ประชาชนมีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเพียงพอในการใช้สิทธิต่างๆ ได้อย่าง ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การเลือกตั้งและการใช้สิทธิทาง เมืองอื่น ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้มีความมั่นคง ระบอบการปกครอง และระบบราชการให้มีความโปร่งใส และคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้อย่าง จริงจัง

สภาพปัญหา

เนื่องจากแต่เดิมระบบราชการและหน่วยงานของรัฐเป็นระบบปิด มีกฎระเบียบมาก มายที่เป็นอุปสรรคในการที่ประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติหรือการรักษาความลับ ทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐ และหน่วยงานของรัฐและ องค์กรตรวจสอบของรัฐเองก็ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบอย่างจริงจัง หรือไม่มี บุคลากรเพียงพอในการตรวจสอบ เป็นเหตุให้มีการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง หรือตาม อำเภอใจ มีผลเป็นการริดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน แม้ในปัจจุบัน จะได้ มีบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญ และกฎหมายต่าง ๆ ที่ให้สิทธิแก่ประชาชนในการ รับทราบข้อมูล คำชี้แจงและเหตุผลจากหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐก่อนการอนุญาต หรือดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อส่วนได้เสียสำคัญของประชาชน ในการรับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้เพื่อป้องกัน สิทธิของตนเองในกระบวนการพิจารณาทางปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีการปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการในกรณี ทั่วๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามพระราชบัญญัติข้อมูล ข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 แล้วก็ตาม แต่กฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีการปฏิบัติตามอย่างจริงจัง โดยหน่วย งานของรัฐส่วนมากยังไม่ได้ปฏิบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด นอก จากนั้น เมื่อประชาชนได้ปฏิบัติครบถ้วนตามขั้นตอนหรือกระบวนการที่กฎหมาย กำหนดไว้แล้ว เช่น เมื่อมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการแล้วก็ตาม หน่วยงานของรัฐก็ไม่ ปฏิบัติตาม หรือหาวิธีหลีกเลี่ยงในการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว เช่น อ้างว่าต้องหารือ สำนักงานอัยการสูงสุดหรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน แม้กฎหมายจะได้ บัญญัติให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการดังกล่าวเป็นที่สุดแล้วก็ตาม ประกอบกับผู้บังคับบัญชาหรือผู้กำกับดูแลไม่ใช้อำนาจสอดส่องดูแลและกำกับให้หน่วยงานในความรับผิดชอบปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง หรือเป็นปัญหาอันเกิดจากผู้บริหารของหน่วยงาน นั้นเองที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ซึ่งในระยะยาวย่อมมีผลให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิเกิด ความเบื่อหน่ายและท้อแท้ในการใช้สิทธิดังกล่าว

สาเหตุของปัญหา

ปัญหาดังกล่าวอาจมีสาเหตุหลายประการและจากหลายฝ่าย ดังนี้

1) ในส่วนของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่

  • หน่วยงานของรัฐขาดระบบการจัดการข้อมูลข่าวสารที่ดี และไม่ได้นำ เทคโนโลยีมาประยุกต์ในตามสมควร
  • เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ ความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายกำหนด ให้ต้องใช้ดุลพินิจในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในหลายกรณี ทั้งขาดความกระตือรือร้น ในการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว ตลอดจนทัศนคติและความเคยชินของเจ้าหน้าที่ ของรัฐที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกฎหมาย
  • ผู้บังคับบัญชาและผู้ใช้อำนาจกำกับดูแลหน่วยงานของรัฐไม่ได้ให้ ความสนใจในการบังคับให้หน่วยงานของรัฐที่ตนรับผิดชอบปฏิบัติตามกฎหมาย อย่างจริงจัง หรือเป็นผู้ที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นเอง

2) ในส่วนเกี่ยวกับองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการสอดส่องดูแล และกำกับ การปฏิบัติตามกฎหมาย

  • สำนักงานข้อมูลข่าวสารของราชการยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ขาดบุคลากร ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าว
  • สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการยังเป็นหน่วยงาน ของรัฐสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ ข้าราชการประจำ
  • คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นคณะกรรมการที่มี องค์ประกอบค่อนข้างใหญ่ ทั้งยังประกอบด้วยกรรมการที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง อยู่มากเกินความจำเป็น

3) ในส่วนที่เกี่ยวกับประชาชนผู้ใช้สิทธิ

  • ประชาชนยังขาดความเข้าใจในกฎหมาย และการตื่นตัวในการใช้สิทธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัด

4) ในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมาย

  • กฎหมายเพิ่งมีผลบังคับใช้ มีความละเอียดอ่อนและความยากในการทำ ความเข้าใจและการตีความ

5) ในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐบาล

  • แม้รัฐบาลให้ความสำคัญพอควรแก่กฎหมายฉบับนี้ แต่ยังไม่ได้กำหนด เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล และกำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการบังคับใช้ กฎหมาย

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

ก) แผนระยะสั้น

1) กำหนดเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายข้อมูลข่าวสาร ของราชการ และอาจกำหนดกิจกรรมเชิงสนับสนุน เช่น อาจกำหนดให้มีปีแห่งการเปิด เผยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ และอาจให้มีการประกวดหรือคัดเลือกหน่วยงานดีเด่น ในการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการแก่ประชาชน

2) ให้จังหวัดมีหน้าที่เผยแพร่และประชาสัมพันธ์กฎหมายดังกล่าวให้ประชาชน ในจังหวัดทราบ และให้จังหวัดมอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการให้คำแนะนำ และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน

3) เร่งรัดการปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • ให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการดำเนินการเสนอแนะในการ ตรากฎหมายลำดับรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระเบียบของคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการรักษา ความลับของทางราชการและกฎกระทรวงกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจเปิดเผยข้อมูล ข่าวสารตามมาตรา 20 ของกฎหมายนี้
  • ให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการจัดทำหรือกระตุ้นให้หน่วย งานของรัฐจัดทำแบบคู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และแผ่นพับหรือเอกสารประชาสัมพันธ์อื่นแก่ประชาชน
  • ให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการเน้นการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่อง การสอดส่องและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ ควบคู่ไปกับการพิจารณาและให้ความเห็นในเรื่องร้องเรียน
  • ให้หน่วยงานของรัฐจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้และเปิด เผยไม่ได้ และวางระเบียบให้เรื่องดังกล่าวและเรื่องที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน
  • ให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามกฎหมายนี้อย่างเคร่งครัด ในกรณีที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐมีพฤติการณ์ที่เป็นการหลีกเลี่ยงหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดย ไม่มีเหตุอันควร ให้ถือว่าเป็นผิดวินัย และให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใช้อำนาจกำกับ ดูแลดำเนินการแก่เจ้าหน้าที่นั้นตามอำนาจหน้าที่โดยไม่ชักช้า และให้ผู้บังคับบัญชา ใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งด้วย

4) จัดบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และงบประมาณให้แก่สำนักงาน คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการให้เพียงพอแก่การปฏิบัติหน้าที่ และให้ คำแนะนำแก่ประชาชน

5) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดบรรจุเรื่องกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ ลงในแผนการเผยแพร่กฎหมายแก่ผู้นำท้องถิ่นด้วย

ข) แผนระยะยาว

1) ประชาสัมพันธ์กฎหมายดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

2) ปรับปรุงสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการให้เป็น หน่วยงานกลางและเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐ เพื่อให้มีความเป็นอิสระและเป็นกลางใน การปฏิบัติหน้าที่

3) ปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร ของราชการให้มีหน้าที่ในการวางนโยบายในด้านข้อมูลข่าวสาร จัดทำแผนและประเมิน ผลการดำเนินงานตาม \กฎหมายนี้มีการประชุมปีละครั้งหรือสองครั้ง และจัดให้มีคณะ กรรมการอีกชุดหนึ่งที่มีขนาดเล็กกว่าทำหน้าที่ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 28 กำหนดให้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของ ราชการ

4) จัดอบรมและปรับทัศนคติของเจ้าหน้าที่ให้สำนึกในการให้บริการแก่ ประชาชนตามนโยบายของรัฐที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการ ให้คำแนะนำ และการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน

5) วางมาตรฐานและระบบการจัดการข้อมูลข่าวสารที่ดีให้แก่หน่วยงาน ของรัฐ โดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ในการนี้ ในระยะเริ่ม ต้น ควรจัดให้มีหน่วยงานตัวอย่าง หรือให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการกำหนด มาตรฐานและตรวจสอบและกำกับการจัดระบบข้อมูลข่าวสารที่ดีให้แก่หน่วยงานของรัฐ

6) สนับสนุนและให้ความสะดวกแก่องค์กรและชมรมที่เป็นตัวแทนของ กลุ่มของประชาชนหรือผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ ในการขอข้อมูลข่าวสารของราชการ และกำหนดมาตรการสนับสนุนและให้ความสะดวกในการจัดตั้งองค์กรหรือชมรมดังกล่าว

7) กำหนดนโยบายแก่กระทรวงศึกษาธิการและทบวงมหาวิทยาลัยในการ บรรจุเป็นหลักสูตรให้การศึกษาถึงสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษาในระดับต่าง ๆ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ

1) คณะรัฐมนตรี และรัฐสภา
2) กระทรวงมหาดไทยและจังหวัดต่าง ๆ
3) กระทรวงศึกษาธิการและทบวงมหาวิทยาลัย
4) สำนักงานข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี
5) สำนักงานอัยการสูงสุด
6) กรมประชาสัมพันธ์
7) สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
8) สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ
9) หน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

3.1 สิทธิมนุษยชนด้านการศึกษา
3.2 สิทธิมนุษยชนด้านวัฒนธรรม
3.3 สิทธิมนุษยชนด้านอาชีพ
3.4 สิทธิมนุษยชนด้านการสาธารณสุข
3.5 สิทธิมนุษยชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3.6 สิทธิมนุษยชนด้านที่อยู่อาศัย
3.7 สิทธิมนุษยชนด้านสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่ม
3.8 สิทธิมนุษยชนด้านการได้รับข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
3.9 สิทธิมนุษยชนด้านสิทธิเสรีภาพด้านสื่อสารมวลชน
3.10 สิทธิมนุษยชนด้านการเมืองและการปกครอง
3.11 สิทธิมนุษยชนด้านศาสนา

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

ข้อเขียน-บทความ »

» จินตนา แก้วขาว กราบเธอที่ดวงใจ
» ทะริด ตะนาวศรี คนไทยที่ถูกลืม
» ปู่เย็น ณ สะพานลำใย แห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี

» จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ (รวมงานเขียน)
» ฉายเดี่ยว (รวมงานเขียน)
» งูเขียว หางบอบช้ำ (รวมงานเขียน)

» ตีหัวเข้าบ้าน ตะคอกโลก ตีหัวหมา
» ผายลมนี้มีผลย้อนหลัง
» ได้แต่หวังว่า เราจะอยู่ร่วมกันได้บนโลกที่เปรียบเสมือนบ้านของเราใบนี้ ด้วยความรู้สึกที่ดีประดุจดั่งกินข้าวจากหม้อเดียวกัน

» ขอเป็นตาแก่ขี้บ่นในหัวใจเธอ
» เมื่อคนขับรถปลอมตัวไปเล่นหุ้น (บันทึกการเล่นสด)

นิยาย-เรื่องสั้น »

» ตำนานบันลือโลก
» บันทึกทรราชย์
» ผมเกือบได้เป็นนักแต่งเพลงชื่อดังเสียแล้ว
» ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ
» แสนยานุภาพแห่งการรอคอย

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-