Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สิทธิมนุษยชน

บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 2 นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน
บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย
บทที่ 5 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามสนธิสัญญา และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ
บทที่ 6 การส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน
บทที่ 7 กลไกการบริหารการจัดการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย

แผนปฏิบัติการแม่บทว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของผู้ป่วย

สิทธิผู้ป่วย หมายถึง สิทธิของบุคคลที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพต่างๆ ที่ได้ มาตรฐานและมีประสิทธิภาพ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยไม่จำเป็นต้องเจ็บป่วยหรือ ไม่ก็ตาม เช่นการขอรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค โดยมีการรับรองและปกป้องคุ้มครอง สิทธิโดยรัฐ ให้มีสิทธิเท่าเทียมกับบุคคลอื่น โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติโดยเหตุผลด้าน สุขภาพ

โดยสามารถแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 4 กลุ่ม ตามสภาพของกลุ่มผู้ป่วย ดังนี้

1. กลุ่มผู้ป่วยทั่วไป
2. กลุ่มผู้ป่วยโรคจากการประกอบอาชีพและมลภาวะ
3. กลุ่มผู้ป่วยเด็ก
4. กลุ่มผู้ป่วยทางจิต
5. กลุ่มผู้ตายโดยผิดธรรมชาติ

1. กลุ่มผู้ป่วยทั่วไป

1.1 สภาพปัญหา

1.1.1 สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร/สิทธิในการตัดสินใจเลือกหรือมี ส่วนร่วมกับการรักษาด้านข้อมูลที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ เช่น การดำเนินการรักษาผู้ป่วย ในปัจจุบันเป็นกระบวนการที่ถูกกำหนดโดยเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และสาธารณสุข หรือแม้แต่การขอข้อมูลประวัติของตนเองในการรักษาพยาบาล การขอทราบทางเลือก อื่นๆ ในการรักษาพยาบาลซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานตามกฎหมายผู้บริโภค หรือตามประกาศ สิทธิผู้ป่วย

1.1.2 การปฏิเสธการรักษาหรือไม่สามารถเข้าถึงบริการในกรณีฉุกเฉิน ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ เช่น การปฏิเสธการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เนื่องจากไม่มีเงิน ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต การรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องในระหว่างการส่งต่อผู้ป่วย

1.1.3 การขาดหลักประกันด้านสุขภาพ คนไทยมีหลักประกันหลาย รูปแบบ เช่น การประกันสังคม การประกันภัยเอกชน การประกันโดยสมัครใจของรัฐ สวัสดิการ ข้าราชการ ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ เด็ก ฯลฯ แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวน ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ยังขาดหลักประกันด้านสุขภาพ

1.1.4 สิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม/เท่าเทียม (ไม่เลือกปฏิบัติ) เกิดขึ้นในหลายๆ กรณีทั้งผู้ป่วยทั่วไป และผู้ป่วยบางประเภท เช่น ผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วย เอดส์

1.1.5 มาตรฐานการรักษา/การเปลี่ยนการรักษา/การให้ยาที่แตกต่าง เช่น การถอดเล็นตาจากผู้ป่วยสูงอายุเนื่องจากไม่สามารถจ่ายเงินได้ ผู้ป่วยประกันสังคม มักจะประสบปัญหาเรื่องการใช้ยาที่แตกต่างจากผู้ป่วยเงินสด หรือผู้ป่วยที่มีระบบประกัน ภัยเอกชน ซึ่งส่วนหนึ่งหากสร้างความเข้าใจที่ดีสามารถใช้ยาราคาถูกที่มีคุณภาพและ เป็นยาเดียวกันในสถานบริการได้ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการบริการ

1.1.6 คุณภาพการให้การบริการ (สูง/ต่ำมากเกินไป) เช่น การใช้ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เกินความจำเป็น และปัญหาการกระจายเทคโนโลยีที่ไม่เป็น ธรรม ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเมื่อจำเป็น

1.1.7 ราคาค่ารักษาพยาบาลที่แพงมาก ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากปัญหา การได้รับยาที่รักษาอาการเดียวกันร่วมกันหลายรายการ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่จำเป็น หรือ การได้รับยาที่เกินความจำเป็น พบว่า แนวโน้มการรักษาในปัจจุบัน ขาดการให้ความ สำคัญกับการสิ้นเปลืองของผู้ป่วย

1.1.8 สิทธิของครอบครัวในการมีส่วนร่วมกับการรักษาหรือกระบวนการ รักษา ถูกจำกัดโดยกระบวนการรักษาที่เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความรู้ทางการแพทย์ เฉพาะทาง ควรมีร่างกฎหมายให้ผู้ป่วยทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้าได้แต่มีปัญหาทางจริยธรรมข้อกฎหมาย 2 ศาสนา

1.1.9 การรักษาลับ/การเปิดเผยความลับ การเปิดเผยความลับของผู้ ป่วย นำมาซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย เช่น การตรวจโรคประจำปีโรงพยาบาลที่รับการ ตรวจจะรายงานผลโดยตรงกับนายจ้าง ซึ่งทำให้เกิดการปกปิดโรค หาช่องทางกดดันให้ ออก หรือไล่ออกในกรณีเป็นโรคติดต่อ

1.2 สาเหตุของปัญหา

1.2.1 แนวความคิดเรื่องแพทย์กับคนไข้ที่เปลี่ยนแปลงทำให้ความ สัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์กับผู้ป่วยกลายเป็นเพียงธุรกิจประเภทหนึ่ง ประกอบกับราคาค่ารักษาพยาบาลที่แพงมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยเริ่มเปลี่ยนทัศนคติของตน จากการขอรับบริการทางการแพทย์ในฐานะผู้ป่วยมาในฐานะผู้บริโภคมากขึ้น

1.2.2 กระแสบริโภคนิยมที่ให้ความสำคัญกับการบริโภค ทำให้การพึ่ง ตนเองของประชาชนด้านสุขภาพลดลง สุขภาพกลายเป็นเรื่องแพทย์ พยาบาล สถานบริการ โรงพยาบาล ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประกอบการให้ข้อมูลที่ให้ความสำคัญ การพึ่งพิงแพทย์มากขึ้น

1.2.3 ความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องข้อมูลข่าวสาร แพทย์บางท่านและ สถานบริการด้านสุขภาพมักละเลยสิทธิของผู้ป่วยและผูกขาดการตัดสินใจ

1.2.4 ปัญหากฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1.2.4.1 กฎหมายส่วนใหญ่ไม่ได้ปกป้องสิทธิของผู้ป่วยแต่ควบ คุมผู้ประกอบวิชาชีพ หรือควบคุมสถานบริการ ซึ่งเชื่อว่าจะคุ้มครองผู้บริโภคโดยอ้อม

1.2.4.2 ช่องว่างของกฎหมายที่เป็นปัญหาในการใช้สิทธิของ ผู้ป่วยเมื่อถูกละเมิดสิทธิ เช่น การพิสูจน์ความผิดในความเสียหาย และสิทธิที่จะได้รับค่า ชดเชย

1.2.4.3 ความล้าหลังของกฎหมาย เช่น การใช้ยาบรรเทาความ เจ็บป่วยด้วยตนเองไม่สามารถกระทำได้ทำให้เกิดการพึ่งพิงทางการแพทย์มาก เช่น กรณีผู้ป่วยมะเร็ง หรือผู้ป่วยเอดส์

1.2.5 กลไกการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยขาดประสิทธิภาพ อันได้แก่ ขอบเขตหน้าที่ขององค์กรของรัฐ การบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ องค์กรวิชาชีพที่เกี่ยว ข้องยังไม่บทบาทชัดเจนในการคุ้มครองผู้ป่วย และไม่มีอำนาจในการดำเนินการ จัดการกับปัญหาของการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย องค์กรตัวแทนผู้บริโภคมีจำนวนจำกัด และองค์กรผู้บริโภคยังไม่เติบโตเพียงพอ

1.2.6 ขั้นตอนการเรียกร้องความเป็นธรรมเป็นภาระของผู้บริโภคและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนหรือพิสูจน์ปัญหาขาดศักยภาพและประสิทธิภาพ

1.2.7 การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จำกัด

1.3 ผลกระทบ

1.3.1 ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึงในการจัดการปัญหาการละเมิดสิทธิใน พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

1.3.2 กฎหมายประกอบโรคศิลปะ และกฎหมายวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ให้ความคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย โดยเฉพาะการพิสูจน์ความผิดซึ่งถือเป็นหน้าที่ของ ผู้ให้บริการ

1.4 ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

1.4.1 ให้มีการแก้ไขกฎหมายประกอบโรคศิลปะและกฎหมายวิชาชีพ ที่เกี่ยวข้องให้คุ้มครองสิทธิผู้ป่วยมากขึ้น โดยเฉพาะการพิสูจน์ความผิดถือเป็นหน้าที่ของ ผู้ให้บริการ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ แพทยสภา, สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา ปีแรกของระยะเวลาตามแผน

1.4.2 พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย จัดให้มีการเผยแพร่สิทธิของ ผู้ป่วย ในฐานะของผู้บริโภค

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ แพทยสภา, สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา ปีแรกของระยะเวลาตามแผน

1.4.3 การมีตัวแทนของผู้ป่วยเสนอความเห็นในการออกนโยบาย กฎ ข้อบังคับ มาตรการหรือคำตัดสินที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยในด้านต่าง ๆ

1.4.4 สิทธิการตายของผู้ป่วยน่าจะให้ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะยุติชีวิตตัวเองได้ โดยการเสนอร่างกฎหมายให้ผู้ป่วยสามารถทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้า

2. กลุ่มผู้ป่วยโรคจากการประกอบอาชีพและมลภาวะ

2.1 สภาพปัญหา

2.1.1 ปัญหาการควบคุมมลภาวะไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษเพิ่มมากขึ้น

2.1.2 ปัญหาการไม่ได้รับบริการที่ดี

2.1.2.1 ความขัดแย้งในการวินิจฉัยโรคจากการทำงานของหน่วย งานที่เกี่ยวข้อง เช่น การนิคมแห่งประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทยสภา องค์กรพัฒนาเอกชน ทำให้ไม่ยอมรับการมีผู้ป่วยโรคจากงานสารพิษ และสิ่งแวดล้อม

2.1.2.2 ผู้ทำงานประมาณร้อยละ 90 ทำงานในสถานประกอบ การที่ขาดบุคลากรทางการแพทย์ดูแลให้บริการด้านอาชีวอนามัยในที่ตั้งตามมาตรฐานของ กฎหมายด้านนี้

2.1.2.3 ผู้ป่วยด้วยโรคจากการทำงาน สารพิษและสิ่งแวดล้อม ประธานร้อยละ 99 ไม่ได้รับบริการการวินิจฉัยทางการแพทย์และสาธารณสุขด้าน โรงงาน สารพิษ และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นไปตามมาตรฐาน คือการครอบคลุมทั้งพื้นที่ และประเภทบริการทางสาธารณสุข

2.1.3 ปัญหาแพทย์ผู้ชำนาญการมีไม่เพียงพอ

2.1.4 ไม่มีกองทุนทดแทนผู้ป่วยที่เป็นประชาชนซึ่งเกิดจากมลพิษ สิ่งแวดล้อม

2.1.5 การตรวจโรคไม่ได้สอดคล้องกับสภาพการทำงาน

2.1.6 ขาดระบบการตรวจวินิจฉัย รักษา เฝ้าระวัง สอบสวนและควบคุม ป้องกันโรคจากการทำงานสารพิษ และสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ และทุกระดับที่เกี่ยว เนื่องกัน

2.1.7 นายจ้างและผู้ประกอบการบางรายใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ในการไม่ ยอมรับการป่วยด้วยโรคจากงาน สารพิษ และสิ่งแวดล้อม และทำการค้านการวินิจฉัยโรค ของแพทย์ต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างหนัก บางกรณีได้เลิกจ้างผู้ทำงานที่ป่วยด้วยโรคกลุ่มนี้ และใช้เหตุที่ป่วยด้วยโรคจากการทำงานเป็นเงื่อนไขในการจำกัดการจ้างงาน

2.1.8 นายจ้าง และผู้ประกอบการบางราย ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ในการร้องเรียนเรื่องจริยธรรมของแพทย์ผู้ให้การตรวจวินิจฉัย ผู้ป่วยโรคกลุ่มนี้

2.1.9 กองทุนทดแทนผู้ทำงานที่ประสบภัยอันตรายจากการป่วยและ บาดเจ็บจากการทำงานยังไม่สามารถดำเนินการตามเจตนารมย์ของกฎหมายในการ ทดแทนเฉพาะกรณีกลุ่มผู้ป่วยจากงาน กล่าวคือ มีวิธีการดำเนินงานที่ผิดกฎหมาย สำคัญของประเทศหลายฉบับ

2.1.10 ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในการให้บริการช่วยเหลือทด แทนผู้ป่วยโรคจากงานยังไม่ดีพอ ความเข้าใจที่ขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่า หน้าที่ของตนคือการรักษาเงินทดแทน

2.1.11 ช่องว่างของกฎหมาย เช่น ผู้ป่วยที่ประสบเหตุต้องมีภาระในการ พิสูจน์ความเจ็บป่วยที่ผิดธรรมดา

2.1.12 วิธีการได้มาซึ่งกรรมการในคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน และคณะกรรมการแพทย์ตาม พ.ร.บ. เงินทดแทนปี 2537 มีระบบการสืบทอดอำนาจ และขาดเจตนคติ ที่ดีตามเจตนารมย์ของกฎหมาย เป็นสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งของปัญหา การไม่ทดแทนผู้ป่วยจากการทำงานอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

2.2 สาเหตุของปัญหา

2.2.1 ตั้งแต่การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติฉบับที่ 6 เพื่อนำไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมเป็นต้นมา จำนวนผู้ประสบอันตรายจาก การทำงานและโรคจากการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี

2.2.2 ปัจจุบันยังมีหน่วยงานที่ให้บริการแก่ผู้ป่วยกลุ่มนี้โดยตรงมีน้อย

2.2.3 องค์กรที่คุ้มครองสิทธิของผู้ใช้แรงงานยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ

2.2.4 ขาดการเฝ้าระวังโรคและการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญในการตรวจสภาพ แวดล้อมของโรงงานเป็นระยะไม่ส่งเสริมให้จัดโครงการส่งเสริมสุขภาพของผู้ใช้แรงงาน อย่างจริงจัง

2.2.5 การขาดจรรยาบรรณของผู้ประกอบการ

2.3 ผลกระทบ

2.3.1 ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอุบัติการเกิดโรคเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

2.3.2 ผู้ป่วยได้รับบริการร่วมจากงานบริการด้านสาธารณสุขทั่วไปและมี ผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่ได้รับการบอกเล่า หรือไม่ได้รับการวินิจฉัยโรคว่าเป็นโรคที่อยู่ใน กลุ่มผู้ประกอบอาชีพ ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาล และค่าชดเชยตาม กฎหมายแรงงานจากนายจ้างหรือกองทุนเงินทดแทน ทั้งนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ มีไม่เพียงพอ

2.3.3 ผู้ป่วยจากการทำงานกว่าร้อยละ 99.5 ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทดแทนสืบเนื่องจากไม่มีการวินิจฉัยของแพทย์ และยังไม่มีระบบรับเรื่องประสบอันตราย กรณีผู้ทำงานที่สงสัยว่าตนเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานจะเข้าไปขอรับความช่วยเหลือได้

2.4 ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

2.4.1 ให้มีการยกร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงานและ สวัสดิการสังคม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา ปีแรก ของระยะเวลาตามแผน

2.4.2 ให้มีการทบทวนและยกร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับศาลแรงงาน กลาง และพระราชบัญญัติเงินทดแทนใหม่

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงมหาดไทย

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา ปีแรก ของระยะเวลาตามแผน

2.4.3 ให้หน่วยงานของวิชาชีพ มีระบบการตรวจสอบโดยองค์กร ภาย นอก/ผู้แทนวิชาชีพอื่น ไม่ใช่ระบบตรวจสอบกันเอง เพื่อลดการปกป้องผู้กระทำผิดจริยธรรมต่อประชาชน

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวง มหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา ปีแรก ของระยะเวลาตามแผน

2.4.4 ให้มีระบบการทดแทนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคจากมลพิษสิ่งแวดล้อม อย่างชัดเจน

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา ปีแรก ของระยะเวลาตามแผน

3. กลุ่มผู้ป่วยเด็ก

3.1 สภาพปัญหา

3.1.1 ผู้ป่วยเด็กที่ปราศจากบิดามารดาในปัจจุบัน ยังไม่ได้รับบริการ สุขภาพที่จำเป็นจากรัฐอย่างทั่วถึง

3.1.2 ผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อเอดส์จากบิดามารดา ไม่ได้รับการบริการทาง ด้านสาธารณสุขจากรัฐอย่างทั่วถึง ตลอดจนได้รับการดูแลที่ถูกต้อง

3.1.3 ผู้ป่วยเด็กที่มีสาเหตุจากการประทุษร้ายทางร่างกายและจิตใจ และจากการกระทำทางเพศ ซึ่งเกิดจากการกระทำของบุคคลในครอบครัว ไม่ได้รับ การคุ้มครองจากรัฐ ไม่มีหน่วยงานของรัฐที่สามารถจะเข้าไปปกป้องเด็กจากการถูกทำ ร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ

3.2 สาเหตุของปัญหา

3.2.1 ผู้ป่วยเด็กไม่ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ขาดความรัก ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่ ถูกทอดทิ้งจากผู้อุปการะเลี้ยงดู

3.2.2 บิดามารดาไม่ได้รับการบริการทางด้านสาธารณสุขจากรัฐ หรือเสียชีวิตแล้ว รวมทั้งผู้ป่วยเด็กไม่มีวัยวุฒิและวุฒิภาวะพอที่จะรับการบริการด้าน สาธารณสุขจากรัฐด้วยตนเอง

3.2.3 เจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินการรับแจ้งความช้า โดยอ้างว่าต้องให้ ผู้ปกครองของเด็กเป็นผู้แจ้งดำเนินคดี และมักอ้างว่าเหตุเกิดท้องที่ใดให้แจ้งความที่ สถานีตำรวจ ในท้องที่นั้น

3.3 ผลกระทบ

3.3.1 ผู้ป่วยเด็กไม่สามารถหายจากอาการป่วย ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยเด็กหัน ไปพึ่งยาเสพติด

3.3.2 ผู้ป่วยเด็กต้องทุกข์ทรมาน และเสียชีวิตในเวลาอันสั้น

3.3.3 จำนวนเด็กถูกทารุณและทำร้ายไม่ลดลง กลายเป็นเด็กที่มีปัญหา ทางจิต และก่อปัญหาสังคมต่อมา

3.4 ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

3.4.1 ปลูกฝังจิตสำนึกและรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของ ครอบครัว สร้างความรัก ความอบอุ่นให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ สำนักงานส่งเสริมและประสานงานเยาวชน แห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สื่อมวลชน

3.4.2 จัดหาผู้อุปการะเลี้ยงดู ซึ่งสามารถดูแล และคุ้มครองผู้ป่วยเด็ก อย่างจริงจัง

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข

3.4.3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรจัดให้มีการซักซ้อมและชี้แจงให้เด็กร้องทุกข์ได้เอง + ทุกสถานีตำรวจ จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ความคิดเห็นแก่เด็ก รวม ทั้งคอยสอดส่อง ดูแล ตามความทุกข์สุขของเด็ก โดยแบ่งตามพื้นที่

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ทุกหน่วยงาน

4. กลุ่มผู้ป่วยทางจิต

4.1 สภาพปัญหา

4.1.1 ปัญหากลุ่มผู้ป่วยทางจิตที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุข และหากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นโดยผู้ป่วยกลุ่มนี้ อาจถูกตัดสินจำคุกแทนที่จะได้รับ การบำบัดรักษา

4.1.2 ปัญหาการรักษาผู้ป่วยทางจิตที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ซึ่งอยู่ใน ดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาแต่เพียงผู้เดียว

4.2 สาเหตุของปัญหา

โรงพยาบาลไม่มีมาตรการที่ดีในการบำบัดรักษาต่อกลุ่มผู้ป่วยทางจิต ไม่รับรักษาตัวเนื่องจากไม่มีสัญชาติ หรือมีญาติซึ่งมีฐานะยากจนและผู้ป่วยทางจิตที่ ต้องรับโทษตามกฎหมายเหมือนนักโทษทั่วไป

4.3 ผลกระทบ

4.3.1 ผู้ป่วยทางจิตไม่สามารถหายจากอาการป่วย เป็นภัยต่อสังคมและ ก่อให้เกิดอันตรายและความวุ่นวายแก่เจ้าหน้าที่ และนักโทษในห้องขังได้

4.3.2 อาการรุนแรงจนไม่สามารถรักษาให้กลับกลายเป็นประชาชนที่มี คุณภาพ ของสังคมได้

4.4 ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

4.4.1 ให้มีการออกกฎหมายสุขภาพจิต (Mental health law) ที่มีสาระ กำหนดให้รัฐสามารถใช้อำนาจให้นำผู้ป่วยทางจิตบางประเภทเข้ารักษาตัวใน โรงพยาบาลของรัฐได้ เพื่อสวัสดิภาพของผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา ปีแรก ของระยะเวลาตามแผน

4.4.2 จัดให้มีรักษาพยาบาลผู้ป่วยทางจิตประเภทที่เป็นผู้ต้องขังแทน การจำคุก หรือกักขัง โดยรัฐต้องแยกผู้ป่วยทางจิตออกจากผู้ต้องขังทั่วไป

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา ปีแรก ของระยะเวลาตามแผน

4.4.3 กำหนดให้มีมาตรการตรวจสอบสภาพจิตของผู้ป่วย (ผู้ต้องหา) ตั้งแต่ชั้น จับกุม ชั้นสอบสวน ชั้นพิจารณาคดี เพื่อประกอบการพิจารณาคดีโดยมี ระบบการตรวจสอบทางวิทยาการทางแพทย์ที่ทันสมัยและปรับปรุงแก้ไขมาตรา 14 ประมวลกฎหมายอาญา วิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้มีการตรวจสอบสภาพจิต ของนักโทษเด็ดขาดที่มีอาการป่วยทางจิต หายจากการเป็นผู้ป่วยทางจิตแล้วหรือไม่ หากว่าทางหายจากการป่วยทางจิกแล้วจะได้ดำเนินการตามการบริหารนักโทษต่อไป

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม

ระยะเวลาดำเนินการ ภายในระยะเวลา ปีแรก ของระยะเวลาตามแผน

4.1 สิทธิมนุษยชนของเด็ก
4.2 สิทธิมนุษยชนของสตรี
4.3 สิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุ
4.4 สิทธิมนุษยชนของคนพิการ
4.5 สิทธิมนุษยชนของผู้ป่วย
4.6 สิทธิมนุษยชนของผู้ติดเชื้อ เอชไอวี/เอดส์
4.7 สิทธิมนุษยชนของชนกลุ่มน้อย
4.8 สิทธิมนุษยชนของคนต่างด้าว
4.9 สิทธิมนุษยชนของผู้หนีภัย
4.10 สิทธิมนุษยชนของคนไร้สัญชาติ
4.11 สิทธิมนุษยชนคนจน
4.12 สิทธิมนุษยชนของผู้ใช้แรงงาน
4.13 สิทธิมนุษยชนของเกษตรกร
4.14 สิทธิมนุษยชนของผู้บริโภค
4.15 สิทธิมนุษยชนของผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน
4.16 สิทธิมนุษยชนของผู้ต้องคุมขัง
4.17 สิทธิมนุษยชนของผู้พ้นโทษ
4.18 สิทธิมนุษยชนของผู้เสียหาย (เหยื่ออาชญากรรม)
4.19 สิทธิมนุษยชนของชุมชน
4.20 สิทธิมนุษยชนของผู้รับบริการสงเคราะห์จากรัฐ

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com